หากอิมามอะลีไม่ยอมรับในอบูบักร และ อุมัร แล้วทำไมท่านจึงยอมปฎิบัติตามบุคคลทั้งสอง….?

ท่านอิมามอะลี อ. ปฎิเสธแนวทางของอบูบักร และอุมัร ถึงแม้ท่านรู้ดีว่า การปฎิเสธนี้ ต้องทำให้ตำแหน่งคอลิฟะห์หลุดมือไป
และการที่อิมามอะลี อ. ไม่ยอมรับแนวทางของอบูบักร และอุมัร เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า “แบบอย่างของบุคคลทั้งสองไม่ใช่แบบอย่างของท่านนบี ศ. และท่านอิมามอะลี อ. ก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่คนทั้งสองทำไว้
นักประวัติศาสตร์ชั้นนำของโลกอิสลามชาวซุนนะห์ได้บันทึกไว้เหมือนกันว่า
เมื่อข่าวได้แพร่สะพัดออกไปว่า คอลีฟะฮ์อุมัรมีแผลฉกรรจ์จากการถูกลอบแทง และอาจถึงตายได้ และข่าวนี้ได้ก่อให้เกิดความตระหนกขึ้นในเมืองมะดีนะห์ มีสาวกจำนวนมากได้มาหาอุมัร เพื่อสอบถามถึงอาการของเขา มีบางคนได้ให้คำแนะนำว่าเราควรแต่งตั้งบางคนให้เป็นผู้สืบแทนของเขา
อาอิชะฮ์ บุตรี อบูบักร ส่งข่าวมายังอุมัร เร่งเร้าเขาให้แต่งตั้งใครบางคนเป็นคอลีฟะฮ์ ก่อนที่เขาจะตายหรือหาไม่แล้ว นางกล่าวเตือนว่าอาจจะเกิดกลียุคและความยุ่งเหยิงอาจแผ่ขยายไปในแผ่นดิน อุมัรได้ขอให้ผู้ถือสารของอาอิชะฮ์ บอกกับนางดังต่อไปนี้
“ ฉันได้พิจารณาถึงเรื่องนี้แล้ว และฉันได้ตัดสินใจที่จะแต่งตั้งคนหกคนให้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการเลือกตั้ง (شوراى)และได้มอบหมายให้พวกเขาจัดการเลือกใครสักคน จากพวกเขาให้เป็น คอลีฟะฮ์ และบุคคลทั้งหกนี้คือ
1. อิมามอะลี อ. บิน อบีฎอลิบ
2. อุษมาน บิน อัฟฟาน
3. อับดุลเราะฮ์มาน บินอุฟ
4. ตอลละฮ์
5. ชุเบร
6. สะอัด บิน อบีวักกอส และอุมัร ก็ได้แต่งตั้งให้ อับดุลเราะห์มาน บินอุฟ เป็นประธานในสภาพคัดสรรผู้นำนี้

แผนกีดกันให้ตำแหน่งคอลีฟะอ์หลุดไปจากท่านอิมามอะลี อ.
ในเย็นวันนั้น อับดุรเราะฮ์มาน ได้เรียกเพื่อนเก่าของเขาคือ อัมร บิน อาส มาช่วยแก้สถานการณ์ที่ลำบากของเขา ในเรื่องนี้
อัมร บิน อาส นั้นมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดำเนินกลอุบายเช่นนี้ เขากล่าวว่า “ฉันรู้วิธีการที่จะทำให้อะลีจนมุม” และเขาก็ได้อธิบายวิธีการให้อับดุรเราะฮ์มานฟัง ซึ่งเขาก็มีความยินดีต่อความคิดอันชาญฉลาดนี้ และรู้สึกมั่นใจว่าเขาจะสามารถกำจัดอาลีให้พ้นไปจากการเป็นคอลีฟะฮ์ได้
เช้าวันถัดมา อับดุรเราะห์มานนั่งเป็นประธานในห้องประชุม เขาได้หันหน้ามาหาท่านอิมามอะลี อ. แล้วยกมือของอิมามอะลี อ. ขึ้น แล้วถามว่า ถ้าท่านได้รับหน้าที่ปกครองมุสลิม และท่านมีอำนาจเหนือกิจการทั้งปวงแล้ว ท่านจะสัญญาได้หรือไม่ว่าท่านจะปฏิบัติตามคัมภีร์แห่งพระเจ้าและแบบฉบับของท่าสนศาสดา และการปฏิบัติที่ผ่านมาของ “อบูบักรและอุมัร” (นี้คือกุลยุทธที่อัม บิน อาสวางไว้ให้กับอับดุรเราะมาน)
อิมามอะลี อ. กล่าวตอบเขาไปว่า “ฉันจะปฏิบัติตามคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างของท่านศาสดาของพระองค์ สำหรับการปฏิบัติตามซุนนะห์ของอบูบักรและอุมัรนั้นฉันขอปฎิเสธสิ่งนั้น”
อับดุรเราะห์มานปล่อยมือของอะลีลงและหันไปทางอุษมาน แล้วถามคำถามเดียวกัน อุษมาน ยินยอมทันที เขาก็ได้หันกลับมาถามอิมามอะลีด้วยคำถามเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง แต่เขาก็ได้รับคำตอบเดิม เมื่อเป็นเช่นนั้นอับดุลเราะห์มาน บินอุฟ ก็จับมือของอุศมาน ชูขึ้น และเขาคือบุคคลแรกที่ให้สัตยาบันต่ออุศมาน และแสดงความยินดีต่อ คอลีฟะฮ์คนใหม่ และส่งสัญญาณให้คนอื่นๆเข้ามาให้สัตยาบันแสดความภักดี
