เหตุผลที่ผู้ศรัทธาต้องเข้าร่วมพิธีศพเมื่อผู้ศรัทธาคนหนึ่งเสียชีวิตลง นอกจากเป็นการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีสิ่งสำคัญกว่านั้น ก็คือ การร่วมเป็นสักขีพยานในการช่วยวิงวอนดุอาฮ์ให้แก่ผู้ล่วงลับ ให้เขาได้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในโลกหลังความตาย ได้

“ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย” [อัลกุรอาน 21:35]คำสอนที่สะท้อนคติความเชื่อของชาวมุสลิมที่มีความเชื่อว่า พระเจ้าทรงให้ชีวิตมนุษย์เพียงครั้งเดียว เมื่อตายไปแล้วไม่กลับมาอีก แต่การตายนั้นมิใช่การสูญสลายหายไป เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านจากโลกหนึ่งไปสู่อีกโลกหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมนุษย์ทุกคนจะได้เยือนโลกทั้งสาม โดยตามหลักศาสนาที่มีบอกกล่าวไว้ว่ามนุษย์ต้องได้พบกับโลกทั้งสาม ดุนยา อาลัมบัรซัค และอาคิเราะฮ์
เมื่อเราเกิดขึ้นมาจะอยู่ใน ดุนยา ซึ่งเป็นโลกชั่วคราวที่ใช้อาศัยชั่วคราวในช่วงเวลาหนึ่ง หากเมื่อเราเสียชีวิตลงแล้วจักเข้าสู่โลกของชีวิตในหลุมฝังศพที่เรียกว่า ‘อาลัมบัรซัค’ ซึ่งการเข้าสู่โลกที่สองนี้ผู้ตายไม่อาจพกสิ่งของใดติดตัวมาโลกที่สองนี้ได้เว้นแต่เพียงความดี 3 ประการตามหลักศาสนาอิสลาม และความดีอื่น ๆ ที่เคยกระทำไว้ในดุนยา เพื่อรอวันพิพากษาหรือ วันกิยามะฮ์ ว่าได้อยู่ส่วนใดของโลกอาคิเราะฮ์ ที่จะมี 2 ส่วนคือสวรรค์และนรก
อิสลาม มีคำสอนที่ถูกถ่ายทอดโดยพระผู้เป็นเจ้าผ่านท่านศาสดามุฮัมมัด ศ. ว่า หลังความตายของคนๆหนึ่ง คนที่ยังมีชีวิตอยู่อาจช่วยเขาให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในสุสานได้ ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงให้ความสำคัญในเรื่องการเข้าร่วมพิธีศพของผู้ศรัทธา ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเสียชีวิต จนนำศพลงสุสาน และเรื่องนี้ก็ถูกเน้นย้ำไว้เป็นอย่างมาก ในคำสอนของอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนจากบรรดามะฮ์ซูม อะลัยฮุมุสสลาม และในบางครั้งการเข้าร่วม และขอดุอาร์ให้กับผู้ล่วงลับเป็นส่วนหนึ่งให้เขาได้รอดพ้นจากการถูกอะซาบ ถูกลงโทษในสุสาน ได้
ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัศ ศอดิก อ. กล่าวว่า :
إذا مَاتَ المُؤْمِنُ فَخَضَرَ جَنَازَتَهُ أرْبَعُوْنَ رَجُلاً مِنَ المُؤْمِنُوْنَ،فَقالُوا: اَللهُمَّ إنَّا لاَ نَعْلَمُ مِنْهُ إلاَّ خَيْرًا وَ أنْتَأعْلَمُ بِهِ مِنَّا، قالَ اللهُ تَبَارَكَ وَ تَعَالَى: إنِّي أجَزْتُ شَهَادَتَكُمْ وَ غَفَرْتُ لَهُ مَا عَلِمْتُ مِمَّا لاَ تَعْلَمُوْنَ
“เมื่อผู้ศรัทธาได้ตายลงโดยมีผู้ศรัทธาสี่สิบคนได้เข้าร่วมพิธีศพของเขา แล้วกล่าวว่า:โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราไม่รู้สิ่งใดจากพวกเขา นอกเสียจากความดีงาม ในขณะที่พระองค์ทรงรู้ดีเกี่ยวกับตัวเขามากกว่าพวกเรา อัลลอฮ์ผู้ทรงจำเริญผู้ทรงสูงส่ง จะทรงตรัสว่า:แท้จริง ข้ายอมรับ(และให้รางวัล)ต่อการเป็นสักขีพยานของพวกเจ้า และข้าได้อภัยโทษแก่เขาแล้วในสิ่งที่ข้ารู้จากสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้”


![ความสำคัญของวันมุบาฮะละฮ์ [24 ซุลฮิจญะฮ์] และกิจปฎิบัติที่ควรกระทำในวันนี้](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/داستان-مباهله-1-238x178.jpg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)




![พฤกษาอันพิสุทธิ์ [شَجَرَةٍ طَيِّبَةٍ] คืออะห์ลุลบัยต์นบี](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/04/48f51d95e3fb3d0a7b8d77978385bffc-100x75.jpg)




