หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ผู้หนีทัพ และผู้ยืนเคียงข้างท่านนบี ศ. ในสงครามอุฮุด

ผู้หนีทัพ และผู้ยืนเคียงข้างท่านนบี ศ. ในสงครามอุฮุด

379

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ผู้หนีทัพ และผู้ยืนเคียงข้างนบี ศ. ในสงครามอุฮุด

divider

กี่คนที่ยืนเคียงข้างท่านนบี ศ. และกี่คนที่ทอดทิ้งท่านไว้กับศัตรู ในสมรภูมิรบที่อุฮุด ?!
หากศ่อฮาบะฮ์เชื่อจริง ๆ ว่า “การพลีชีพในหนทางของอัลลอฮ์เพื่อปกป้องศาสนาและศาสดา ศ. นั้นคือ สิ่งที่ดีที่สุด” แล้วมีเหตุอันใดให้พวกเขาต้องหนีทัพ และทิ้งนบี ศ. ไว้กลางสนามรบในหมู่ศัตรู ?…
ทำใมพวกเขาไม่หยิบยื่น และฉกฉวยโอกาศของการเป็นชะฮีด(พลีชีพเพื่ออัลลอฮ์)ในวันนั้นแล้วรับสรวงสวรรค์เป็นรางวัล แทนการวิ่งหนีความตาย ? หรือว่า การพลีชีพเพื่อพิทักษ์ศาสนาสำหรับพวกเขามีค่าน้อยเกินไป มีค่าน้อยกว่าสรวงสวรรค์กระนั้นหรือ ? แล้วไหนว่า “พวกเขาพร้อมที่จะสละชีพเพื่อปกป้องนบี ศ. หรือสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้นเอง…..
ในวันที่พวกเขาหนีทัพแล้วทิ้งให้ท่านนบี ศ. อยู่ในสนามรบท่ามกลางคมหอก คมดาบของเหล่าศัตรู ประจักษ์พยานที่ยืนยันถึงความประพฤติของเหล่าศ่อฮาบะฮ์กลุ่มนี้ในสงครามอุฮุดได้ถูกจารึกไว้แล้วในอัลกุรอานดังมีความหมายต่อไปนี้ :
إِذْ تُصْعِدُونَ وَلاَ تَلْوُونَ عَلَى أحَدٍ وَالرَّسُولُ يَدْعُوكُمْ فِي أُخْرَاكُمْ فَأَثَابَكُمْ غَمَّا بِغَمٍّ لِّكَيْلاَ تَحْزَنُواْ عَلَى مَا فَاتَكُمْ وَلاَ مَا أَصَابَكُمْ وَاللّهُ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ
[3:153] เมื่อครั้งพวกเจ้าทั้งหลายตะเกียกกายหนี โดยพวกเจ้าไม่สนใจผู้ใดทั้งสิ้น และขณะเดียวกัน ศาสนทูตอยู่ด้านหลังของพวกเจ้า ได้เรียกให้พวกเจ้ากลับมาดังนั้น พระองค์จึงตอบแทนแก่พวกเจ้า โดยให้ประสบความทุกข์ระทมเป็นที่สุด เพื่อพวกเจ้าไม่ต้องเสียใจต่อสิ่งที่หลุดพ้นไปจากพวกเจ้า และไม่ต้องเสียใจต่อสิ่งที่ประสบแก่พวกเจ้า และพระเจ้าทรงตระหนักยิ่งในการกระทำของพวกเจ้าทั้งมวล”
คำอธิบายเสริมถึงลักษณะจิตใจของกลุ่มศ่อฮาบะฮ์ที่หนีทัพในสงครามอุฮุด ซึ่งอัลลอฮ์ ซบ. ตรัสไว้ข้างต้น
  • พวกที่หนีทัพในสงครามอุฮุดได้ตะเกียกกายหนี โดยไม่สนใจผู้ใดทั้งสิ้น แม้แต่เสียงของท่านนบีมุฮัมมัด ศ.
” إِذْ تُصْعِدُونَ وَلاَ تَلْوُونَ عَلَى أحَدٍ “
  • พวกเขาได้ทิ้งท่านศาสดา ศ. ไว้ในสนามรบ ในขณะที่พวกเขาหลบหนีท่านศาสดามุอัมมัด ศ. ได้เรียกให้พวกเขากลับมา แต่ก็ไร้ผล เพราะพวกเขาหนีเพื่อเอาตัวรอดโดยไม่หันหลังกลับมามองเลย…
وَلاَ تَلْوُونَ عَلَى أحَدٍ وَالرَّسُولُ يَدْعُوكُمْ فِي أُخْرَاكُمْ
คำถาม.  สงครามอุฮุดมีใครยืนหยัดปกป้องนบี ศ. และมีใครหนีทัพบ้าง ?
