หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ สลาม “อาลียาซีน” คือการสลามแด่วงศ์วานของศาสดามุฮัมมัด ศ.

สลาม “อาลียาซีน” [سَلَامٌ عَلَىٰ آلِ يَاسِينَ] คือการสลามแด่วงศ์วานของศาสดามุฮัมมัด ศ.

202

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

สลาม อาลียาซีน[سَلَامٌ عَلَىٰ آلِ يَاسِينَ] สลามแด่วงศ์วานของศาสดามุฮัมมัด ศ.

divider

แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงอานุภาพ สูงสุดทรงมีโองการในซูเราะฮ์อัศศอฟฟาต อายะฮ์ 130 ว่า ”ความสันติสุขพึงมีแด่วงศ์วานของยาซีน”

และหนึ่งในความสูงส่ง และเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ของ “วงศ์วานนบี ศ.” ก็คือ อัลลอฮ์มีโองการกล่าวสลามแก่พวกท่าน(อะห์ลุลบัยต์) แต่ในซูเราะห์เดียวกันนี้ ในบรรดานบีอื่น ๆ พระองค์มีการกล่าวสลามถึงพวกท่าน แต่ไม่เอ๋ยสลามแก่วงศ์วานของพวกท่าน เช่น

  • ความสันติสุขมีแด่นูห์ในสากลโลก(سَلَامٌ عَلَىٰ نُوحٍ فِي الْعَالَمِينَ)
  • ความสันติสุขมีแด่อิบรอฮีม(سَلَامٌ عَلَىٰ إِبْرَاهِيمَ)
  • ความสันติสุขมีแด่มูซาและฮารูน(سَلامٌ عَلى‌ مُوسى‌ وَ هارُونَ )
    ฉะนั้นพระองค์มิได้ให้สลามแก่วงศ์วานของนบีท่านใด นอกจากวงศ์วานของยาซีน และ”ยาซีน”เป็นชื่อหนึ่งของนบีของเรา เพราะอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงสุดทรงกล่าวถึงนบี ผู้ทรงเกียรติของพระองค์ในอัล-กุรอานไว้ 5 ชื่อ คือ มุฮัมมัด, อะห์มัด, อับดุลลอฮ์, นูน, และยาซีน “ยาซีน จงสนใจกับอัล-กุรอาน แท้จริงเจ้าเป็นศาสนทูตคนหนึ่ง” คำว่า “ยา”เป็นคำเรียก “ซีน” เป็นชื่อของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์
ท่านอิมามอะลี อ. กล่าวว่า

عَنْ عَلِیٍّ فِی قَوْلِهِ عَزَّوَجَلَّ سَلَامٌ عَلَی آلِ یس قَالَ یس مُحَمَّدٌ وَ نَحْنُ آلُ یس

ในพระดำรัสของอัลลอฮ์ ผู้ทรงอานุภาพ สูงสุด “ขอความสันติสุขพึงมีแด่วงศ์วานของยาซีน” (อิมามอะลี อ.)กล่าวว่า เรา(อะห์ลุลบัยต์นบี)คือ วงศ์วานของยาซีน(มุฮัมมัด)จากหนังสือ บิฮารุลอันวาร เล่ม 12 หน้า 64 
ท่านอิมามศอดิก อ. กล่าวว่าตอบแก่ผู้ถามว่า อาลียาซีน หมายถึงใคร ว่า  : ยาซีน คือชื่อของท่านนบี ศ. และ อาลี ยาซีน คือ วงศ์วานของท่านนบี ศ.

 عَنْ أَبِی عَبْدِ اللَّهِ جَعْفَرِ بْنِ مُحَمَّدٍ أَنَّ سَائِلًا سَأَلَهُ فَقَالَ یَا ابْنَ رَسُولِ اللَّهِ أَخْبِرْنِی عَنْ آلِ مُحَمَّدٍ مَنْ هُم … سَلامٌ عَلی إِلْ یاسِینَ وَ یَاسِینُ مُحَمَّدٌ وَ آلُ یَاسِینَ أَهْلُ بَیْتِه  / تفسیر اهل بیت علیهم السلام ج۱۲، ص۶۸۸ ,دعایم الإسلام، ج۱، ص۳۱