คอลีฟะฮ์ ถูกเลือกแล้ว คอลีฟะฮ์คนใหม่ของมุสลิมคือ “อุษมาน บิน อัฟฟาน”
وخلا بعلي بن أبي طالب ، فقال : لنا الله عليك ، إن وليت هذا الامر ، أن تسير فينا بكتاب الله وسنة نبيه وسيرة أبي بكر وعمر . فقال : أسير فيكم بكتاب الله وسنة نبيه ما استطعت . فخلا بعثمان فقال له : لنا الله عليك ، إن وليت هذا الامر ، أن تسير فينا بكتاب الله وسنة نبيه وسيرة أبي بكر وعمر . فقال : لكم أن أسير فيكم بكتاب الله وسنة نبيه وسيرة أبي بكر وعمر ، ثم خلا بعلي فقال له مثل مقالته الأولي ، فأجابه مثل الجواب الأول ، ثم خلا بعثمان فقال له مثل المقالة الأولي ، فأجابه مثل ما كان أجابه ، ثم خلا بعلي فقال له مثل المقالة الأولي ، فقال : إن كتاب الله وسنة نبيه لا يحتاج معهما إلي إجيري أحد . أنت مجتهد أن تزوي هذا الامر عني . فخلا بعثمان فأعاد عليه القول ، فأجابه بذلك الجواب ، وصفق علي يده
تاريخ اليعقوبي – اليعقوبي – ج 2 – ص 162
มุสนัตอะห์มัด ของอิมามฮัมบะลี ก็ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้เช่นกัน
عن أبي وائل قال قلت لعبد الرحمن بن عوف كيف بايعتم عثمان وتركتم عليا رضي الله عنه قال ما ذنبي قد بدأت بعلي فقلت أبايعك علي كتاب الله وسنة رسوله وسيرة أبي بكر وعمر رضي الله عنهما قال فقال فيما استطعت قال ثم عرضتها علي عثمان رضي الله عنه فقبلها
مسند احمد – الإمام احمد بن حنبل – ج 1 – ص 75 و مجمع الزوائد – الهيثمي – ج 5 – ص 185 و تاريخ مدينة دمشق – ابن عساكر – ج 39 – ص 202 و أسد الغابة – ابن الأثير – ج 4 – ص 32 و … .
ท่านอิมามอะลี อ. ปล่อยให้ตำแหน่งคอลีฟะฮ์หลุดมือไป แต่ท่านไม่ได้ประนีประนอมหลักการของท่าน
“ท่านไม่ได้ถือว่าอบูบักรและอุมัร เป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องของศาสดามุฮัมมัด ศ. และท่านปฏิเสธที่จะเลียนแบบคนทั้งสองไม่ว่าจะในเรื่องใด
อิมามอะลี อ. ปฏิเสธที่จะไม่ปฏิบัติตามแนวทางของอบูบักรและอุมัร ก็เพื่อไม่ให้มันขึ้นมาเทียบเท่ากับคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างท่านศาสดาของพระองค์
ท่านปฏิเสธที่จะตามบุคคลที่มีความผิดบาปได้ ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมืองในยุคสมัยของเขาเอง ทั้งๆที่รู้ว่าการปฏิสธ นั้น มีค่าเท่ากับตำแหน่งของบัลลังก์แห่งอนาจักรอิสลาม
ท่านอิมามอะลี อ. ปฏิเสธบังลังก์นั้นอย่างหยามเหยียด เนื่องจากราคาที่ท่านถูกเรียกร้องเพื่อที่จะได้มา นั่นคือการประนีประนอมด้วยหลักสัจธรรมและหลักยุติธรรม
อิมามอะลี อ. ได้ประกาศแก่สาธารณชนว่า “การปฏิบัติของ อบูบักรและอุมัร ไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับท่าน” และถ้าการปฏิบัติของอบูบักรและอุมัรไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับท่านแล้ว ดังนั้นการเป็นคอลีฟะฮ์คนทั้งสองก็ต้องไม่เป็นที่ยอมรับของท่านเช่นกัน
นี้คือข้อพิสูจน์ของข้าพเจ้า ที่สรุปได้ว่า อิมามอะลี อ. ไม่ได้ให้สัตยาบัน แก่คนทั้งสอง และไม่ยอมรับแนวทางปฎิบัติของบุคคลทั้งสอง มิเช่นนั้น ท่านอิมาม อ. คงไม่ปฎิเสธแบบฉบับของคนทั้งสองในห้องประชุม