ในสงครามอุฮุด มีสาวกหลายท่านที่มีผู้กล่าวขานกันว่า เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญและซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก โดยพวกเขาเหล่านี้กลับหันหลังหนีศัตรูและวิ่งหาที่กำบัง และไม่สำแดงความกล้าหาญดั่งที่โฆษณาไว้เลย เพราะในวันนั้นเราได้เห็นผู้กล้าที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ มีเพียงสองสามคนเท่านั้นที่ไม่วิ่งหนี เอาตัวรอด และพร้อมที่จะสละชีพเพื่อปกป้องท่านนบี ศ. คือ
  • 1. ท่านอะมีรุ้ลมุมีนีน อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ (ซึ่งอายุยังไม่ผ่านพ้น 26 ปี)
อิบนุอะษีร เขียนไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ของเขาว่า: ท่านศาสดาถูกจู่โจมจากทุกทิศทุกทาง ทุกกลุ่มที่ถาโถมเข้ใส่ แต่ทุกๆครั้งท่านศาสดาก็จะได้รับการปกป้องจากอาลี จากการเสียสละและความกล้าหาญนี้เองที่ผู้พิทักษ์วะฮ์ยู(ญิบรออีล)ได้ลงมากล่าวสรรเสริญการเสียสละของท่านอาลีแก่ท่านศาสดาว่า นี้เป็นสุดยอดแห่งการเสียสละซึ่งได้สำแดงออกมาจากทหารหาญของท่าน มุฮัมมัดศาสนทูตแห่งพระเจ้าได้ยืนยันคำพูดดังกล่าวโดยกล่าวว่า :
إن عليا مني ، وأنا منه وهو ولي كل مؤمن بعدي
سنن الترمذي ج 2 ص 297
“ฉันเป็นส่วนหนึ่งของอาลี และอาลีก็เป็นส่วนหนึ่งของฉัน และเขาคือผู้สืบทอด ต่อจากฉันสำหรับศรัทธาชนทุกๆคน”
จากนั้นก็มีเสียงกังวานหนึ่งดังก้องว่า :
لَا سَيْفَ إلاّ ذُو الْفَقَارِ  وَ لَا فَتَى إلاّ عَلِىّ
“ไม่มีดาบใดที่รับใช้อิสลามได้ยิ่งกว่าดาบซุลฟิก็อร และไม่มีชายหนุ่มใดที่สำแดงความกล้าหาญได้เทียบเท่าอาลี”
  • 2. ท่านอบูดะญานะฮ์ ( ابو دجانة )
เขาคือนายทหารอีกคนหนึ่งที่ได้ปกป้องศาสดาด้วยการนำตัวเองเป็นโล่ห์ให้กับท่านศาสดาโดยการใช้แผ่นหลังของตนรับดอกธนูของทหารมักกะฮ์ ด้วยวิธีนี้ท่านศาสนทูตแห่งพระเจ้าปลอดภัยจากดอกธนูของฝ่ายศัตรู
  • 3. อุมมุอัมมาเราะฮ์ (ام عامرة)
อุมมุอะมาเราะฮ์ ชาวอันศอร เป็นสตรีชาวเมืองมะดีนะฮ์ นางเป็นผู้ศรัทธาที่ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ และอิสลามทั้งมวลมีความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของเธอได้อย่างสนิทใจ นางเป็นผู้ที่รู้จักกันดีในฝีมือของการเป็นหมอผ่าตัดและเป็นนางพยาบาล และเดินทางมาอุฮุดพร้อมกับกองทัพแห่งมะดีนะฮ์
ในตอนต้นของสงคราม อุมมุอะมาเราะห์ นำน้ำดื่มมาใหบรรดาทหารหาญและดูแลพวกเขาหากได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อมุสลิมต้องประสบกับความพ่ายแพ้ และพวกเขาต่างหลบหนีออกจากสนามรบบทบาทของเธอก็เปลี่ยนจากการเป็นนางพยาบาลไปสู่การเป็นนักรบ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ศัตรูจัดกำลังพลแม่นธนู เพื่อระดมยิงธนูเข้าใส่ท่านศาสดาดังห่าฝน อุมมุอัมมาเราะฮ์ได้ยกโล่ ที่มีขนาดมหึมาขึ้นมาเพื่อบังตัวท่านศาสดาไว้
