หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ อิศมะตุลอัมบิยา(สภาพที่ถูกปกป้องให้พ้นจากความผิดของบรรดานบี) คืออีกเรื่องหนึ่งที่ซุนนี่ห์-ชีอะห์มีทัศนะที่ไม่ตรงกัน

อิศมะตุลอัมบิยา(สภาพที่ถูกปกป้องให้พ้นจากความผิดของบรรดานบี) คืออีกเรื่องหนึ่งที่ซุนนี่ห์-ชีอะห์มีทัศนะที่ไม่ตรงกัน

121

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ความขัดแย้งระหว่างชีอะฮ์กับซุนนี่ห์ในเรื่องนบี ก็คือเรื่องอิศมะฮ์

divider

ความขัดแย้งระหว่างชีอะฮ์กับซุนนี่ห์ในเรื่องนบี ก็คือ เรื่องอิศมะฮ์ (สภาพที่ถูกปกป้องให้พ้นจากความผิด) 

ชาวซุนนี่ห์ จะเชื่อว่า บรรดานบี อะลัยฮิมุสสาม เป็นผู้ถูกปกป้องให้พ้นจากความผิดเฉพาะในกรณีที่ทำงานเผยแพร่คำสอนของอัลลอฮ์ ซ.บ.เท่านั้น

การที่ชาวซุนนี่ห์เชื่อเช่นนี้ ก็เพราะถือว่าบรรดานบีเหล่านั้นก็เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไปที่มีความผิดและความถูกต้อง ได้มีรายงานบอกเล่าในเรื่องนี้ไว้เป็นจำนวนมากในหนังสือศ่อฮีฮ์ของพวกเขา โดยยืนยันว่าแม้แต่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. นั้น มีความผิดพลาดในหลาย ๆวาระ และปรากฏว่า ศ่อฮาบะฮฺบางคนเสียอีกที่ช่วยทำให้ท่านถูกและแก้ไขให้ท่าน

อย่างในกรณี เมื่อท่านนบี ศ. เข้าเมืองมะดีนะฮฺ ท่านพบชาวบ้านกำลังปลูกต้นอินทผลัมอยู่ ท่าน ศ. กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกท่านอย่ากลบดินในหลุม เพราะมันจะออกผลดี” แต่ทว่าไม่นานอินทผลัมก็เหี่ยวตาย ชาวบ้านก็พากันมาอุทรณ์ต่อท่าน ศ. ในเรื่องนี้ ท่านบอกคนเหล่านั้นว่า

قَدِمَ نَبِيُّ اللهِ صَلَّى اللَّهُ عليه وَسَلَّمَ المَدِينَةَ وَهُمْ يَأْبُرُونَ النَّخْلَ، يقولونَ: يُلَقِّحُونَ النَّخْلَ، فَقالَ: ما تَصْنَعُونَ؟ قالوا: كُنَّا نَصْنَعُهُ، قالَ: لَعَلَّكُمْ لو لَمْ تَفْعَلُوا كانَ خَيْرًا، فَتَرَكُوهُ، فَنَفَضَتْ -أَوْ فَنَقَصَتْ- قالَ: فَذَكَرُوا ذلكَ له، فَقالَ: إنَّما أَنَا بَشَرٌ، إذَا أَمَرْتُكُمْ بشَيءٍ مِن دِينِكُمْ، فَخُذُوا به، وإذَا أَمَرْتُكُمْ بشَيءٍ مِن رَأْيِي، فإنَّما أَنَا بَشَرٌ

“ที่จริงฉันเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ถ้าฉันสั่งอะไรพวกท่านอันเป็นเรื่องของศาสนาของพวกท่าน ก็จงเอาไปปฏิบัติ แต่ถ้าฉันสั่งอะไรพวกท่านอันเป็นความคิดเห็นของฉัน ก็ให้ถือว่าฉันเป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่ง”(ศ่อฮิห์มุสลิม ฮะดิษที่ 2362)

อีกครั้งหนึ่งที่มีรายงานบอกว่า ท่านนบี ศ. เผอเรอในนมาซ จนไม่รู้ว่านมาซกี่ร็อกอะฮ์แล้ว หรือท่านลืมอ่านตะชะฮุด เป็นต้น (รายงานโดยบุคอรีย์ เล่ม 1 ฮะดิษลำดับที่ 1166)

และยังได้รายงานอีกว่า ท่านนบี ศ. เคยตื่นเช้าในเดือนรอมฎอนโดยมีญุนุบ แล้วท่าน ศ. ก็ขาดนมาซศุบฮ (บุคอรีย์ เล่ม 2 หน้า 232)

อีกครั้งหนึ่งที่มีรายงานบอกว่า ท่านถูกเวทมนต์ทางไสยศาสตร์และอยู่ในสภาพที่ถูกเวทมนต์อยู่เป็นเวลาหลายวัน ถึงกับไม่รู้ว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง แม้กระทั่งท่านคิดว่าท่านได้เข้าหาภรรยาของท่านแต่จริงๆแล้วท่านมิได้เข้าหานางเลย

عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللهُ عَنْهَا قَالَتْ كَانَ رَسُولُ اللهِ سُحِرَ حَتى كَانَ يَرَى أَنَّهُ يَأْتى النِّسَاءَ وَلا يَأْتِيهِنَّ». صحیح بخاری، بخاری، دار ابن کثیر، بیروت، ج 5، ص 2175

