หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ความขัดแย้งระหว่าง อาอิชะฮ์ กับ อบูฮุร็อยเราะฮ์ ในการอ้างซุนนะห์นบี ศ.

ความขัดแย้งระหว่าง อาอิชะฮ์ กับ อบูฮุร็อยเราะฮ์ ในการอ้างซุนนะห์นบี ศ.

196

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ความขัดแย้งระหว่าง อาอิชะฮ์ กับ อบูฮุร็อยเราะฮ์ ในการอ้างซุนนะห์นบี ศ.

divider

ความขัดแย้งระหว่าง อาอิชะฮ์ กับ อบูฮุร็อยเราะฮ์ ในการอ้างซุนนะห์นบี ศ.

ความขัดแย้งที่ท่านอาอิชะฮ์ มีกับอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ในเรื่องที่ว่าผู้ที่ตื่นตอนเช้าโดยมีญุนุบในเดือนรอมฎอน กล่าวคือนางเห็นว่า อันนี้ถือว่าถูกต้องได้ ในขณะที่อบูฮุร็อยเราะฮ์ เห็นว่าผู้ใดที่ตื่นเช้ามาในสภาพมีญุนุบ การถือศีลอดย่อมเป็นโมฆะ

รายงานโดยอิมามมาลิกในหนังสืออัล-มุวัฎเฎาะอฺ และอัล-บุคอรี ได้บันทึกไว้ในศ่อฮีฮฺ จากรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮฺ และอุมมุซะละมะฮฺ ภรรยาทั้งสองของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ทั้งสองกล่าวว่า

حَدِيثُ عَائِشَةَ وَأُمِّ سَلَمَةَ ـ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا ـ قَالَتَا: كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصْبِحُ جُنُبًا مِنْ غَيْرِ حُلُمٍ ثُمَّ يَصُومُ

ท่านนบี ศ. ตื่นมาในสภาพมีญูนุบโดยการร่วมประเวณี มิใช่การฝันในเดือนรอมฎอน ต่อจากนั้นท่านนบี ศ. ก็ถือศีลอด

และจากอะบูบักรฺ บินอับดุรเราะฮฺมาน ได้กล่าวว่า :

