หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ทำไมชีอะห์ปล่อยมือแนบลำตัวหลังจากตักบีรร่อตุลเอียะห์รอม..?

ทำไมชีอะห์ปล่อยมือแนบลำตัว[ไม่กอด-อก]หลังจากตักบีรร่อตุลเอียะห์รอม..?

127

ทำไมชีอะห์ปล่อยมือแนบลำตัว[ไม่กอด-อก]หลังจากตักบีรร่อตุลเอียะห์รอม..? เพราะไม่มีอะห์ลุลบัยต์คนใดของท่านนบีที่ได้ กอด-อก ในนมาซของพวกเขาเลย อะห์ลุลบัยต์ผู้ซึ่งท่านนบี ศ. กล่าวถึงพวกเขาไว้ว่า “พึงสังวรเถิดว่า อะฮ์ลุลบัยต์ของฉันในหมู่พวกเจ้าเปรียบเสมือนลำนาวาของนูห์ จากลุ่มชนของเขา ใครขึ้นขี่ ก็จะปลอดภัย ส่วนใครผละจาก ก็จะพินาศ”

divider

ทำไมชีอะห์ปล่อยมือแนบลำตัว[ไม่กอด-อก]หลังจากตักบีรร่อตุลเอียะห์รอม..?

เป็นที่รู้กันว่าการวางมือด้านขวาบนมือข้างซ้ายหลังจากตักบีรร่อตุลเอียะห์รอม หรือที่เรียกกันว่า “กอด-อก” ตามทัศนะของ 3 มัซฮับใน 4 มัซฮับของชาวซุนนะห์นั้น เป็นเรื่องของ “มุสตะฮับ” ไม่ใช่ วายิบ(ข้อบังคับ)

  • มัซฮับฮะนะฟีย์ : ชาวฮะนะฟีย์ กล่าวว่า การนมาซกอด-อก เป็นซุนนะห์ ไม่เป็นวายิบ(ไม่ใช่ข้อบังคับ) และถือเป็นซุนนะห์สำหรับผู้ชายให้วางมือขวาลงบนหลังฝ่ามือข้างซ้ายใต้สะดือ ส่วนผู้หญิงให้วางมือทั้งสองตรง อก
  • มัซฮับชาฟีอีย์ : การเอามือขวาวางบนมือซ้ายของชาวชาฟีอีย์ ถือเป็นซุนนะห์ พวกเขากล่าวว่า ให้ถือว่าเป็นซุนนะห์ให้วางมือขวาลงบนหลังฝ่ามือซ้ายในตำแหน่ง ใต้อก ด้านซ้ายเหนือสะดือ
  • มัซฮับฮัมบะลีย์ : การวางมือด้านหนึ่งทับบนหลังมืออีกด้านหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นซุนนะห์ และดีกว่าให้วางมือขวาบนหลังมือซ้ายในตำแหน่งใต้สะดือ
  • มัซฮับมาลิกีย์ : ชาวมาลิกีย์แตกต่างออกไปจากมัซฮับทั้ง 3 ของชาวซุนนะห์ นั่นคือ พวกเขากล่าวว่า ให้ปล่อยมือทั้งสองข้างแนบชิดลำตัวโดยไม่ต้องวางมือข้างใดลงบนอีกข้างหนึ่ง โดยมีปวงปราชญ์ของชาวซุนนะห์มากมายที่ยืนยันในเรื่องนี้ เช่น อับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร ,ฮะซัน บัศรีย์ ,ซะอีด บิน มุซัยยับ ,ซะอีด บิน ญะบีร ,อิบนุ ญุรัยฮ์ ,อิบนุ ซีรีน และฟะฮ์กิอีกมากมาย

อัล-เอาว์ซาอีย์กล่าวว่า “ให้เลือกเอาระหว่างการกอดอกกับการปล่อยมือ และอิบนุ อับดิลหะกัมรายงานจากมาลิก  ว่าให้กอดอก ส่วนอิบนุอัล-กอสิมรายงานจากอิหม่ามมาลิก  ว่า ให้ปล่อยมือทั้งสองข้างซึ่งเป็นการรายงานที่รู้กันมากที่สุด ซึ่งชาวมัฆริบที่สังกัดมัซฮับมาลิกีย์ปฏิบัติกัน  นี้คือบทสรุปของมัซฮับทั้ง 4 ของชาวซุนนะห์

ทัศนะของมัซฮับชีอะห์อิมามียะอ์

มัชฮูรในหมู่ชาวชีอะห์การวางมือขวาบนหลังมือซ้าย(กอด-อก)ในขณะถือว่า ไม่อนุญาติ และจะเป็นเหตุให้นมาซเป็นโมฆะ(และถือว่ามีบางส่วนที่น้อยนิดมากในหมู่ปราชญ์ของชีอะห์ที่ถือว่า การกอด-อกเป็นมักรุฮ์ที่รุนเเรง เช่นอบู ศ่อละฮ์ ฮะละบีย์)

อะไรคือเหตุผลที่ชาวชีอะห์ไม่ปล่อยมือทั้งสองแนบลำตัวในณะนมาซ ?

ดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า ในทัศนะของชาวชีอะห์ถือว่า ไม่อนุญาติให้กอด-อก แต่ต้องวางมือทั้งสองไว้แนบชิดลำตัวในขณะนมาซ เพราะ

  • ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า แบบอย่างนมาซที่สมบูรณ์ของท่านนบี ศ. ที่บันทึกไว้ตรงกันทั้งฝ่ายซุนนี่ห์ และฝ่ายชีอะห์  ก็คือ ท่านนบี ศ. นมาซปล่อยมือ ไม่ได้กอด-อก
  • ไม่เคยปรากฏหลักฐานใดๆว่า อะห์ลุลบัยต์นบี เคยนมาซแบบกอด-อก แต่ในทางตรงกันข้างกลับมีคำสั่งกำชับอย่างเด็ดขาดจากอะห์ลุลบัยต์นบี ว่า ให้วางมือทั้งสองข้างไว้แนบลำตัว และไม่อนุญาติให้กอด-อกในนมาซ

หลักฐานที่ปรากฏในตำราของชาวซุนนะห์

หลักฐานที่ให้ปล่อยมือก็คือ อัล-ฮะดีษของชายที่ละหมาดเสียแล้วท่านนบี ศ. ก็สอนวิธีการละหมาดที่ถูกต้องให้แก่ชายผู้นั้น ท่านนบี ศ. ไม่ได้ระบุเรื่องการวางมือขวาลงบนมือซ้ายในอัล-ฮะดีษบทนี้  และยังมีฮะดิษบทอื่น ๆที่ยืนยันเรื่องนี้ไว้ ข้าพเจ้าจะขอยกมาซักหนึ่งบทเพื่อเป็นตัวอย่าง สุนัน อบีดาวูด หนึ่งในตำราศ่อฮิห์ซิตตะฮ์ของชาวซุนนะห์ บันทึกไว้ว่า :

มุฮัมมัด บิน อุมัรและอิบนุอะตออ์รายงาน เล่าว่า ฉันได้ยิน อบูหุมัยด์ อัซซาอิดี อยู่ในหมู่สิบอัศฮาบของท่านรอซูลุลลอฮ์  หนึ่งจากพวกเขาคือ อบูก่อตาดะฮ์ ดังนั้น อบูหุมัยด์ได้กล่าว(กับซอฮาบะฮ์ทั้งสิบ)ว่า ศ.

