หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ทูลอัลกุรอ่านในค่ำคืนอานุภาพ ลัยตุลก็อดร์ คือ ซุนนะห์อะห์ลุลบัตย์นบี อ.

ทูลอัลกุรอ่านในค่ำคืนอานุภาพ ลัยตุลก็อดร์ คือ ซุนนะห์อะห์ลุลบัตย์นบี อ.

215

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การทูลอัลกุรอ่านในค่ำคืนอานุภาพ ลัยตุลก็อดร์ คือ ซุนนะห์อะห์ลุลบัตย์นบี

divider

การทูลอัลกุรอ่าน หรือการวางอัลกุรอ่านไว้เหนือศีรษะในค่ำคืนอานุภาพ ลัยตุลก็อดร์ คือ ซุนนะห์อะห์ลุลบัตย์นบี อ.

ในบรรดาซุนนะห์ที่เกี่ยวพันธ์กับกิจปฎิบัติ และดุอาฮ์ต่างๆที่ให้กระทำพร้อมกับนำอัลกุรอ่านมาในค่ำคืนอานุภาพ ลัยละตุลก็อดร์ ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท

ประเภทแรก. ให้เปิดอัลกุรอ่าน แล้ววางไว้เบื้องหน้าของตนเอง และกล่าววิงวอนว่า :

اللّٰهُمَّ إِنِّى أَسْأَلُكَ بِكِتابِكَ الْمُنْزَلِ وَمَا فِيهِ وَفِيهِ اسْمُكَ الْأَكْبَرُ وَأَسْماؤُكَ الْحُسْنىٰ وَمَا يُخافُ وَيُرْجىٰ أَنْ تَجْعَلَنِى مِنْ عُتَقائِكَ مِنَ النّارِ

ข้าแต่อัลลอฮ์ แท้จริงข้าฯ วอนขอต่อพระองค์ ด้วยสิทธิของพระคัมภีร์ของพระองค์ ที่ถูกประทานลงมา และสิ่งที่มีอยู่ในนั้น และในนั้นคือพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และพระนามทั้งหลายของพระองค์ล้วนสง่างาม และสิ่งที่ข้าฯ หวาดกล้วและมีความหวัง โปรดบันดาลให้ข้าฯ เป็นหนึ่งจากบรรดาผู้ที่เป็นอิสระจากไฟนรกด้วยเถิด..

ซุรอเราะฮ์รายงานจากท่านอิมามศอดิก อ. ว่า อิมาม อ. กล่าวว่า : ในค่ำคืนอานุภาพ ลัยละลุก็อดร์ทั้ง 3 คืนในเดือนรอมฎอน ให้นำอัลกุรอ่านมาวางเบื้องหน้า เปิดออก แล้วจงวิงวอน ดุอาฮ์ด้วยสิทธิของคัมภีร์อัลกุรอ่าน……จนจบฮะดิษ

وَ عَنْ زُرَارَةَ قَالَ قَالَ الصَّادِقُ(ع) تَأْخُذُ الْمُصْحَفَ فِی ثَلَاثِ لَیَالٍ مِنْ شَهْرِ رَمَضَانَ فَتَنْشُرُهُ وَ تَضَعُهُ بَیْنَ یَدَیْکَ وَ تَقُولُ- اللَّهُمَّ إِنِّی أَسْأَلُکَ بِکِتَابِکَ الْمُنْزَلِ وَ مَا فِیهِ وَ فِیهِ اسْمُکَ الْأَکْبَرُ وَ أَسْمَاؤُکَ الْحُسْنَى وَ مَا یُخَافُ وَ یُرْجَى أَنْ تَجْعَلَنِی مِنْ عُتَقَائِکَ مِنَ النَّارِ وَ تَدْعُو بِمَا بَدَا لَکَ مِنْ حَاجَةٍ»؛
قطب الدین راوندی، سعید بن هبة الله، الدعوات (سلوة الحزین)، ص 206،  مجلسی، محمد باقر، بحار الانوار، ج 94، ص 4، دار إحیاء التراث العربی، بیروت

 

ประเภทที่สอง. นำอัลกุรอ่านขึ้นมาทูลไว้บนศีรษะ

ซัยยิด อิบนิ ฏอวูซ ได้กล่าวไว้ 2 ริวายะฮ์ในหนังสือ “อิฆอษะตุล ดาอีฮ์” โดยมีสารบบสายรายงานที่แตกต่างกันออกไป ที่อิมามผู้บริสุทธิ์ยิ่งได้กล่าวถึง อะมั้ลที่เป็นการเฉพาะในค่ำคืนอานุภาพ ลัยละตุลก็อดร์ นั่นคือ การทูลอัลกุรอ่าน และข้าพเจ้าจะขอหยิบยกมาสักหนึ่งริวายะฮ์