หลังจากนั้นไม่นานฝ่ายมักกะฮ์จึงเริ่มการจู่โจมด้วยดาบและหอก ด้วยเหตุนี้นางจึงโยนโล่ทิ้งไปและเข้าโจมตีศัตรูด้วยดาบ พวกกราบไหว้เทวรูปคนหนึ่งเข้ามาใกล้ท่านศาสดา นางอยู่ด้านหน้าของศาสดาและเมื่อมันฟันลงมานางได้ต่อสู้และถูกคมดาบเข้าที่ไหล่ ถึงแม้นางจะบาดเจ็บนางก็ไม่ได้สะทกสะท้านถอยหนี ยังคงตั้งมั่นยืนหยัดร่วมต่อสู้อยู่กับท่านศาสดาอันเป็นการท้าทายศัตรูและความตาย
ส่วนรายชื่อของผู้ที่หลบหนีแล้วทิ้งท่านศาสดาไว้ในสนามรบท่ามกลางศัตรู
อิบนิ มัสฮูดได้กล่าวรายชื่อไว้มากมาย แต่บุคคลสำคัญที่รู้จักกันดี คือ ท่านอบูบักร ท่านอุมัร ท่านอุษมาน และศ่อฮาบะฮ์ท่านอื่นทั้งหมด (ยกเว้นอะลี และคนที่กล่าวไปข้างต้นเพียงสองสามคนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสนามรบ)
  • ท่านอบูบักร 
ตัวอย่างคำพูดของท่านอุมัรที่สารภาพว่า “ในสงครามอุฮูดท่านหนีขึ้นภูเขา ปีนป่าย ขึ้นไปเหมือนดั่งแพะภูเขา”
قال: لما کان یوم أحد هزمناهم، ففررتُ حتى صعدت الجبل، فلقد رأیتنی أنزو کأننی أرْوَى،
الطبری، محمد بن جریر، جامع البیان عن تأویل آی القرآن، ج ۷، ص ۳۲۷،الکتاب: جامع البیان فی تأویل القرآن / السیوطی، الحافظ جلال الدین، جامع الاحادیث (الجامع الصغیر وزوائده والجامع الکبیر)، ج ۱۴، ص ۵۲۹
ท่านอบูบักร กล่าวว่า “คนแรกที่กลับมาจากการหนีทัพในสงครามอุฮุด ก็คือ ตัวฉันเอง”
قَالَ: کنْتُ أَوَّلَ مَنْ فَاءَ یوْمَ أُحُدٍ
  • ท่านอุมัร บิน ค็อตฎอบ
ท่านอุมัร บิน ค็อตฎอบ ออกมายอมรับด้วยตัวของเขาเองว่า ในวันนั้น(สงครามอุฮูด)เมื่อเราแพ้ ฉันได้หนี ปีนพ่ายขึ้นภูเขา มองตัวเอง ดุจดั่ง เลียงผา
أخرج ابْن جرير عَن كُلَيْب قَالَ: خطب عمر يَوْم الْجُمُعَة فَقَرَأَ آل عمرَان وَكَانَ يُعجبهُ إِذا خطب أَن يَقْرَأها فَلَمَّا انْتهى إِلَى قَوْله {إِن الَّذين توَلّوا مِنْكُم يَوْم التقى الْجَمْعَانِ} قَالَ: لما كَانَ يَوْم أحد هَزَمْنَا ففررت حَتَّى صعدت الْجَبَل فَلَقَد رَأَيْتنِي أنزو كأنني أروى (أروى: ضَأْن الْجَبَل ضد الماعز) وَالنَّاس يَقُولُونَ: قتل مُحَمَّد فَقلت: لَا أجد أحد يَقُول قتل مُحَمَّد إِلَّا قتلته حَتَّى اجْتَمَعنَا على الْجَبَل فَنزلت {إِن الَّذين توَلّوا مِنْكُم يَوْم التقى الْجَمْعَانِ} الْآيَة كلهَا وَأخرج ابْن الْمُنْذر وَابْن أبي حَاتِم عَن عبد الرَّحْمَن بن عَوْف {إِن الَّذين توَلّوا مِنْكُم يَوْم التقى الْجَمْعَانِ} قَالَ: هم ثَلَاثَة وَاحِد من الْمُهَاجِرين وَاثْنَانِ من الْأَنْصَار
  • ท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน

มีการบันทึกไว้ว่า ท่านอุษมาน ได้หนีทัพในวันนั้น ถึง 3 วันเต็มๆ

عقبة بْن عثمان بن خلدة بن مخلد بن عامر بْن زريق الأَنْصَارِيّ الزرقي،شهد بدرا هُوَ وأخوه أَبُو عبادة، وسعد بْن عُثْمَان. قَالَ ابْن إِسْحَاق: وقد كَانَ الناس انهزموا عَنْ رسول الله صلى الله عليه وسلم- يعني يَوْم أحد- حَتَّى انتهى بعضهم إِلَى المنقى دون الأعوص، وفر عُثْمَان بْن عَفَّان، وعقبة بن عثمان، وسعد بْن عُثْمَان- أخوان من الأنصار- حَتَّى بلغوا الجبل مما يلي الأعوص، فأقاموا بِهِ ثلاثا، ثُمَّ رجعوا إِلَى رَسُول اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فزعموا أن رَسُول اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ [لهم] لقد ذهبتم بها عريضةً
الاستيعاب في معرفة الأصحاب، ج 3، ص 1074،المؤلف: أبو عمر يوسف بن عبد الله بن محمد بن عبد البر بن عاصم النمري القرطبي (المتوفى: 463هـ)،المحقق: علي محمد البجاوي،الناشر: دار الجيل، بيروت،الطبعة: الأولى، 1412 هـ – 1992

ฟัครุดรอซีย์ กล่าวถึงการหนีทัพของ อุษมาน สะอ์ดุ บิน อุษมาน  และอุกบะฮ์ บิน อุษมาน ไว้เช่นกัน
وَمِنْهُمْ[المنهزمين]أَيْضًا عُثْمَانُ انْهَزَمَ مَعَ رَجُلَيْنِ مِنَ الْأَنْصَارِ يُقَالُ لَهُمَا سَعْدٌ وَعُقْبَةُ، انْهَزَمُوا حَتَّى بَلَغُوا مَوْضِعًا بَعِيدًا ثُمَّ رَجَعُوا بَعْدَ ثَلَاثَةِ أَيَّامٍ  فَقَالَ لَهُمُ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ «لَقَدْ ذَهَبْتُمْ فِيهَا عَرِيضَةً»
أبو عبد الله محمد بن عمر بن الحسن بن الحسين التيمي الرازي الملقب بفخر الدين الرازي خطيب الري (المتوفى: 606هـ)، التفسير الكبير أو مفاتيح الغيب، ج 9، ص 398،الناشر: دار إحياء التراث العربي – بيروت،الطبعة: الثالثة – 1420 هـ(3))
ฝากไว้ให้คิด……
หากพวกเขาคิดว่าการเสียชีวิตเพื่อปกป้องอิสลาม ปกป้องท่านนบี ศ. พวกเขา ก็คงไม่หนีทัพแล้วทิ้งนบี ศ. ในวันนั้นหรอกครับ…
และ ณ จุดนี้ทำให้เราได้เข้าใจว่า “ใครคือผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างท่านนบี ศ. จริงๆ ” หากไม่ใช่อิมามอะลี อ. แล้วจะมีใครอีกละครับ