หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ มุตอะห์ในความหมายของปราชญ์ชาวซุนนี่ห์+หลักฐาน

มุตอะห์ในความหมายของปราชญ์ชาวซุนนี่ห์+หลักฐาน

222

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

มุตอะห์ในความหมายของปราชญ์ชาวซุนนี่ห์+หลักฐาน

divider

 

มุตอะห์ ในความหมายของปราชญ์ชาวซุนนี่ห์+หลักฐาน

มุตอะห์ หรือการแต่งงานแบบชั่วคราว เป็นประเด็นที่ชาวซุนนะห์มักใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีชีอะห์อย่างรุนแรง และประณามฝ่ายตรงข้ามอย่างเลยเถิด แต่พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่า “มุตอะห์” คือบทบัญญัติหนึ่งของอิสลามที่ถูกบัญญัติไว้ในอัลกุรอ่าน (สามารถเข้าไปดูรายละเอียดตามลิ้งนี้ได้ https://mubahala.net/669 )

และที่สำคัญ มุตอะห์ คือวีถีของมุสลิมในยุคแรกๆ ที่พวกเขายึดถือปฎิบัติกันอย่างแพร่หลาย และเป็นเรื่องที่บรรดาปวงปราชญ์มีมติพ้องกัน ทั้งซุนนี่ห์และชีอะห์ ว่า “มุตอะห์ถูกบัญญัติให้เป็นการงานที่ฮะลาลในยุคเริ่มต้นของอิสลาม” ดังที่ปราชญ์ของชาวซุนนี่ห์กล่าวไว้ว่า

وَقَدِ اسْتُدِلَّ بِعُمُومِ هَذِهِ الْآيَةِ عَلَى نِكَاحِ الْمُتْعَةِ، وَلَا شَكَّ أَنَّهُ كَانَ مَشْرُوعًا فِي ابْتِدَاءِ الْإِسْلَامِ

และแน่นอน อายะฮ์นี้ถูกพิสูจน์และยกเป็นหลักฐานบนการแต่งงานแบบชั่วคราว(มุตอะห์) และไม่เป็นข้อสงสัยใดๆว่า การแต่งงานแบบชั่วคราว(มุตอะห์)คือบทบัญญัติหนึ่งในยุคเริ่มต้นของอิสลาม