أَنَا أَعْلَمُكُمْ بِصَلَاةِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالُوا: فَاعْرِضْ، قَالَ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا قَامَ إِلَى الصَّلَاةِ يَرْفَعُ يَدَيْهِ حَتَّى يُحَاذِيَ بِهِمَا مَنْكِبَيْهِ ثُمَّ يُكَبِّرُ حَتَّى يَقِرَّ كُلُّ عَظْمٍ فِي مَوْضِعِهِ مُعْتَدِلًا، ثُمَّ يَقْرَأُ، ثُمَّ يُكَبِّرُ فَيَرْفَعُ يَدَيْهِ حَتَّى يُحَاذِيَ بِهِمَا مَنْكِبَيْهِ، ثُمَّ يَرْكَعُ وَيَضَعُ رَاحَتَيْهِ عَلَى رُكْبَتَيْهِ، ثُمَّ يَعْتَدِلُ فَلَا يَصُبُّ رَأْسَهُ وَلَا يُقْنِعُ، ثُمَّ يَرْفَعُ رَأْسَهُ، فَيَقُولُ: سَمِعَ اللَّهُ لِمَنْ حَمِدَهُ  ثُمَّ يَرْفَعُ يَدَيْهِ حَتَّى يُحَاذِيَ بِهِمَا مَنْكِبَيْهِ مُعْتَدِلًا، ثُمَّ يَقُولُ: اللَّهُ أَكْبَرُ ثُمَّ يَهْوِي إِلَى الْأَرْضِ فَيُجَافِي يَدَيْهِ عَنْ جَنْبَيْهِ ثُمَّ يَرْفَعُ رَأْسَهُ وَيَثْنِي رِجْلَهُ الْيُسْرَى فَيَقْعُدُ عَلَيْهَا ثُمَّ يَهْوِي إِلَى الْأَرْضِ فَيُجَافِي يَدَيْهِ عَنْ جَنْبَيْهِ ثُمَّ يَرْفَعُ رَأْسَهُ وَيَثْنِي رِجْلَهُ الْيُسْرَى فَيَقْعُدُ عَلَيْهَا
وَيَفْتَحُ أَصَابِعَ رِجْلَيْهِ إِذَا سَجَدَ وَيَسْجُدُ ثُمَّ يَقُولُ « اللَّهُ أَكْبَرُ »  وَيَرْفَعُ رَأْسَهُ وَيَثْنِي رِجْلَهُ الْيُسْرَى فَيَقْعُدُ عَلَيْهَا حَتَّى يَرْجِعَ كُلُّ عَظْمٍ إِلَى مَوْضِعِهِ، ثُمَّ يَصْنَعُ فِي الْأُخْرَى مِثْلَ ذَلِكَ، ثُمَّ إِذَا قَامَ مِنَ الرَّكْعَتَيْنِ كَبَّرَ وَرَفَعَ يَدَيْهِ حَتَّى يُحَاذِيَ بِهِمَا مَنْكِبَيْهِ كَمَا كَبَّرَ عِنْدَ افْتِتَاحِ الصَّلَاةِ، ثُمَّ يَصْنَعُ ذَلِكَ فِي بَقِيَّةِ صَلَاتِهِ حَتَّى إِذَا كَانَتِ السَّجْدَةُ الَّتِي فِيهَا التَّسْلِيمُ أَخَّرَ رِجْلَهُ الْيُسْرَى وَقَعَدَ مُتَوَرِّكًا عَلَى شِقِّهِ الْأَيْسَرِ قَالُوا: صَدَقْتَ هَكَذَا كَانَ يُصَلِّي صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ،
ฉันรู้ที่สุดในหมู่พวกเจ้าว่าท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ. นมาซอย่างไร พวกเขากล่าวว่า ท่านไม่ได้ปฏิบัติตามท่านรอซูล ศ. มากไปกว่าพวกเราหรอก และท่านก็ไม่ได้เป็นซอฮาบะฮ์ของท่านรอซูลล้ำหน้าพวกเราหรอก เขาตอบว่า ใช่  พวกเขากล่าวว่า (หากท่านรู้จริง)จงแสดงให้ดูสิ เขา(อบูหุมัยด์)จึงเล่าว่า ปรากฏว่า :
เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ. ได้ยืนขึ้นนมาซ ท่านจะยกมือทั้งสองขึ้นมาจนเสมอไหล่ทั้งสองข้าง และท่านกล่าวตักบีรร่อตุลเอี้ยะรอม(ว่า อัลลอฮุอักบัร) จนกระทั่งกระดูกทุกชิ้นนิ่งอยู่ในที่ของมัน แล้วท่านก็อ่าน(ซูเราะฮ์) แล้วท่านก็ตักบีร โดยยกมือทั้งสองขึ้นไหล่ทั้งสอง แล้วก็รุกู๊อ์(ก้ม) ท่านวางมือทั้งสองบนหัวเข่า
แล้วท่านก็ยืนตรง ศรีษะของท่านอยู่ตรง(กับลำตัว)ไม่เงยขึ้นบนหรือก้มลงล่าง จากนั้นท่านเงยศรีษะขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “สะมิอัลลอฮุ ลิมัน ฮะมิดะฮ์” จากนั้นท่านยกมือขึ้นเสมอไหล่ทั้งสองของท่านในสภาพนิ่ง แล้วท่านก็กล่าวตักบีร จากนั้นท่านจะย่อตัวลงสู่พื้น(สุหยูด) มือทั้งสองแยกห่างออกจากสีข้างของท่าน จากนั้นท่านเงยศรีษะขึ้นมา นั่งทับบนขาซ้าย นิ้วเท้าทั้งสองถูกเปิดออก เมื่อท่านได้ก้มสุหยูด และท่านจะก้มกราบ โดยจะกล่าวตักบีร
قَالُوا: صَدَقْتَ هَكَذَا كَانَ يُصَلِّي صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ،
พวกเขา(ซอฮาบะฮ์ทั้งสิบ)ทได้กล่าวว่า ท่านกล่าว ถูกต้องแล้ว ท่านรอซูล ศ. ได้ทำนมาซแบบนี้แหล่ะ
สุนัน อบีดาวูด เล่ม 1 : 252 ฮะดีษที่ 963
สุนัน ติรมิซี เล่ม 2 : 45 ฮะดีษที่ 260
สุนัน อิบนิมาญะฮ์ เล่ม 1 : 337 ฮะดีษที่ 1061
สุนัน บัยฮะกี เล่ม 2 : 137 ฮะดีษที่ 2641
มุสนัดอะหมัด เล่ม 5 : 424 ฮะดีษที่ 23647
ซอฮิฮ์ อิบนิคุซัยมะฮ์ เล่ม 1 : 317 ฮะดีษที่ 625
ซอฮิฮ์ อิบนิฮิบบาน เล่ม 5 : 180 ฮะดีษที่ 1866
ข้อสังเกตุ. วิธีการละหมาดที่ถูกต้องของท่านนบี ศ. ไม่ได้ระบุเรื่องการวางมือขวาลงบนมือซ้ายในอัล-ฮะดีษบทนี้
ท่าน เชากานี กล่าวว่า
رَوَاهُ الْخَمْسَةُ إلَّا النَّسَائِيّ، وَصَحَّحَهُ التِّرْمِذِيُّ، وَرَوَاهُ الْبُخَارِيُّ مُخْتَصَرًا
รายงานฮะดีษนี้โดยนักรายงานทั้งห้า ยกเว้นนะซาอี และติรมิซีกล่าววาซอฮิฮ์ บุคอรีได้รายงายมันไว้อย่างสั้นๆ (ดูนัยลุลเอาต็อร อัชเชากานี เล่ม 2 : 214 อันดับที่ 672)

