หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ชีอะฮ์เป็นลัทธิการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นโดย “อับดุลลอฮ์ บิน ซะบะอ์” ชาวยิวได้เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา และแนวทางนี้ ไม่มีชื่อปรากฏในอิสลาม

ชีอะฮ์เป็นลัทธิการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นโดย “อับดุลลอฮ์ บิน ซะบะอ์” ชาวยิวได้เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา และแนวทางนี้ ไม่มีชื่อปรากฏในอิสลาม

321

”ชีอะฮ์ เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ปฏิบัติตามอะลี บิน อะบี ฏอลิบ ในสมัยอุษมานเป็นคอลีฟะฮ์ โดยอับดุลลอฮ์ บินซะบะอ์ ผู้เป็นชาวยิวได้อุตริตั้งขึ้น จริงหรือ..?

ซุนนี่ห์ถาม :
”ชีอะฮ์ เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ปฏิบัติตาม อะลี บิน อะบี ฏอลิบ ในสมัยอุษมานเป็นคอลีฟะฮ์ โดยอับดุลลอฮ์ บินซะบะอ์ ผู้เป็นชาวยิวได้อุตริตั้งขึ้น..จริงหรือ ?

ชีอะห์ตอบ :
ข้าพเจ้าประหลาดใจว่า เป็นไปได้อย่างไร ที่บรรดาผู้รู้หลาย ๆคนกลับเชื่อเรื่องโกหกเหล่านี้แล้วนำเอามาเชื่อถือ โดยไม่ได้อ่านคำบอกเล่าที่ถูกต้องและบทรายงานต่าง ๆที่ชัดเจนเกี่ยวกับชีอะฮ์ ในตำราของพวกท่านเอง ที่ระบุว่าท่านนบี ศ. เป็นผู้วางพื้นฐานและรากฐานของชีอะฮ์ แน่นอนคำว่า “ชีอะฮ์อะลี” ได้แพร่หลายในแวดวงของบรรดาสาวก จากวาจาของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. เอง

ฉนั้น คำว่า “ชีอะฮ์” ถูกนำมาใช้เรียกบรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านอะลี บิน อะบี ฏอลิบ และผู้ช่วยเหลือท่านตั้งแต่สมัยท่านนบี ศ. และผู้จัดวางคำนี้ด้วยการนำมาใช้ เพื่อเป็นที่รู้สำหรับพวกเขา ก็คือ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. และท่านก็เป็นดังที่อัลลอฮ์ ผู้ทรงอานุภาพสูงสุด ตรัสถึงท่านไว้ว่า

”และเขามิได้พูดจากอารมณ์ มันมิใช่อื่นใด นอกจากวะห์ยูที่ถูกเผยแก่เขาเท่านั้น”

ท่านนบี ศ. ได้กล่าวว่า “ชีอะฮ์ของอะลีนั้นคือผู้มีชัยชนะ”

บรรดานักปราชญ์ของพวกท่านได้บันทึกฮะดีษ นี้ และที่คล้ายคลึงกันนี้ ไว้ในตำราฮะดีษและตัฟซีรของพวกเขา เพื่อเป็นกรณีศึกษาเราจะขอนำเสนอบางตัวอย่างในคำอ้างข้างต้น เช่น
[1]- มีการบันทึกไว้ในตำราของท่าน “ฮุลลียะตุล เอาลิยาอ์” โดยสารบบการรายงานของท่านจาก อิบนุอับบาส ที่ได้กล่าวว่า เมื่อโองการ อันทรงเกียรติตอนหนึ่งถูกประทานลงมาว่า

إِنَّ الَّذینَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ أُولئِکَ هُمْ خَیْرُ الْبَرِیَّةِ»؛

“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้น คือ มนุษย์ที่ประเสริฐยิ่ง”

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์(ศ)ได้บอกท่านอะลี บิน อะบี ฏอลิบ ว่า “โอ้อะลี เขาเหล่านั้นคือเจ้า และชีอะฮ์ของเจ้า ในวันฟื้นคืนชีพ ทั้งเจ้าและชีอะฮ์ของเจ้าจะมาในฐานะผู้พึงพอใจที่ได้รับความพึงพอพระทัย”

