หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้นำภายหลังศาสดามุฮัมมัดของซุนนี และชีอะห์

ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้นำภายหลังศาสดามุฮัมมัดของซุนนี และชีอะห์

221

ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้นำภายหลังศาสดามุฮัมมัดของซุนนี และชีอะห์ มุสลิมชีอะห์ มองทฤษฏีการปกครองของซุนนีว่า “ขาดความน่าเชื่อถือทางหลักการและทางศีลธรรม”  และขาดความไม่อยู่กับร่องกับรอย พวกเขากล่าวว่าหลักการต้องถูกหรือไม่ก็ผิด และสิ่งที่จะทดสอบว่าผิดหรือถูกก็คือ อัลกุรอาน มุสลิมทั้งโลกสามารถมีมติเอกฉันท์ กำหนดกฎหมายขึ้น แต่ถ้ากฎหมายนั้นขัดกับอัลกุรอาน ย่อมไม่ถือว่าเป็นเรื่องของอิสลาม แหล่งของความสอดคล้องตามหลักการและทางศีลธรรมคือ อัลกุรอาน ไม่ใช่ เสียงส่วนใหญ่

divider

ทฤษฏีเกี่ยวกับผู้นำภายหลังศาสดามุฮัมมัดของซุนนี และชีอะห์

มุสลิมที่อ้างตนเองว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามคำพูดและการกระทำของท่านศาสดาแห่งอิสลามและสาวกของท่านได้รับการขนานนามว่า “อะห์ลิซซุนนะฮ์ วัลญะมาอะห์” หรือ ซุนนี

มุสลิมซุนนีเชื่อว่าศาสดาแห่งอิสลามไม่ได้แต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของท่าน ดังนั้นมุสลิมจึงจำเป็นต้องสรรหาผู้นำของพวกเขากันเอง ด้วยเหตุนี้มุสลิมซุนนีจึงไม่มีวิธีที่แน่นอนในการเลือกสรรผู้นำในอนาคตของพวกเขา

ในกรณีหนึ่งบรรดาสาวกสรรหาผู้นำโดยผ่านกระบวนการซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้ง ในอีกกรณีหนึ่งผู้ที่อยู่ในตำแหน่งคนแรก ดำเนินการเสนอชื่อและแต่งตั้งผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไปของตนเองได้เลย ในกรณีที่สามผู้อยู่ในตำแหน่งคนที่สองแต่งตั้งคะกรรมการมา6 คน และมอบหมายหน้าที่ให้ไปเลือกบุคคลคนหนึ่งจากพวกเขามาเป็นผู้นำในอนาคตของประชาคมมุสลิม

ผู้นำคนที่สามที่ได้รับการเลือกสรรถูกสังหารในระหว่างการจลาจลและอุมมะฮ์(ประชาชาติ) มุสลิมถูกทิ้งไว้โดยปราศจากผู้นำบรรดาสาวกจึงกลับมาหาครอบครัวนบี และอ้อนวอนให้บุคคลหนึ่งในครอบครัวของท่านรับผิดชอบรัฐบาลของมุสลิม เพื่อป้องกันการแตกแยกหรือการแตกสลายของรัฐ

ผู้นำคนที่สี่กำลังปกครองมุสลิม ขณะเดียวกันผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้นำคนใหม่ ไดแต่งตั้งตนเองขึ้นมาในซีเรีย เขาไม่ใยดีกับการเลือกตั้ง ซ้ำท้าทายอำนาจของผู้นำที่ชอบธรรมของมุสลิม ด้วยการปลุกระดมโดยวิธีการใช้กำลัง และประสบความสำเร็จในการยึดอำนาจรัฐบาล การกระทำของเขาทำให้ “หลักการ”สำหรับการสรรหาผู้นำของ อุมมะฮ์มุสลิมเพิ่มขึ้นเป็น 4 วิธี คือ

  • การเลือกตั้ง อบูบักรเป็นคอลีฟะฮ์ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยเสียงส่วนใหญ่ที่สะกีฟะฮ์
  • การเสนอชื่อแต่งตั้ง อุมัรได้รับการแต่งตั้งโดยอบูบักรให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง
  • การตั้งกรรมการสรรหา หรือเลือกสรร อุศมานได้รับการเลือกสรรให้เป็นคอลีฟะฮ์โดยคณะกรรมการหกคนที่แต่งตั้งโดยอุมัร
  • การยึดอำนาจรัฐโดยใช้กำลัง มุอาวียะฮ์ บิน อบูซุฟยาน ยึดอำนาจรัฐบาลของมุสลิมโดยใช้กำลังทหาร

ซุนนีพิจารณา หลักการทั้งสี่นี้เป็นหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม ด้วยเหตุเช่นนี้ หลัก ธรรมนูญ ที่แตกต่างกันสี่ประการในการหากผู้นำจึงเกิดขึ้น

ในที่นี้เราควรจะระบุลงไปว่า แม้มุสลิมซุนนีจะใช้วิธีการในการสรรหาผู้นำของ อุมมะฮ์มุสลิม แต่ละวิธีการในสี่ประการที่แตกต่างกันนี้มี “สถานะ” เป็น “หลักการ” แต่ทั้งสี่หลักการนี้ก็ไม่มีที่มาจากคัมภีร์อัลกุรอานและวจนะของท่านศาสดาแต่อย่างใด ทั้งหมดนั้นมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากการเสียชีวิตของศาสดาแห่งอิสลาม

มุสลิมชีอะห์ มองทฤษฏีการปกครองของซุนนีว่า “ขาดความน่าเชื่อถือทางหลักการและทางศีลธรรม”  และขาดความไม่อยู่กับร่องกับรอย พวกเขากล่าวว่าหลักการต้องถูกหรือไม่ก็ผิด และสิ่งที่จะทดสอบว่าผิดหรือถูกก็คือ อัลกุรอาน มุสลิมทั้งโลกสามารถมีมติเอกฉันท์ กำหนดกฎหมายขึ้น แต่ถ้ากฎหมายนั้นขัดกับอัลกุรอาน ย่อมไม่ถือว่าเป็นเรื่องของอิสลาม แหล่งของความสอดคล้องตามหลักการและทางศีลธรรมคือ อัลกุรอาน ไม่ใช่ เสียงส่วนใหญ่

ดังพระดำรัสของพระองค์ ไม่มีผู้ใดมีอำนาจปกครองนอกจากอำนาจนั้นต้องมาจากพระองค์เท่านั้นดังที่ระบุไว้ในคัมภีร์ดังนี้

وَلَهُ الْحُكْمُ وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ سوره  القصص 70

“และการชี้ขาดนั้นเป็นสิทธิของพระองค์เท่านั้น และยังพระองค์เท่านั้นพวกเจ้าจะถูกนำกลับ”