คำสอนอะห์ลุลบัยต์นบี อ. เกี่ยวกับการนมาซกอด-อก

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ซ.บ. กล่าวแนะนำอะห์ลุลบัยต์ของท่านไว้ว่า

  • พึงสังวรเถิดว่า อะฮ์ลุลบัยต์ของฉันในหมู่พวกเจ้าเปรียบเสมือนลำนาวาของนูห์ จากลุ่มชนของเขา ใครขึ้นขี่ ก็จะปลอดภัย ส่วนใครผละจาก ก็จะพินาศ (บันทึกโดยท่านมุสลิม บิน ฮัจญาจ ในตำราศ่อฮิห์ของท่าน)
  • แท้จริง ฉันได้ละทิ้งสิ่งหนัก สองประการไว้ในหมู่พวกท่าน นั่นคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และเชื้อสายของฉันแห่งสมาชิกครอบครัว(อะฮ์ลุลบัยต์) ตราบเท่าที่พวกท่านยึดถือสิ่งทั้งสอง พวกท่านจะไม่หลงผิดอย่างเด็ดขาด ภายหลังจากฉัน และทั้งสองประการจะไม่แยกจากกัน จนกระทั่งย้อนกลับไปยังฉัน ณ อัลเฮาฎ์” (มุสลิม บิน ฮัจญาจ ศอฮีฮ์มุสลิม 7/122)

อะห์ลุลบัยต์นบี ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับการนมาซกอด-อก ไว้ว่า

  • ฮะดิษจากท่านอิมามศอดิก อ. และอิมามบาเกีร อ.

มุฮัมมัด บิน มุสลิม รายงานจากท่านอิมามบาเก็ร อ. (หรือจากอิมามศ่อดิก อ.) ว่า :

محمد بن مسلم عن احدهما (علیهما‌السّلام) قلت له: الرجل یضع یده فی الصلاة وحکی الیمنی علی الیسری فقال: ذلک التکفیر لا تفعله

ฉันได้กล่าวกับท่านอิมาม อ. ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเขาได้วางมือขวาลงบนหลังมือซ้ายของเขาในนมาซ ท่านอิมาม อ. กล่าวว่า การกระทำเช่นนั้น คือ ตักฟีร(กอด-อก) อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด(จากหนังสือวะซ่ออิลุลชีอะห์ เล่ม 7 หน้า 265 เลขที่ฮะดิษ 9295)

  • ซุรอเราะห์ รายงานจากท่านอิมามศอดิก อ. 

ท่านศ่อเราะห์รายงานจากท่านอิมามศอดิก อ. ว่า ท่านอิมาม อ. กล่าวว่า เมื่อพวกเจ้าทำการนมาซ ก็จงอย่า วางมือขวาบนมือซ้าย(กอด-อก)อย่างเด็ดขาด

وَ لَا تُكَفِّرْ  فَإِنَّمَا يَفْعَلُ ذَلِكَ الْمَجُوسُ

อย่านมาซกอด-อก(ตุกัฟฟีร-ตักฟีร) เพราะแท้จริงการกระทำเช่นนั้น คือ(การกระทำของชาวมะยูซีย์(พวกบูชาไฟ)(อุศุลุลกาฟีย์ เล่ม 3 หน้า 299)

  • ท่านอิมามบาเกร อ. กล่าวว่า

 لا تُکَفِّر انما یصنع ذلک المجوس

จงอย่านมาซกอด-อก เพราะแท้ที่จริงแล้วมันคือผลผลิตของชาวบูชาไฟ

นี้คือเหตุผลที่ชาวชีอะห์ ปล่อยมือทั้งสองให้แนบลำตัวทั้งสองข้าง ในขณะที่พวกเขานมาซ และในนมาซของพวกเขาจะไม่ไม่กอด-อก อย่างเด็ดขาด