[2]- ญะลาลุดดีน ซะยูฏีย์ ก็ได้บันทึกไว้ ท่านคือนักปราชญ์อาวุโสที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของชาวซุนนี่ห์ ก็ได้บันทึกเอาไว้ จนกระทั่งบรรดานักปราชญ์เคยกล่าวถึงท่านว่า เป็นผู้ฟื้นฟู(มุญัดดิด)ซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ ในศตวรรษที่ 9 แห่งฮิจเราะฮ์ศักราช ดังมีปรากฏในหนังสือ “ฟัตฮุลมะกอล” ท่านได้บันทึกไว้โดยรับรายงานจากท่านญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ อัล-อันศอรีย์ กล่าวว่า พวกเราเคยอยู่กับท่านนบี ศ. แล้วท่านได้ลุกขึ้นต้อนรับท่านอะลี บิน อะบี ฏอลิบ ท่านนบี ศ. ได้กล่าวว่า “แน่นอน พี่น้องของฉัน ได้มายังพวกท่านแล้ว หลังจากนั้น ท่านได้หันหน้าไปยังอัล-กะอ์บะฮ์ แล้วใช้มือของท่านตีที่อัล-กะอ์บะฮ์ แล้วกล่าวว่า “ขอสาบานต่อพระองค์ ซึ่งชีวิตของฉัน อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริง เขาผู้นี้ และชีอะฮ์ของเขา คือเหล่าบรดาผู้มีชัยชนะในวันฟื้นคืนชีพ หลังจาก นั้น ท่านได้กล่าวอีกว่า เขาคือ ผู้ศรัทธาคนแรกในหมู่พวกท่าน เขาคือ ผู้ทำตามสัญญาต่ออัลลอฮ์ครบถ้วนที่สุดในหมู่พวกท่าน เขาคือ ผู้ดำรงรักษากฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ได้ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน เขาคือ ผู้เลี้ยงดูที่เที่ยงธรรมที่สุดในหมู่พวกท่าน เขาคือ ผู้แบ่งปันที่ เท่าเทียมที่สุดในหมู่พวกท่าน และเขาคือบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่พวกท่านตามทัศนะของอัลลอฮ์”

ท่านได้กล่าวว่า “แล้วโองการหนึ่งได้ถูกประทานลงมา ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้น คือ มนุษย์ที่ประเสริฐยิ่ง”  ตลอดไปจนจบ

وفي ( الدر المنثور ج6ص379 )ذكر من أخرج الحديث فقال: وأخرج ابن عساكر عن جابر بن عبد الله قال كنا عند النبي (صلى الله عليه وسلم) فأقبل عليّ فقال النبي (صلى الله عليه وسلم): (والذي نفسي بيده ان هذا وشيعته لهم الفائزون يوم القيامة ونزلت (( إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ أُولَئِكَ هُم خَيرُ البَرِيَّةِ )) فكان أصحاب النبي (صلى الله عليه وسلم) إذا أقبل عليّ قالوا جاء خير البرية

[3]- ฮากิม อุบัยดิลลาฮ์ อัลฮัสกานีย์ ในฐานะเป็นนักตัฟซีรคนสำคัญคนหนึ่งของชาวซุนนี่ห์ ก็ได้บันทึกไว้ในหนังสือของเขา (ชะวาฮิดุตตันซีล) รายงานจาก ฮากิม อะบี อับดุลลอฮ์ อัลฮาฟิซ โดยสารบบการรายงาน ที่ถูกอ้างยังยะซีด บิน ชะรอฮีล อัล-อันศอรีย์ ที่ได้กล่าวว่า “ฉันได้ยินท่านอะลี (ขอความสันติสุขพึงมีแด่ท่าน)กล่าวว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ได้บอกกับฉัน ในขณะที่ฉันดึงท่านเข้าแนบที่ทรวงอกของฉันว่า อะไรกัน อะลี เจ้ายังไม่ได้ยินโองการของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงสุดดอกหรือ “แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้น คือ มนุษย์ที่ประเสริฐยิ่ง”

เขาเหล่านั้น คือ เจ้าและชีอะฮ์ของเจ้า ที่นัดหมายของฉันกับพวกเจ้า คือ สระอัล-เฮาฎ์ เมื่อถึงเวลาที่ประชาชาติทั้งมวลถูกนำไปพิพากษา พวกเขาจะเรียกร้อง มิ่งขวัญของบรรดาผู้เคร่งครัดศาสนา

ينقل الحاكم الحسكاني وهو من أعلام أهل السنة في كتاب شواهد التنزيل :عن أبي برزة : قرأ رسول الله الآية ﴿إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ أُولَٰئِكَ هُمْ خَيْرُ الْبَرِيَّةِ) وقال : ياعلي ، خير البرية هم أنت وشيعتك وميعاد ما بيني وبينكم الحوض.
شواهد التنزیل، ج 2، ص 463

และตำราเล่มอื่นๆที่บันทึกไว้อย่างมากมาย เช่น

อิบนุศิบาฆ อัลมาลิกีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “อัล-ฟุศูลุลมุฮิมมะฮ์” หน้า 122รายงานจาก อิบนุอับบาส ที่ได้กล่าวว่า “เมื่อโองการนี้ถูกประทานลงมา (“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้น คือ มนุษย์ที่ประเสริฐยิ่ง”)ท่านนบี ศ. ได้กล่าวกับท่านอะลีว่า “ทั้งเจ้าและชีอะฮ์ของเจ้า จะมาในวันฟิ้นคืนชีพ(กิยามะฮ์)อย่างผู้พึงพอใจที่ได้รับความพึงพอพระทัย ส่วนศัตรูของเจ้าจะมาอย่างโกรธกริ้วและหัวเงยเติ่ง”