ในทำนองเดียวกันมีริวายะฮ์และฮะดีษต่างๆที่ถูกบันทึกไว้อย่างมากมายในตำราของชาวซุนนะห์ เช่น หนังสือ “อัศศวาอิกุล-มุฮัรรอเกาะฮ์”อธิบายโองการที่ 3 ในเรื่องเกียรติยศของอะฮ์ลุลบัยต์ เขากล่าวว่า นักอรรถาธิบายคัมภีร์คณะหนึ่งรับบทรายงานมาจากอิบนุอับบาส กล่าวว่า ความหมายของโองการนี้ سَلَامٌ عَلَىٰ آلِ يَاسِينَ หมายถึงความสันติสุขมีแด่วงศ์วานของมุฮัมมัด
ท่านอิบนุฮะญัรได้อ้างอีกเช่นกัน เป็นบทรายงานจากอิมามฟัครุ รอซีย์ที่กล่าวว่า “บรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน ศ. มีความเสมอเหมือนกับท่าน 5 ประการ
ان اهلبیته (صل الله علیه و آله) یسارونه فی خمسة اشیاء : فی السلام قال السلام علیک ایها النبی و قال السلام علی آل یاسین و فی الصلاة علیه و علیهم فی التشهد و فی الطهارة، قال تعالی طه یا طاهر و قال یطهرکم تطهیرا. وفی تحریم الصدقة و فی المحبة، قال تعالی، قل ان کنتم تحبون الله فاتبعونی یحببکم الله و قل لا اسئلکم علیه اجرا الا المودة فی القربی.
 5 ประการ นั้น คือ:
  • ในการให้สลามท่านกล่าวว่า ความสันติสุขมีแด่ท่านโอ้ ผู้เป็นนบี และกล่าวว่า “ความสันติสุขมีแด่วงศ์วานของยาซีน”
  • ในการอวยพร(ศอลาวาต)ให้แก่ท่านและแก่พวกเขา ในตอนอ่านตะชะฮุด
  • ในด้านความบริสุทธิ์ อัลลอฮ์ทรงมีโองการว่า (ฏอฮา/36) หมายความว่า يا طاهر، “โอ้ผู้สะอาด”และทรงตรัสอีกว่า ويطهركم تطهيرا “และทรงชำระขัดเกลาพวกเจ้าให้สะอาด”
  • ในคำสั่งห้ามรับสิ่งของบริจาค
  • ในคำสั่งให้รักใคร่ ผู้ทรงสูงสุดตรัสว่าفاتبعوني يحببكم الله “ดังนั้นจงปฏิบัติตามฉันแล้วอัลลอฮ์จะทรงรักพวกท่าน” แล้วทรงตรัสว่า قل لا أسألكم عليه أجرا إلا المودة في القربى “จงกล่าวเถิด ฉันมิได้ขอรางวัลใดๆจากพวกท่านในการนี้ นอกจากความรักแก่ญาติใกล้ชิด”
ท่านฮาฟิซ สุลัยมาน อัลฮะนะฟีย์ ในหนังสือ “ยะนาบีอุลมะวัดดะฮ์” พิมพ์ครั้งที่ 7 จากบทนำในหน้า 6 ดังนี้ “อะบูนุฆีม อัลฮาฟิซและนักตัฟซีรกลุ่มหนึ่งและอะบีศอลิห์ บันทึกจากอิบนุอับบาส(ร.ฎ)กล่าว่า “อาลิ ยาซีน หมายถึง วงศ์วานของมุฮัมมัด และคำว่า “ยาซีน” เป็นชื่อหนึ่งจากหลาย ๆชื่อของท่านนบีมุฮัมมัด ศ.
ฮาฟิซ สุลัยมาน ยืนยันในบทนำหนังสือ “ยะนาบีอุลมะวัดดะฮ์” โดยกล่าวถึงรายงานต่างๆมากมายในประเด็นนี้ ท่านล่าวต่อไปว่า จากความหมายในโองการนี้และจากฮะดีษต่างๆทำให้รู้ว่า การศอลาวาตและการให้สลามโดยลำพังเพียงเฉพาะแก่บรรดานบีและมะลาอิกะฮ์นั้น ถือว่ายังไม่เป็นผล ท่านนำเรื่องนี้อ้างเป็นหลักฐานต่อไปว่า คำกล่าวที่ว่าการศอลาวาตและการให้สลาม “มีเฉพาะแด่บรรดานบีและมะลาอิกะฮ์เท่านั้น” เป็นเพียงคำกล่าวของพวกคลั่งไคล้ในชาติพันธุ์หลังจากประชาชาตินี้ได้แตกแยกกัน เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ โปรดปกป้องเราให้พ้นจากความคลั่งไคล้ในชาติพันธุ์
อิบนุฮะญัรยังได้อธิบายอย่างละเอียดโดยอ้างทัศนะของนักปราชญ์และนักศาสนบัญญัติ(ฟุกอฮาอ์)ของพวกท่าน ที่ระบุว่า การอวยพร(ศอลาวาต)และการให้สลามแก่วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. ในช่วงอ่านตะชะฮุดนมาซประจำวันถือว่าเป็น “ข้อบังคับ”(วาญิบ) หลังจากนั้น เขายังกล่าวว่า อิมามชาฟิอีย์(ร.ฎ)กล่าวว่า
يا آلَ بيتِ رسولِ اللهِ حبكمُ           فَرْضٌ مِنَ اللَّهِ في القُرآنِ أَنْزَلَهُ
كفاكم منْ عظيمِ الفخرِ أتَّكمُ         مَنْ لَمْ يُصَلِّ عَلَيْكُمْ لا صَلاة َ لَهُ
“โอ้อะฮ์ลุลบัยต์ ของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ความรักต่อพวกท่าน เป็นข้อบังคับจากอัลลอฮ์ ที่มีในอัล-กุรอาน ซึ่งถูกประทานมา เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของพวกท่าน พอเพียงแก่พวกท่านแล้ว เพราะว่า ผู้ใดมิได้อวยพรให้แก่พวกท่าน การนมาซก็จะไม่มีสำหรับคนผู้นั้น”