หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ความหมาย “ตำแหน่งอิมามในอัล-กุรอ่าน”

ความหมาย “ตำแหน่งอิมามในอัล-กุรอ่าน”

184

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ความหมาย “ตำแหน่งอิมามในอัล-กุรอ่าน”

divider

อัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงมีโองการว่า :
وَ إِذِ ابْتَلیٰ إِبْرٰاهِیمَ رَبُّهُ بِکَلِمٰاتٍ فَأَتَمَّهُنَّ قٰالَ إِنِّی جٰاعِلُکَ لِلنّٰاسِ إِمٰاماً قٰالَ وَ مِنْ ذُرِّیَّتِی قٰالَ لاٰ یَنٰالُ عَهْدِی الظّٰالِمِینَ
และจงรำลึกเมื่อพระผู้อภิบาลของอิบรอฮีมได้ทดสอบเขาด้วยพจนารถแห่งการทดสอบต่างๆแล้วเขาได้ทำหน้าที่นั้นสมบูรณ์ครบถ้วน พระองค์ทรงตรัสว่า “แท้จริงข้าได้แต่งตั้งเจ้าเป็นอิมามของมนุษยชาติ เขากล่าวว่า และส่วนหนึ่งจากลูกหลานของฉันด้วย ทรงตรัสว่า สัญญาของฉันจะไม่แผ่ถึงบรรดาลูกหลานของเจ้าผู้อธรรม(อัล-บะก่อเราะฮฺ / 124 )
โองการอันทรงเกียรตินี้ อัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงอธิบายให้เราได้เข้าใจว่า
  • ตำแหน่งอิมาม นั้นเป็นตำแหน่งจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งอัลลอฮ์ ซ.บ. นั่นหมายถึงไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ในตำแหน่งนี้เว้นแต่บุคคลที่พระองค์จะประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เท่านั้น โดยตรัสว่า

إِنِّی جٰاعِلُکَ لِلنّٰاسِ إِمٰاماً

“แท้จริงข้าแต่งตั้งเจ้าขึ้นเป็นอิมามของมนุษยชาติ”

  • ตำแหน่งอิมามเป็นพันธสัญญาหนึ่งจากอัลลอฮ์ที่มีเฉพาะบ่าวผู้มีคุณธรรมเท่านั้น   ความว่า ขณะเดียวกันโองการนี้ได้ให้ความกระจ่างว่า ตำแหน่งอิมามเป็นพันธสัญญาหนึ่งจากอัลลอฮ์ ซ.บ. ซึ่งจะไม่แผ่ไปถึงใครนอกจากบ่าวของพระองค์ผู้มีคุณธรรมที่อัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงคัดเลือกพวกเขาไว้เพื่อจุดประสงค์อันนี้ โดยปฏิเสธตำแหน่งนี้จากบรรดาผู้อธรรม ซึ่งไม่มีสิทธิ์ได้รับพันธสัญญาของพระองค์ ซึ่งตรัสว่าوَجَعَلْنَا مِنْهُمْ أَئِمَّةًۭ يَهْدُونَ بِأَمْرِنَا لَمَّا صَبَرُواْ ۖ وَكَانُواْ بِـَٔايَٰتِنَا يُوقِنُونَ

 “และเราได้แต่งตั้งพวกเขาให้เป็น อิมาม ที่ชี้นำตามคำบัญชาของเรา เนื่องจากพวกเขาอดทน และมีความเชื่อมันอย่างแท้จริงกับสัญญาต่างๆของเรา” (อัซ-ซัจญิดะฮฺ /24)

และตรัสอีกว่า :

وَنُرِيدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى الَّذِينَ اسْتُضْعِفُوا فِي الْأَرْضِ وَنَجْعَلَهُمْ أَئِمَّةً وَنَجْعَلَهُمُ الْوَارِثِينَ

“และเราประสงค์จะประทานความสงบมั่นแก่บรรดาผู้อ่อนแอในหน้าแผ่นดิน และเราจะแต่งตั้งพวกเขาขึ้นเป็น อิมาม และเราจะแต่งตั้งพวกเขาให้เป็นผู้สืบมรดก(การปกครอง)” (อัล-ก่อศอศ / 5)

มีบางคนเข้าใจกันเองว่า  ตำแหน่งอิมามตามความหมายในโองการเหล่านี้ หมายถึงตำแหน่งนบีและคัมภีร์ทางศาสนา ซึ่งเป็นการเข้าใจที่ผิดพลาดจากความหมายโดยทั่วไปของตำแหน่งอิมาม เพราะว่า ศาสนทูตทุก ๆท่านเป็นทั้งนบีและอิมาม แต่ทุก ๆ อิมามมิได้เป็นศาสนทูตและนบีเสมอไป

ฉะนั้นตามจุดมุ่งหมายอันนี้ อัลลอฮ์ ซ.บ. ได้อธิบายไว้ชัดในคัมภีร์ของพระองค์อันทรงเกียรติว่า ตำแหน่งอิมามนั้น มีที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งอัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงตั้งให้แก่ผู้ที่ทรงประสงค์ และถือว่าเป็นพันธสัญญาที่อัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงปฏิเสธแก่พวกอธรรม และท่านอบูบักร์ อุมัร และอุษมาน เคยเป็นผู้หลงผิดมาก่อน คือพวกเขาเคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในสภาพมุชริก กราบไหว้รูปปั้น ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์รับพันธสัญญาของอัลลอฮ์ ซ.บ. ในเรื่องนี้

เหลือแต่คำอธิบายของชาวชีอะฮ์ที่อ้างหลักฐานที่ว่า ท่านอิมามอะลี บิน อบีฏอลิบ อ. คนเดียวในบรรดาศ่อฮาบะฮ์รุ่นนั้นที่คู่ควรต่อพันธสัญญาของอัลลอฮ์ ซ.บ. โดยตำแหน่งอิมาม เพราะว่า ท่านอิมาม อ. ไม่เคยเคารพภักดีสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงยกย่องให้เกียรติแก่ใบหน้าของท่านผู้เดียวในบรรดาศ่อฮาบะฮฺ (กัรเราะมัลลอฮ์ วัจญ์ฮะฮ์) เพราะท่านไม่เคยกราบไหว้สิ่งใด  เราขอตอบว่า ใช่ แต่ทว่ามีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงระหว่างคนที่เคยเป็นมุชริกมาก่อน แม้จะเตาบะฮ์กลับตัวแล้ว กับคนที่สะอาด บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่เคยรู้จักเคารพภักดีสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์

ฉะนั้น ตำแหน่งอิมาม อันเป็นพันธสัญญาของอัลลอฮ์ ซ.บ ที่สัญญาไว้กับศาดาอิบรอฮีม ว่าจะประทานให้แก่ลูกหลานที่มีคุณธรรมของท่านเท่านั้น บัดนี้มันได้ถูกมอบให้แก่วงศ์วานของศาสดาอิบรอฮีมแล้ว นั่นคือ บรรดาอะห์อิมมะฮ์ทั้ง 12 ท่านผู้เป็นอะห์ลุลบัยต์ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ผู้สืบสกุลมาจากศาสดาอิบรอฮีม