หรือได้เผอเรอคิดว่าทำในสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปแล้วโดยจริงแล้วมิได้ทำมัน

عَن عَائِشَةَ رضي الله عنها قالت سُحِرَ النبي صلي الله عليه و آله و سلم و قال اللَّيتُ کَتَبَ الي هِشَامٌ أَنَّهُ سَمعَهُ وَ وَعَاهُ عن أبيه عن عَائِشَةَ قالت سُحِرَ النبي صلي الله عليه و آله و سلم حتي کانَ يُخَيِّلُ إليه أَنَّهُ يَفعَلُ الشِّيء و ما يَفعَلُهُ حتي کان ذات يَومٍ دَعَا وَ دَعَا ثُمَّ قال أَشعّرَت
الجامع الصحيح المختصر ( صحيح البخاري )، ج 3، ص 1192، حديث 3095

และเรื่องอื่น ๆอีกมากมาย อันเป็นเรื่องเท็จ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับด้วยสติปัญญา ไม่เป็นที่ยอมรับทางศาสนา และไม่เป็นที่ยอมรับกันในแง่ของคุณสมบัติที่ดี เบื้องหลังของเรื่องเหล่านี้ หาได้มีจุดประสงค์อันใดไม่ นอกจากต้องการที่จะทำลายบุคลิกภาพของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์  และละเมิดเกียรติของท่าน ศ. และทำให้เห็นว่าตัวของพวกเขาเองพ้นจากความประพฤติที่เสื่อมเสียเหล่านั้น

ส่วนชาวชีอะฮ์ เชื่อว่า “อิศมะฮฺ” เป็นคุณสมบัติของบรรดานบี อะลัยฮิมุสสลาม ทั้งก่อนและหลังจากการถูกแต่งตั้ง และมีหลักฐานที่สืบได้ไปถึงยังบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยต์ อ.  กล่าวคือเขาเหล่านั้นยืนยันว่า บรรดานบีทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์หลุดพ้นจากพฤติกรรมที่น่าละอายเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นบีมุฮัมมัด ศ. ของเราผู้ได้รับพรอันประเสริฐ สะอาดยิ่ง

ชาวชีอะห์เชื่อว่า ท่าน ศ. เป็นผู้สะอาดปราศจากความบาปและความผิดพลาดทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดที่เล็กน้อย หรือที่ใหญ่หลวงก็ตาม ท่านคือ มะฮ์ศูม พ้นจากความผิด การหลงลืม เผลอเรอและการถูกเวทมนต์คาถาและพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เข้าสติปัญญา ยิ่งกว่านั้น ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ.  คือผู้บริสุทธิ์พ้นจากการ กระทำใด ๆที่ขัดต่อความเป็นผู้ดี และจริยธรรมอันสูงส่ง

ชาวชีอะฮ์ถือว่า รายงานที่ถูกนำมาบันทึกเหล่านี้ที่เป็นการทำลายเกียรติยศของบรรดานบี ทุกรายงานล้วนเป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นมาโดยพวกในวงศ์ตระกูลอุมัยยะฮ์และสมุนบริวาร ประการแรก เพื่อลบล้างคุณค่าอันสูงส่งของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ประการต่อมาก็เพื่อลบล้างคุณค่าของอะฮ์ลุลบัยต์ อ.  เนื่องจากความเป็นศัตรูของพวกเขา
ประการที่สอง เพื่อเป็นการลดหย่อนผ่อนปรนให้กับพฤติกรรมอันชั่วร้าย และความผิดพลาดอย่างมหันต์ที่พวกเขาได้ก่อขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ เพราะถ้าหากแสดงให้เห็นได้ว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ยังทำผิดพลาดได้ และยังโอนอ่อนให้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำได้ เหมือนอย่างรายงานทำนองนี้ในเรื่อง ความพิสมัยของท่าน ศ. ที่มีต่อนางซัยนับ บินติญะฮฺช เมื่อครั้งที่ท่าน ศ. เห็นนางหวีผม ในขณะที่นางยังเป็นภรรยาของ ซัยด์ บินฮาริษะฮฺ อยู่ ท่าน ศ. ถึงกับกล่าวว่า

سبحان الله مقلب القلوب . قاله حينما رأى زينب بنت جحش زوجة زيد بن حارثة

“มหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮฺผู้ทรงหมุนหัวใจกลับไปมา”

อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ในอัลกุรอ่านว่า

«وَمَا آَتَاکُمُ الرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَاکُمْ عَنْهُ فَانْتَهُوا؛

“และอันใดที่ศาสนทูตนำมายังพวกสูเจ้า ดังนั้นพวกสูเจ้าจงรับมันไว้ และอันใดที่เขาห้ามพวกสูเจ้า ดังนั้นพวกสูเจ้าจงหยุดยั้งเถิด”

คำบัญชาของอัลลอฮ์ที่มีมายังมนุษย์ให้เชื่อฟังปฎิบัติตามนบี ศ. ในอายะข้างต้น เป็น มุฎฎอลัก นั่นหมายถึงไม่จำกัดในเรื่องศาสนาอย่างเดียว แต่ครอบคลุมในทุกๆเรื่องที่ท่านนบีทำให้เห็น และสั่งให้ทำ

ฉะนั้นตามความเชื่อของชาวชีอะห์ คำรายงานที่ถูกนำมาบันทึกเหล่านี้ที่เป็นการทำลายเกียรติยศของบรรดานบี ทุกรายงานล้วนเป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นมาทั้งสิ้น