คำนิยามของมุตอะห์ในมุมมองของซุนนี่ห์ คือนิยามเดียวกันในทัศนะของชีอะห์ 

คำนิยาม ของมุตอะห์ในมุมมองของชาวซุนนี่ห์ ที่พวกเขาเชื่อว่า เป็นบทบัญญัติมาจากอัลลอฮ์ในยุคเริ่มต้นของอิสลาม และเมื่อมองลงไปในรายละเอียดของนิยามมุตอะห์ในมุมมองของชาวซุนนี่ห์  เราแทบจะไม่พบความต่างในคำนิยามของมุตอะห์ที่ปราชญ์ชีอะห์ได้ให้คำจำกัดความไว้เลยครับ มาดูกัน
อุลามาซุนนียืนยันว่า “รุปแบบของการมุตอะฮ์นั้นเป็นสิ่งอุลามาทั้งหมดเห็นพ้องกันว่าต้องมีเงื่อนไขเช่นนี้”
قَالَ أَبُو عُمَرَ: لَمْ يَخْتَلِفِ الْعُلَمَاءُ مِنَ السَّلَفِ وَالْخَلَفِ أَنَّ الْمُتْعَةَ نِكَاحٌ إِلَى أَجَلٍ لَا مِيرَاثَ فِيهِ، وَالْفُرْقَةُ تَقَعُ عِنْدَ انْقِضَاءِ الْأَجَلِ مِنْ غَيْرِ طَلَاقٍ. وَقَالَ ابْنُ عَطِيَّةَ: (وَكَانَتِ الْمُتْعَةُ أَنْ يَتَزَوَّجَ الرَّجُلُ الْمَرْأَةَ بِشَاهِدَيْنِ وَإِذْنِ الْوَلِيِّ إِلَى أَجَلٍ مُسَمًّى، وَعَلَى أَنْ لَا مِيرَاثَ بَيْنَهُمَا، وَيُعْطِيهَا مَا اتَّفَقَا عَلَيْهِ، فَإِذَا انْقَضَتِ الْمُدَّةُ فَلَيْسَ لَهُ عَلَيْهَا سَبِيلٌ وَيَسْتَبْرِئُ رَحِمَهَا: لِأَنَّ الْوَلَدَ لَا حَقَّ فِيهِ بِلَا شَكٍّ، فَإِنْ لَمْ تَحْمِلْ حَلَّتْ لِغَيْرِهِ.
تفسير قرطبي ج5 ص132
อะบู อัมร์(บิน อับดุล บิร)กล่าวว่า อุลามาสะลัฟในอดีตนั้นไม่ขัดแย้งกันเลยในเรื่องของมุตอะฮ์ที่ว่ามันนั้นคือการ “นิกะฮ์แต่งงาน”ประเภทหนึ่ง ในอิสลาม ซึ่งจะไม่มีการรับมรดก และจะต้องแยกจากกันเมื่อหมดเวลาแต่จะไม่มีการ ตอลาก
และอิบนุ อะฏียะฮ์ได้กล้าวดังนี้ “มุตอะฮ์ก็คือการแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง โดยมีพยานสองคน และการอนุญาตจากวะลีย์พร้อมกับการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด(ระยะเวลาของการมุตอะห์) และระหว่างทั้งสองนั้นจะไม่มีการรับมรดกซึ่งกันและกัน แต่ มะฮัรสินสอดนั้นจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ได้แล้วแต่ตามจะตกลง ดังนั้นเมื่อระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้สิ้นสุดลงฝ่ายชายก็จะไม่มีสิทธิเหนือตัวนางอีกต่อไป(ไม่ได้เป็นภรรยาอีกต่อ​ไป) และนางก็จะต้องถืออิดดะฮ์ เพราะลูกที่เกิดมานั้นจะเป็นของสามี แต่ถ้าหากในช่วงถืออิดดะฮ์ไม่ปรากฏว่านางตั้งครรภ์ นางก็จะฮะล้าลสำหรับผู้อื่นต่อไป
ตัฟซีร กุรตุบีย์ เล่ม 5 หน้า 132 (เป็นหนังสือของซุนนีย์)
ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า คำจำกัดความ และขอบเขตของมุตอะห์ในมุมมองของปราชญ์ชาวซุนนะห์ สามารถสรุปได้เช่นนี้
  • เป็นการแต่งงานแบบชั่วคราว(ไม่ใช่ถาวร)
  • มีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน
  • มีมะฮัรหรือสินสอดทองหมั้นตามที่ตกลงกันในขณะอ่านนิกะฮ์
  • จะต้องได้รับอนุมัติจากวะฮ์ลี(ผู้ปกครอง)
  • ไม่มีการหย่าร้าง เพราะนิกะฮ์ประเภทนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด
  • ไม่มีการรับมรดกระหว่างสามี-ภรรยาในประเภทนิกะฮ์ชั่วคราว
  • บุตรที่เกิดจากนิกะฮ์ชั่วคราวให้ตกเป็นของฝ่ายชาย

ชาวชีอะห์จึงอยากจะถามชาวซุนนี่ห์ว่า นิกะฮ์มุตอะห์ ที่ปราชญ์ของพวกท่านให้สาธยายมานั้น มันต่างจากนิกะฮ์มุตอะห์ของชีอะห์ไหม ? หากไม่ แล้วทำไมพวกท่านจึงไม่เลิกโจมตีการทำมุตอะห์ว่า เป็นการทำซีนา ดีๆนี้เอง ? และหากมุตอะห์คือการทำซีนา แน่นอนว่า ในยุคแรกๆของอิสลามที่พวกท่านได้อ้างไว้ ก็ย่อมเป็นการทำซีนา ด้วยเช่นกัน ?!!!!!!