وَحَدَّثَنِي عَنْ مَالِكٍ ، عَنْ سُمَيٍّ مَوْلَى أَبِي بَكْرِ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ الْحَارِثِ بْنِ هِشَامٍ ، أَنَّهُ سَمِعَ أَبَا بَكْرِ بْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ الْحَارِثِ بْنِ هِشَامٍ يَقُولُ : كُنْتُ أَنَا وَ أَبِي عِنْدَ مَرْوَانَ بْنِ الْحَكَمِ وَهُوَ أَمِيرُ الْمَدِينَةِ فَذُكِرَ لَهُ أَنَّ أَبَا هُرَيْرَةَ يَقُولُ : مَنْ أَصْبَحَ جُنُبًا أَفْطَرَ ذَلِكَ الْيَوْمَ ، فَقَالَ مَرْوَانُ أَقْسَمْتُ عَلَيْكَ يَا عَبْدَ الرَّحْمَنِ لَتَذْهَبَنَّ إِلَى أُمَّيِ الْمُؤْمِنِينَ عَائِشَةَ وَأُمِّ سَلَمَةَ فَلْتَسْأَلَنَّهُمَا عَنْ ذَلِكَ . فَذَهَبَ عَبْدُ الرَّحْمَنِ وَذَهَبْتُ مَعَهُ . حَتَّى دَخَلْنَا عَلَى عَائِشَةَ . فَسَلَّمَ عَلَيْهَا ، ثُمَّ قَالَ : يَا أُمَّ الْمُؤْمِنِينَ . إِنَّا كُنَّا عِنْدَ مَرْوَانَ بْنِ الْحَكَمِ فَذُكِرَ لَهُ أَنَّ أَبَا هُرَيْرَةَ يَقُولُ : مَنْ أَصْبَحَ جُنُبًا أَفْطَرَ ذَلِكَ الْيَوْمَ ، قَالَتْ عَائِشَةُ لَيْسَ كَمَا قَالَ أَبُو هُرَيْرَةَ . يَا عَبْدَ الرَّحْمَنِ أَتَرْغَبُ عَمَّا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَصْنَعُ ؟ فَقَالَ عَبْدُ الرَّحْمَنِ لَا وَاللَّهِ . قَالَتْ : عَائِشَةُ : فَأَشْهَدُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنَّهُ كَانَ يُصْبِحُ جُنُبًا مِنْ جِمَاعٍ ،غَيْرِ احْتِلَامٍ ، ثُمَّ يَصُومُ ذَلِكَ الْيَوْمَ . قَالَ : ثُمَّ خَرَجْنَا حَتَّى دَخَلْنَا عَلَى أُمِّ سَلَمَةَ فَسَأَلَهَا عَنْ ذَلِكَ فَقَالَتْ مِثْلَ مَا قَالَتْ عَائِشَةُ ، قَالَ : فَخَرَجْنَا حَتَّى جِئْنَا مَرْوَانَ بْنَ الْحَكَمِ . فَذَكَرَ لَهُ عَبْدُ الرَّحْمَنِ مَا قَالَتَا . فَقَالَ مَرْوَانُ أَقْسَمْتُ عَلَيْكَ يَا أَبَا مُحَمَّدٍ لَتَرْكَبَنَّ دَابَّتِي ، فَإِنَّهَا بِالْبَابِ ، فَلْتَذْهَبَنَّ إِلَى أَبِي هُرَيْرَةَ فَإِنَّهُ بِأَرْضِهِ بِالْعَقِيقِ فَلْتُخْبِرَنَّهُ ذَلِكَ . فَرَكِبَ عَبْدُ الرَّحْمَنِ ، وَرَكِبْتُ مَعَهُ ، حَتَّى أَتَيْنَا أَبَا هُرَيْرَةَ فَتَحَدَّثَ مَعَهُ عَبْدُ الرَّحْمَنِ سَاعَةً . ثُمَّ ذَكَرَ لَهُ ذَلِكَ . فَقَالَ لَهُ أَبُو هُرَيْرَةَ لَا عِلْمَ لِي بِذَاكَ . إِنَّمَا أَخْبَرَنِيهِ مُخْبِرٌ

ข้าพเจ้ากับบิดาเคยอยู่กับมัรวาน บินฮะกัม ขณะที่ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมะดีนะฮ์ บิดาได้กล่าวกับเขาว่า อบูฮุร็อยเราะฮฺ กล่าวว่า

مَنْ أَصْبَحَ جُنُبًا أَفْطَرَ ذَلِكَ الْيَوْمَ
“ใครที่ตื่นเช้ามาในสภาพญุนุบถือว่าการถือศีลอดเป็นโมฆะ”

ในวันนั้น มัรวาน กล่าวว่า “ข้าขอยืนยันกับท่าน โอ้ อับดุรเราะฮฺมาน ท่านจะต้องไปหาท่านอาอิชะฮ์ และท่านอุมมุซะละมะฮฺอย่างแน่นอน ขอให้ท่านถามคนทั้งสองในเรื่องนี้” แล้วอับดุรเราะฮฺมานได้ไป ข้าพเจ้าก็ได้ไปพร้อมกับเขาด้วย จนกระทั่งเราได้เข้าไปหาท่านหญิงอาอิชะฮฺ เมื่อให้สลามแก่นางแล้ว ท่านได้กล่าวว่า “โอ้ท่าน อุมมุล-มุอ์มินีน พวกเราเคยอยู่กับมัรวาน บินฮะกัม แล้วได้มีการกล่าวแก่เขาว่า : อะบูฮุร็อยเราะฮฺกล่าวว่า “ใครที่ตื่นเช้าในสภาพมีญุนุบ ถือว่าศีลอดเป็นโมฆะ”

ในวันนั้นท่านอาอิชะฮฺ กล่าวว่า

لَيْسَ كَمَا قَالَ أَبُو هُرَيْرَةَ . يَا عَبْدَ الرَّحْمَنِ أَتَرْغَبُ عَمَّا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَصْنَعُ ؟