«ذَکَرْنَا إِسْنَادَنَا إِلَیْهِ فِی کِتَابِ إِغَاثَةِ الدَّاعِی عَنْ عَلِیِّ بْنِ یَقْطِینٍ رَحِمَهُ اللَّهُ عَنْ مَوْلَانَا مُوسَى بْنِ جَعْفَرٍ(ع) یَقُولُ فِیهِ خُذِ الْمُصْحَفَ فِی یَدِکَ وَ ارْفَعْهُ فَوْقَ رَأْسِکَ وَ قُلْ اللَّهُمَّ بِحَقِّ مَنْ أَرْسَلْتَهُ إِلَى خَلْقِکَ وَ بِکُلِّ آیَةٍ هِیَ فِیهِ وَ بِحَقِّ کُلِّ مُؤْمِنٍ مَدَحْتَهُ فِیهِ وَ بِحَقِّهِ عَلَیْکَ وَ لَا أَحَدَ أَعْرَفُ بِحَقِّهِ مِنْکَ یَا سَیِّدِی یَا سَیِّدِی یَا سَیِّدِی یَا اللَّهُ یَا اللَّهُ یَا اللَّهُ عَشْرَ مَرَّاتٍ وَ بِحَقِّ مُحَمَّدٍ عَشْرَ مَرَّاتٍ وَ بِحَقِّ کُلِّ إِمَامٍ وَ تَعُدُّهُمْ حَتَّى تَنْتَهِیَ إِلَى إِمَامِ زَمَانِکَ عَشْرَ مَرَّاتٍ فَإِنَّکَ لَا تَقُومُ مِنْ مَوْضِعِکَ حَتَّى یُقْضَى لَکَ حَاجَتُکَ وَ تَیَسَّرَ لَکَ أَمْرُک»؛

(บางริวายะฮ์ใช้ประโยค..«اللَّهُمَّ بِحَقِّ هَذَا الْقُرْآنِ») ความว่า :

อะลี บิน ยักฎีน รายงานจากท่านอิมามมูซา อัลกาซิม อ. ว่า ท่านอิมาม อ. กล่าวว่า จงนำอัลกุรอ่านมา แล้ว นำอัลกุรอ่านขึ้นมาทูลไว้บนศีรษะ และจงวิงวอนต่ออัลลอฮ์(โดยผ่านสิทธิของอัลกุรอ่าน)ว่า :
ข้าแต่อัลลอฮ์ ด้วยสิทธิของอัลกรุ่อานนี้ ด้วยสิทธิของผู้ที่พระองค์ส่งเขามาด้วยสิ่งนี้ ด้วยสิทธิของผู้ศรัทธาทุกคน ที่พระองค์ทรงสรรเสริญพวกเขาไว้ในนั้น และด้วยสิทธิของพระองค์ที่มีเหนือพวกเขา ซึ่งไม่มีผุ้ใดรู้จักสิทธิของพระองค์ได้ดีกว่าพระองค์เอง จากนั้นให้กล่าวพระนามต่อไปนี้ทีละพระนาม พระนามละ 10 ครั้ง……(จนจบฮะดิษ)

 

การนำอัลกุรอ่านขึ้นมาทูลไว้บนศีรษะในตำราของชาวซุนนะห์

อบูยูซุฟ  ฟะสะวีย์ ได้กล่าวในหนังสือ อัลมะอฺริฟะฮ์ วัตตารีค ด้วยสาระบบสายรายงานทั้งหมดเป็นสารบบสายรายงานเดียวกับศอฮี๊มุสลิมและบุคอรีย์ และมีบันทึกไว้เช่นกันในหนังสือ อัลบิดายะฮ์ วัน นิฮายะฮ์ ของอิบนิ กะซีร อัตดะเมชกีอ์ เล่ม 7 หน้า 610 และตำราเล่มอื่น ๆของชาวซุนนะห์ ว่า
รายงานมาจากอบู ศอลิฮ์ อัลฮะนาฟีอ์ว่า “ฉันได้เห็นท่าน อะลี บิน อบีฏอลิบ อ. นำอัลกุรอ่านขึ้นมาทูลไว้บนศีรษะ จนได้ยินเสียงขยับของกระดาษอย่างชัดเจน หลังจากนั้นท่านก็กล่าวว่า “ข้าแต่อัลลอฮ์ พวกเขาสกัดกั้นฉันมิให้ปกครองประชาชาตินี้(ด้วยกับกุรอาน แต่ถึงกระนั้น) โปรดทำให้ข้าได้รับมรรคผลจากสิ่งนั้น(กุรอาน)ด้วยเถิด……(จนจบฮะดิษ)