อิบนุฮะญัร ได้บันทึกไว้ใน อัศศอวาอิก บทที่ 11 จากฮาฟิซ ญะมาลุดดีน มุฮัมมัด บิน ยูซุฟ อัซซะร็อนดี อัลมะดะนีย์ และเขาได้บันทึกเพิ่มเติมว่า “ท่านอะลี อ. ได้กล่าวว่า ใครคือ ศัตรูของฉัน ? ท่านนบี ศ. ตอบว่า “คนที่ปลีกตัวพ้นจากเจ้าและแช่งด่าเจ้า”

อัลลามะฮ์ อัซซัมฮูดีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “ญะวาฮิรุลอุกดัยน์” รายงานจาก ฮาฟิซ ญะมาลุดดีนอัซซะร็อนดี อัลมะดะนีย์ อีกเช่นกัน

อัลมิร ซัยยิด อะลี อัลฮัมดานี อัชชาฟิอีย์ ในฐานะเป็นนักปราชญ์อาวุโสที่สุดคนหนึ่งของพวกท่าน ก็ได้บันทึกไว้ในหนังสือ”มะวัดดะตุลกุรบา”รายงานจากอุมมุ ซะละมะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน ภรรยาของท่านนบี ผู้ทรงเกียรติ ศ. นางได้กล่าวว่า “ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ได้กล่าวว่า “โอ้อะลี เจ้าและสหายของเจ้า จะได้อยู่ในสวรรค์ เจ้าและชีอะฮ์ของเจ้าจะได้อยู่ในสวรรค์”

อิบนุฮะญัร ได้บันทึกเรื่องนั้น จากรายงานของท่านหญิงอุมมุซะลมะฮ์ ไว้ในหนังสือ อัศศอวาอิก เช่นกัน

ท่านฮาฟิซ อิบนุ อัลมะฆอซาลีย์ อัชชาฟิอีย์ อัลวาซิฏีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือของท่านชื่อ มะนากิบ อะลี บิน อะบีฏอลิบ” โดยสารบบการรายงานของเขาจากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า เมื่ออะลี บิน อะบี ฏอลิบ ได้มาในสงครามบะดัร ท่านนบี ศ. ได้กล่าวกับเขาว่า “โอ้อะลี หากมิใช่เพราะว่าจะมีคนพวกหนึ่งในประชาชาติของฉันพูดถึงเจ้า เช่นเดียวกับที่พวกนะศอรอพูดถึงอีซา บุตรมัรยัมแล้วไซร้ แน่อน ฉันจะกล่าวถึงเจ้า สักอย่างหนึ่ง คือ เจ้าจะเดินผ่านพวกหัวหน้าของคนมุสลิมไปเฉยๆไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแห่งหนใด เว้นแต่ว่า พวกเขาจะเก็บเอาดินใต้รองเท้าของเจ้า และน้ำที่เหลือจากที่เจ้าทำความสะอาดไปทำเป็นยารักษาโรค แต่ทว่า เพียงพอแก่เจ้าแล้ว ที่มีตำแหน่งเป็นฮารูนของมูซาสำหรับฉัน เพียงแต่จะไม่มีนบีคนใดภายหลังจากฉันเท่านั้น เจ้า คือผู้ปลดเปลื้องมลทินของฉันและปิดบังอวัยวะพึงสงวนของฉัน เจ้าต่อสู้เพื่อแบบฉบับของฉัน ในวันปรโลกเจ้าจะใกล้ชิดกับฉันยิ่งกว่ามนุษย์คนใด และเจ้าคือคอลีฟะฮ์ของฉัน ณ อัล-เหาฎ์ และบรรดาชีอะฮ์ของเจ้าจะอยู่บนแท่นเทศนาต่างๆ ที่มาจากรัศมี ใบหน้าของพวกเขาผ่องใส อยู่รายล้อมใกล้ฉัน ฉันจะช่วยให้การอนุเคราะห์พวกเขา และพวกเขาจะอยู่ในสวรรค์ฐานะเป็นญาติสนิทของฉัน และผู้ใดสู้รบกับเจ้า จะเท่ากับสู้รบกับฉัน และผู้ใดให้ความสันติแก่เจ้า ก็เท่ากับให้ความสันติแก่ฉัน

หลังจากนี้ ข้าพเจ้าหวังว่า ชาวซุนนี่ห์ หรือชาววะฮ์ฮาบี จะไม่พูดสิ่งไร้สาระตามจินตนาการของพวกเพ้อเจ้อเช่นนั้นซ้ำอีก ว่า “ผู้ก่อตั้งแนวทางชีอะฮ์ คืออับดุลลอฮ์ บิน ซะบะอ์ผู้เป็นชาวยิว”