หน้าแรก ประวัติศาสตร์ อัตชีวประวัติ 14 มะฮ์ซูม ตอน การสมรสของศาสดามุฮัมมัด ศ. กับท่านหญิงคอดียะฮ์

อัตชีวประวัติ 14 มะฮ์ซูม[ประวัติศาสดามุฮัมมัด-บทที่ 5] ตอน การสมรสของศาสดามุฮัมมัด ศ. กับท่านหญิงคอดียะฮ์

357

การสมรสของศาสดามุฮัมมัด ศ. กับท่านหญิงคอดียะฮ์การสมรสของศาสดามุฮัมหมัด ศ. กับท่านหญิงเป็นความสำเร็จขั้นสูงสุด ซึ่งทั้งสามีและภรรยาได้รับการอำนวยพร ด้วยความประเสริฐเลอเลิศอันหาความจำกัดมิได้ ท่านหญิงคอดีญะฮ์ได้พลีชีวิตของท่านเพื่อการรับใช้สามีและอิสลาม ท่านหญิงได้ใช้จ่ายทรัพย์สินอันมหาศาลที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอิสลามและสวัสดิภาพของบรรดามุสลิม

divider

 

อัตชีวประวัติ 14 มะฮ์ซูม[บทที่ 5] ตอน การสมรสของศาสดามุฮัมมัด ศ. กับท่านหญิงคอดียะฮ์

คอดีญะฮ์เป็นบุตรของคุวัยลิด พำนักอยู่ ณ นครมักกะฮ์ ท่านหญิงสืบตระกูลมาจากเผ่ากุเรชเช่นเดียวกันชาวมักกะฮ์ให้เกียรติแก่ท่านหญิงอย่างสูงเพราะคุณลักษณะอันสูงเด่นเป็นตัวอย่างและความสามารถในทางการจัดการของนาง เหมือนกันกับที่ชาวมักกะฮ์เรียกท่านศาสดาว่า “ ศอดิก ” และ “ อามีน ” พวกเขาก็เรียกท่านหญิงคอดีญะฮ์ว่า “ ตอฮิเราะห์ ” ซึ่งหมายถึง “ ผู้ที่สะอาดบริสุทธิ์ ” ท่านหญิงเป็นที่รู้จักกันในหมู่ชนชาวอาหรับเช่นกันว่าเป็น“ เจ้าหญิงแห่งนักการค้า ”  เมื่อใดก็ตามที่กองคาราวานเดินทางออกจากนคร มักกะฮ์หรือกลับคืนสู่นครมักกะฮ์ พวกเขาจะสังเกตเห็นว่าสินค้าของท่านหญิงนั้น จะมีปริมาณที่มากกว่าสินค้าของพ่อค้าอื่นๆทั้งหมดของนครมักกะฮ์นำมารวมกัน

เมื่อศาสดามุฮัมหมัด ศ. มีอายุ 25 ปี อบูฏอลิบผู้เป็นลุงและปกครองของท่านได้จัดการแนะนำท่านต่อคอดีญะฮ์ด้วยความเข้าใจที่เป็นนัยว่า ให้ท่านหญิงแต่งตั้งท่านเป็นตัวแทนในการควบคุมกองคาราวานกองหนึ่ง ซึ่งพร้อมที่จะออกเดินทางไปยังซีเรีย ความจริงแล้วขณะนั้นคอดีญะฮ์ก็มีความต้องการตัวแทนสักคนหนึ่งอยู่เช่นเดียวกัน ท่านหญิงจึงเล็งเห็นถึงเรื่องนี้ และได้แต่งตั้งศาสดามุฮัมมัด ศ. ให้เป็นตัวแทน ท่านจึงเข้ามารับผิดชอบการค้าขายต่าง ๆ  กองคาราวานก็พร้อมที่จะออกเดินทงไปยังซีเรีย มัยซาเราะห์ผู้เป็นทาสหญิงคนหนึ่งของท่านหญิงได้ร่วมเดินทางไปกับศาสดาด้วยเช่นกัน เพื่อคอยช่วยเหลือรับใช้ท่าน  การเดินทางไปค้าขายยังซีเรียครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย และคอดีญะฮ์รู้สึกประทับใจกับความสามารถและบูรณภาพของของผู้แทนของท่าน ถึงขั้นที่ว่าท่านหญิงได้ตัดสินใจที่จะมอบหมายท่านให้ดูแลจัดการธุรกิจการค้าของนางทั้งหมดที่จะมีมาในอนาคต การเดินทางค้าขายนี้จึงได้เห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการสมรสของท่านทั้งสอง