“ไม่เหมือนที่อบูฮุร็อยเราะฮฺหรอก โอ้อับดุรเราะฮฺมาน หรือว่าชิงชังในสิ่งที่ท่านศาสนฑูตกระทำ”

อับดุรเราะฮฺมานกล่าวว่า

فَأَشْهَدُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنَّهُ كَانَ يُصْبِحُ جُنُبًا مِنْ جِمَاعٍ ،غَيْرِ احْتِلَامٍ ، ثُمَّ يَصُومُ ذَلِكَ الْيَوْمَ

“ไม่เลย ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ” ท่านอาอิชะฮฺ กล่าวว่า “ดังนั้นฉันขอยืนยันว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ.  เคยตื่นเช้าในสภาพญุนุบจากการร่วมประเวณี มิใช่จากการฝัน จากนั้น ท่านก็ถือศีลอดในวันนั้น”

อับดุรเราะฮฺมานกล่าวว่า : หลังจากนั้น เราก็ได้เข้าพบท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ แล้วได้ถามนางในเรื่องนั้น นางก็ได้พูดเหมือนท่านอาอิชะฮฺพูด

อับดุรเราะฮฺมานกล่าวว่า : แล้วเราก็ออกมา ขณะนั้นมัรวานได้เข้ามา อับดุรเราะฮฺมานก็กล่าวกับเขาถึงเรื่องที่ท่านหญิงทั้งสองกล่าว

มัรวานได้กล่าวว่า “ฉันได้ยืนยันกับท่านแล้วใช่ไหม โอ้ อบูมัฮัมมัด แน่นอนท่านจะต้องขี่พาหนะของข้าพเจ้า เพราะอันนี้ย่อมเป็นประตู ดังนั้นท่านจะต้องไปหาอะบูฮุร็อยเราะฮฺ ที่อัล-อะกีก แล้วท่านก็บอกเขาในเรื่องนี้”

ดังนั้น อับดุรเราะฮฺมานก็ได้ขี่พาหนะไป และข้าพเจ้าก็ได้ขี่พาหนะไปด้วย จนกระทั่งเราเข้าพบอะบูฮุร็อยเราะฮฺ แล้วอับดุรเราะฮฺมานก็ได้สนทนากับเขาเป็นเวลาชั่วโมงหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็กล่าวถึงเรื่องนี้

อบูฮุร็อยเราะฮฺ กล่าวกับเขาว่า

لَا عِلْمَ لِي بِذَاكَ  إِنَّمَا أَخْبَرَنِيهِ مُخْبِرٌ
“ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ หากแต่ได้มีคนหนึ่งบอกเล่าเรื่องนี้กับฉัน” 

 

 

จงดูเถิด ผู้อ่านทั้งหลาย ศ่อฮาบะฮฺอย่างอบูฮุร็อยเราะฮ์ ซึ่งในทัศนะของอะฮฺลิซซุนนะฮฺ ถือว่าเป็นนักรายงานฮะดีษคนหนึ่งของอิสลาม เป็นอย่างไรที่เขาวินิจฉัยความกฏเกณฑ์ศาสนาตามความนึกคิด และอ้างเรื่องนั้นให้ท่านศาสนฑูตแห่งอัลลอฮ์ ศ.  ในขณะที่ท่านเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบอกท่านในเรื่องนั้น ดังนั้นเท่ากับท่านเตรียมหลักการศาสนาไว้ให้แก่พวกเขาทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็ไม่รู้จักถึงที่มาของเรื่องนั้น

ตรงนี้ขอให้ท่านผู้มีความเข้าใจในเรื่องซุนนะฮฺของท่านนบนี ศ. หรืออย่างน้อยในเรื่องที่ถูกอ้างถึงท่านศาสนทูต ศ. พิจารณาดูเอาเอง ครั้งหนึ่งอบูฮุร็อยเราะฮฺพูดว่า เขาไม่เคยรู้เรื่องฮะดีษนี้ เขากล่าวแต่เพียงว่าคนบอกเล่าผู้หนึ่งได้เล่าเขา

ข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่าผู้รายงานฮะดีษของอิสลามนี้จะกลายไปเป็นอย่างไรในทัศนะของอะฮฺลิซซุนนะฮฺ