ทำไมต้องปฎิบัติตามคำวินิจฉัยของมัรญิฮ์ตักลีด และยอมรับในคำวินิจฉัยนี้โดยไม่ต้องคิดเลย ? เมื่อเราไม่ทราบเหตุผลของฟัตวา เราควรต้องถามเหตุผลจากการออกคำฟัตวานั้นก่อนที่จะปฎิบัติ ดีกว่าไหม ? หรือตัวเราเองเข้าไปค้นหาฮุกุมจากอายะอัลกุรอ่านหรือรวิายะฮ์ ? กฏเกณฑ์ของอัลลอฮ์สลับซับซ้อนเกินกว่าที่คนธรรมจะเข้าใจฮิกมะฮ์ หรือเหตุผลของสิ่งนั้นหรือ ?
เพื่อตอบคำถามนี้ ผู้ถามควรใส่ใจกับบางประเด็นก่อน:
ประเด็นแรก: การตีความของ “ตักลีด” ไม่ควรทำให้เราเข้าใจผิด เพราะนิยามของ “ตักลีด” ในศัพท์นิติศาสตร์อิสลามไม่ได้ให้ความหมายเหมือนที่คนทั่วไปเข้าใจกัน แต่ “ตักลีด” คือ “การปฎิบัติตามของผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ต่อผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ” ความว่า ในมุมของนิติศาสตร์ทางศาสนาเมื่อคุณไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและคุณก็ได้ปฎิบัติตามแนะนำของแพทย์ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ตักลีด” และเมื่อคุณนำรถของคุณเข้าอู่เพื่อซ่อมกับช่างที่ชำนาญการ และคุณก็ให้ช่างซ่อมรถให้คุณตามที่เขาได้แนะนำ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ตักลีด”
ฉะนั้นการ ตักลีด คือการปฎิบัตตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญต่อสิ่งที่เขาชำนาญการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อท่านต้องการจะซื้อรถ ก็ไม่จำเป็นต้องไปถามมัรญิฮ์ว่า จะซื้อรุ่น หรือ ยี่ห้อไหนดี เมื่อต้องการซื้อบ้านก็ไม่จำเป็นต้องถามมัรญิฮ์ว่า ราคานี้เหมาะสมหรือไม่ แพงไปไหม ? เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความชำนาญการของพวกเขา สิ่งนี้เปรียบได้เมื่อท่านป่วยไข้ ท่านจึงไปหาหมอเพื่อรับคำแนะนำในการรักษา ฉันใดเมื่อท่านสงสัยในเรื่องศาสนบัญญัติ สิ่งที่ฮะรอม สิ่งที่ฮะลาลท่านก็ต้องถามมัรญิฮ์ ฉันนั้น เพราะพวกเขามีความชำนาญการในเรื่องนี้
ประเด็นที่สอง: บรรดามัรญิฮ์ไม่มีอำนาจในการสร้างฮุกุม ฮะลาล หรือ ฮะรอม เพราะสิ่งนี้อยู่ในอำนาจของอัลลอฮ์เท่านั้น แต่บรรดามัรญิฮ์มีหน้าที่ในการค้นหาและวินิจฉัยว่า “อะไรคือสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้าม(ฮะรอม)และสิ่งใดที่พระองค์อนุมัต(ฮะลาล)” เพื่อแจกแจงให้กับผู้คน ก็เท่านั้น
ฉะนั้นการตั้งคำถาม การสอบถามหาเหตุผลจากมัรญิฮ์ว่า เพราะเหตุใดท่านจึงวินิจฉัยเช่นนั้น ย่อมทำได้แน่นอน เช่นเดียวกับที่เราสามารถถามแพทย์ถึงเหตุผลสำหรับยาที่เขาสั่ง แต่เมื่อพวกเขาตอบกลับมา ผู้ไม่ชำนาญการอย่างเราจะรู้ได้อย่างไรว่า คำพูดของมัรญิฮ์ หรือ ใบสั่งยาของหมอ ผิดหรือถูก ?
ประเด็นที่สาม: การที่บอกว่า เราไปค้นคว้าจากอัลกุรอ่าน จากฮะดิษด้วยตัวเอง ถือเป็นสิ่งที่ดี และควรกระทำด้วย แต่ต่อมาหากสิ่งที่เราเห็นกลับขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของบรรดามัรญิฮ์ เราก็ไม่อาจที่จะหักล้างคำวินิจฉัยของมัรญิฮ์ได้ เพราะว่า การเข้าใจอัลกุรอ่าน การเข้าใจริวายะฮ์ของท่านนบี ต้องอาศัยความชำนาญการในหลายๆด้าน เช่น ต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านไวยกรณ์อาหรับ การเข้าใจในภาษา การเข้าใจในสารบบสายรายงานฮะดิษ และอื่นๆอีกมากมาย เป็นต้น และสิ่งนี้บรรดามัรญิฮ์ก็มีความชำนาญการ ซึ่งแตกต่างจากเราที่ขาดความชำนาญการอย่างสิ้นเชิง และคนธรรมดาสามัญชนอย่างเรา มากสุดก็ได้แค่ตั้งคำถามต่อมัรญิฮ์ว่า ทำไมท่านจึงออกคำฟัตวาที่ขัดต่อริวายะฮ์บทนี้ และก็รอฟังคำอธิบายจากท่าน ก็เท่านั้น
ประเด็นที่สี่ : บรรดามัรญิฮ์ไม่มีหน้าที่ในการอธิบาย“เหตุผลของฮุกุม” พวกท่านมีหน้าที่ในการวินิจฉัยฮุกุมเท่านั้น เช่น หากถามว่า ทำไมเหล้าถึงฮะรอม(ต้องห้าม)? ท่านก็จะตอบว่า เพราะอัลลออ์บอก ด้วยกับอัลกุรอ่านอายะนี้ หรือริวายะฮ์นั้น เป็นต้นกล่าวคือ ท่านมีหน้าที่ในการวินิจฉัยศาสนาบัญญัติ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการอธิบายเหตุผล(ฮิกมะฮ์)ของฮุกุม
ฉะนั้นปรัชญาที่ว่า ทำไมอัลลอฮ์ต้องห้ามสิ่งนี้ อนุมัติสิ่งนั้น ให้ปฎิบัติเช่นนี้ ห้ามไม่ให้ปฎิบัติเช่นนั้น มีเหตุผล และปรัชญาอะไร ? สิ่งนี้อยู่นอกหน้าที่ของบรรดามัรญิฮ์ พวกท่านทำหน้าที่เพียงวินิจฉัยจากอัลกุรอ่านและริวายะฮ์ ว่า “สิ่งนี้ฮะรอม หรือ สิ่งนี้ฮะลาล” ก็เท่านั้น




![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)





![ความอิจฉาริษยาของอาอิชะฮ์ที่มีต่อท่านหญิงคอดียะฮ์ [حسد عائشة بالنسبة للسیدة خدیجة الکبری سلام الله علیها]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/6729-100x75.jpg)