(1295)- [3 : 78] حَدَّثَنَا عَبْدُ الْعَزِيزِ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ الْأُوَيْسِيُّ، ثنا إِبْرَاهِيمُ بْنُ سَعْدٍ، عَنْ شُعْبَةَ، عَنْ أَبِي عَوْنٍ مُحَمَّدِ بْنِ عُبَيْدِ اللَّهِ الثَّقَفِيِّ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ الْحَنَفِيِّ، قَالَ: رَأَيْتُ عَلِيَّ بْنَ أَبِي طَالِبٍ عليه السلام أَخَذَ الْمُصْحَفَ فَوَضَعَهُ عَلَي رَأْسِهِ حَتَّي لَأَرَي وَرَقَهُ يَتَقَعْقَعُ، ثُمَّ قَالَ: ” اللَّهُمَّ إِنَّهُمْ مَنَعُونِي أَنْ أَقُومَ فِي الْأُمَّةِ بِمَا فِيهِ، فَأَعْطِنِي ثَوَابَ مَا فِيهِ
الفسوي ، أبو يوسف يعقوب بن سفيان (متوفاي277هـ) ، المعرفة والتاريخ، ج 2، ص751،
ابن كثير الدمشقي، ابوالفداء إسماعيل بن عمر القرشي (متوفاي774هـ)، البداية والنهاية، ج 7، ص610، ناشر: مكتبة المعارف – بيروت
البلاذري، أحمد بن يحيي بن جابر (متوفاي279هـ)، أنساب الأشراف، ج1، ص 348، طبق برنامه الجامع الكبير
الذهبي الشافعي، شمس الدين ابوعبد الله محمد بن أحمد بن عثمان (متوفاي 748 هـ)، سير أعلام النبلاء، ج 3، ص 144

 

 

 

ข้อควรรู้. การนำอัลกุรอ่านขึ้นมาทูลไว้บนศีรษะ ไม่ได้เฉพาะว่าต้องทำในค่ำคืนอานุภาพ ลัยละตุลก็อดร์ อย่างเดียว แต่มีซุนนะห์ให้ปฎิบัติในกรณีอื่นด้วย เช่น เมื่อคนใดคนหนึ่งกำลังเผชิญเคราะห์ร้ายต่างๆ มีหนี้สินที่ไม่สามารถปลดเปลื้องได้ และอื่นๆ ให้เขานมาซ 2 ร่อกะอัต แล้วนำอัลกุรอ่านมาทูลไว้บนศีรษะ เอ๋ยพระนามอันไพจิตของอัลลอฮ์ 10 ครั้ง นามของท่านนบี ศ. และอะฮ์อิมมะฮ์ อย่างละ 10 ครั้ง

«جَاءَ رَجُلٌ إِلَى سَیِّدِنَا الصَّادِقِ(ع) فَقَالَ لَهُ یَا سَیِّدِی أَشْکُو إِلَیْکَ دَیْناً رَکِبَنِی وَ سُلْطَاناً غَشَمَنِی فَقَالَ إِذَا جَنَّکَ اللَّیْلُ فَصَلِّ رَکْعَتَیْنِ اقْرَأْ فِی الْأُولَى مِنْهُمَا الْحَمْدَ وَ آیَةَ الْکُرْسِیِّ وَ فِی الرَّکْعَةِ الثَّانِیَةِ الْحَمْدَ وَ آخِرَ الْحَشْرِ لَوْ أَنْزَلْنا هذَا الْقُرْآنَ عَلى‏ جَبَلٍ إِلَى آخِرِ السُّورَةِ ثُمَّ خُذِ الْمُصْحَفَ فَدَعْهُ عَلَى رَأْسِکَ وَ قُلْ (بِحَقِّ هَذَا) الْقُرْآنِ وَ بِحَقِّ مَنْ أَرْسَلَهُ وَ بِحَقِّ کُلِّ مُؤْمِنٍ فِیهِ وَ بِحَقِّکَ عَلَیْهِمْ فَلَا أَحَدَ أَعْرَفُ بِحَقِّکَ مِنْکَ بِکَ یَا اللَّهُ عَشْرَ مَرَّاتٍ ثُمَ‏ تَقُولُ یَا مُحَمَّدُ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا عَلِیُّ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا فَاطِمَةُ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا حَسَنُ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا حُسَیْنُ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا عَلِیَّ بْنَ الْحُسَیْنِ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا مُحَمَّدَ بْنَ عَلِیٍّ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا جَعْفَرَ بْنَ مُحَمَّدٍ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا مُوسَى بْنَ جَعْفَرٍ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا عَلِیَّ بْنَ مُوسَى عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا مُحَمَّدَ بْنَ عَلِیٍّ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا عَلِیَّ بْنَ مُحَمَّدٍ عَشْرَ مَرَّاتٍ یَا حَسَنَ بْنَ عَلِیٍّ عَشْراً یَا الْحُجَّةُ عَشْراً ثُمَّ تَسْأَلُ اللَّهَ حَاجَتَکَ قَالَ فَمَضَى الرَّجُلُ وَ عَادَ إِلَیْهِ بَعْدَ مُدَّةٍ وَ قَدْ قُضِیَ دَیْنُهُ وَ صَلَحَ لَهُ سُلْطَانُهُ وَ عَظُمَ یَسَارُهُ»؛
شیخ حرّ عاملی، وسائل الشیعة، ج 8، ص 125 – 126