มัยซาเราะฮ์ได้นำเรื่องราวที่ได้พบเห็น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบในการทำการค้า มาบอกเล่าให้คอดีญะฮ์ฟัง จึงสร้างความพึงพอใจเป็นอย่างมาก และมีความปรารถนาที่จะได้ใกล้ชิดกับท่าน เพราะประทับใจในอุปนิสัยใจคอ ความดีงาม คอดีญะฮ์จึงอยากให้มุฮัมมัดมาเป็นผู้ที่คอยดูแลช่วยเหลือ เพื่อที่จะทำให้ชีวิตคู่เป็นไปด้วยดีและมีความสุข ก่อนหน้านั้นมีผู้ชายหลายคนมาสู่ขอ แต่นางก็ได้บอกปฏิเสธไป นางจึงได้ขอแต่งงานกับท่านนบี และท่านได้ตอบตกลง แต่มิใช่เพราะว่าต้องการทรัพย์สิน แต่เพราะพึงพอใจในมารยาทอันดีงาม สติปัญญาที่เฉียบแหลม ส่วนคอดีญะฮ์น่าจะเข้าใจถึงฐานะที่แท้จริง ทั้งนี้ถือว่าเป็นการเลือกสรรจากอัลลอฮ์เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระในการเผยแพร่ศาสนาของท่านนบี ต่อไป

และต่อมาในไม่ช้านางได้มอบรางวัลแห่งความดีงามให้ท่านด้วยของขวัญซึ่งก็คือการสมรส และชีวิตในภายภาคหน้าของนางให้กับท่าน สัญญาณของการสมรสเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามแบบดั้งเดิม อันเป็นการประกาศถึงความรักต่อกันระหว่างมุฮัมมัดกับคอดีญะฮ์

อบูฏอลิบเป็นผู้กล่าวคุฏบะฮ์ (ธรรมคถา) ในการสมรสของศาสดามุฮัมมัด ศ. กับ คอดีญะฮ์ คำปราศัยของท่านนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า ท่านเป็นผู้ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว ท่านได้เริ่มกล่าวคำเทศนาด้วยแบบฉบับของมุสลิม นั้นคือ การกล่าวขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าในความเมตตากรุณาปรานี รางวัลและความจำเริญอันไม่อาจนับถ้วนได้ของพระองค์ และท่านได้สรุปลงด้วยการขอพรจากพระองค์ให้ทรงโปรดประทานความเมตตากรุณาปรานีกับคู่บ่าวสาวที่เพิ่งสมรส

การสมรสของศาสดามุฮัมหมัด ศ. กับท่านหญิงเป็นความสำเร็จขั้นสูงสุด ซึ่งทั้งสามีและภรรยาได้รับการอำนวยพร ด้วยความประเสริฐเลอเลิศอันหาความจำกัดมิได้ ท่านหญิงคอดีญะฮ์ได้พลีชีวิตของท่านเพื่อการรับใช้สามีและอิสลาม ท่านหญิงได้ใช้จ่ายทรัพย์สินอันมหาศาลที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอิสลามและสวัสดิภาพของบรรดามุสลิม

ดังนั้นในไม่ช้านางได้มอบรางวัลแห่งความดีงามให้ท่านด้วยของขวัญซึ่งก็คือ “การสมรส” และชีวิตในภายภาคหน้าของนางให้กับท่าน สัญญาณของการสมรสเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามแบบดั้งเดิม อันเป็นการประกาศถึงความรักต่อกันระหว่างมุฮัมมัดกับคอดีญะฮ์ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าอายุของท่านนบีขณะแต่งงาน 25 ปี และท่านหญิง คือ 40 ปี

 

คำยืนยันจากตำราซุนนี่ห์ ว่าท่านอบูฎอลิบ เป็นผู้อ่านคำนิกะฮ์ให้กับท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ตามแบบฉบับของผู้ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว

 وقد صح أن أبا طالب يوم نكاح النبي صلى الله عليه وسلم خطب بمحضر رؤساء مضر . وقريش فقال : الحمد لله الذي جعلنا من ذرية إبراهيم وزرع اسماعيل وضئضىء معد وعنصر مضر وجعلنا حضننة بيته وسواس حرمه وجعل لنا بيتا محجوجا وحرما آمنا وجعلنا الحكام على الناس ثم أن ابن أخي هذا محمد بن عبد الله لا يوزن برجل إلا رجح به فإن كان في المال قل فإن المال ظل زائل وأمر حائل ومحمد من قد عرفتم قرابته وقد خطب خديجة بنت خويلد وبدل لها من الصداق ما آجله وعاجله من مالي كذا وهو والله بعد هذا له نبأ عظيم وخطر جليل
روح المعاني في تفسير القرآن العظيم والسبع المثاني ج9 ص251 المؤلف: شهاب الدين محمود بن عبد الله الحسيني الألوسي (المتوفى: 1270هـ

ایمان حضرت ابوطالب

 

حضر أبو طالب نكاح رسول الله صلّى الله عليه وسلّم خديجة رضي الله عنها، ومعه بنو هاشم ورؤساء مضر، فقال الحمد لله الذي جعلنا من ذرية إبراهيم…
ربيع الأبرار ونصوص الأخيار ج5 ص256 المؤلف: جار الله الزمخشري توفي 583 هـ

خطبه عقد پیامبر

  • ตำราของชาวชีอะห์

 وَ خَطَبَ أَبُو طَالِبٍ رَحِمَهُ اللَّهُ لَمَّا تَزَوَّجَ النَّبِيُّ (صلي الله عليه وآله وسلم) خَدِيجَةَ بِنْتَ خُوَيْلِدٍ رَحِمَهَا اللَّهُ بَعْدَ أَنْ خَطَبَهَا إِلَى أَبِيهَا وَ مِنَ النَّاسِ مَنْ يَقُولُ إِلَى عَمِّهَا فَأَخَذَ بِعِضَادَتَيِ الْبَابِ وَ مَنْ شَاهَدَهُ مِنْ قُرَيْشٍ حُضُورٌ فَقَالَ الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي جَعَلَنَا مِنْ زَرْعِ إِبْرَاهِيمَ وَ ذُرِّيَّةِ إِسْمَاعِيلَ وَ جَعَلَ لَنَا بَيْتاً مَحْجُوجاً وَ حَرَماً آمِناً يُجْبى‏ إِلَيْهِ ثَمَراتُ كُلِّ شَيْ‏ءٍ وَ جَعَلَنَا الْحُكَّامَ عَلَى النَّاسِ فِي بَلَدِنَا الَّذِي نَحْنُ فِيهِ ثُمَّ إِنَ‏ ابْنَ أَخِي مُحَمَّدَ بْنَ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَبْدِ الْمُطَّلِبِ لَا يُوزَنُ بِرَجُلٍ مِنْ قُرَيْشٍ إِلَّا رَجَحَ وَ لَا يُقَاسُ بِأَحَدٍ مِنْهُمْ إِلَّا عَظُمَ عَنْهُ وَ إِنْ كَانَ فِي الْمَالِ قَلَّ فَإِنَّ الْمَالَ رِزْقٌ حَائِلٌ وَ ظِلٌّ زَائِلٌ وَ لَهُ فِي خَدِيجَةَ رَغْبَةٌ وَ لَهَا فِيهِ رَغْبَةٌ وَ الصَّدَاقُ مَا سَأَلْتُمْ عَاجِلُهُ وَ آجِلُهُ مِنْ مَالِي وَ لَهُ خَطَرٌ عَظِيمٌ وَ شَأْنٌ رَفِيعٌ وَ لِسَانٌ شَافِعٌ جَسِيمٌ فَزَوَّجَهُ وَ دَخَلَ بِهَا مِنَ الْغَدِ فَأَوَّلُ مَا حَمَلَتْ وَلَدَتْ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ مُحَمَّدٍ (صلي الله عليه وآله وسلم)‏ .
من لا يحضره الفقيه، ج3، ص: 398 .