หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ อำนาจวิลายะฮ์ของอะลี อ. ที่ระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน

อำนาจวิลายะฮ์ของอะลี อ. ที่ระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน [อายะฮ์อัลตับลีฆ -آية التبليغ]

279

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อำนาจวิลายะฮ์ของอะลี อ. ที่ระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานอันทรงเกียรติ

[อายะฮ์อัลตับลีฆ –آية التبليغ]

divider

 

อำนาจวิลายะฮ์ของอะลี อ. ที่ระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน [อายะอัล-ตับลีฆ]

อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า :

 يَا أَيُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ مَا أُنزِلَ إِلَيْكَ مِن رَّبِّكَ وَإِن لَّمْ تَفْعَلْ فَمَا بَلَّغْتَ رِسَالَتَهُ وَاللّهُ يَعْصِمُكَ مِنَ النَّاسِ  ؛

[5:67]โอ้ศาสนทูตเอ๋ย จงประกาศเรื่องที่ถูกประทานลงมายังเจ้า จากพระผู้อภิบาลของเจ้า และถ้าหากเจ้าไม่กระทำ ดังนั้น เท่ากับเจ้ามิได้ประกาศสาส์นของพระองค์เลย และอัลลอฮฺทรงปกป้องเจ้าให้พ้นจากมนุษย์

นักมุฟัซซิรูน นักปราชญ์ด้านอรรถาธิบายอัล-กุรอ่านชาวชีอะห์และชาวซุนนี่ห์ บันทึกไว้ว่า โองการนี้ถูกประทานลงมาแก่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ.  ในการเดินทางทำ ฮัจญะตุ้ลวิดาอ์ ขณะเดินทางกลับมาถึง ณ แผ่นดินฆอดีรคุม เพื่อให้ท่าน ศ. ประกาศสถานะของท่านอิมามอะลี อ. ขึ้นดำรงตำแหน่งอิมาม[ผู้นำสูงสุดในกิจการทั่วไปของพระผู้เป็นเจ้าในกิจการทางศาสนาและทางโลก]สืบต่อไปจากท่าน ศ.

ท่านอะฮฺมัด ท่านอะบูอะบีด ได้รายงานไว้ในหนังสือ “ฟะฎออิล” ท่านนุฮาซ ได้รายงานไว้ในหนังสือ “นาซิค” ท่านนะซาอี ท่านอิบนุมันซุร ท่านฮากิม ท่านอิบนุมัรดุวียะฮฺ ท่านบัยฮะกี ได้รายงานไว้ในหนังสือซุนันต่างๆของพวกเขาว่า ท่านญุบัยร์ บินนะฟีร ได้กล่าวว่า : เมื่อฉันได้ทำฮัจญ์แล้วก็ได้เข้าเยี่ยมท่านหญิงอาอิชะฮ์

ورد عن جُبير بن نفير أنّ سورة المائدة آخر ما نزل من السُّوَر؛ إذ أشارت أمّ المؤمنين عائشة إلى ذلك بقَوْلها: يا جُبَيرُ، هل تَقرَأُ المائدةَ ؟ فقُلتُ: نَعَمْ، فقالت: أمَا إنَّها آخِرُ سورةٍ نَزَلتْ، فمَا وَجَدتُم فيها من حَلالٍ فاستَحِلُّوه، وما وَجَدتُم فيها من حَرامٍ فحَرِّموه

นางกล่าวกับฉันว่า “โอ้ท่านญุบัยร์ ท่านเคยอ่านซูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺหรือเปล่า ? ฉันตอบว่า “เคยอ่านครับ” นางกล่าวว่า “มันเป็นซูเราะฮฺสุดท้ายที่ถูกประทานลงมา อันใดที่พวกท่านพบในซูเราะฮฺนี้ว่าฮะล้าล ก็ให้พวกท่านถือว่าฮะล้าล และอันใดที่พวกท่านพบว่าฮะรอม ก็ให้พวกท่านถือว่าฮะรอม” (จาก “อัค-ดุรรุล มันษูร” ของญะลาลุดดีน อัซ-ซะยูฏี เล่ม 3 หน้า 3)

เช่นกัน อะบูอะบีด ได้รายงานจาก มุฮัมมัด บินกะอับ อัล-กุรฏนีว่า :

وأخرج ابن جریر عن الربیع بن أنس قال: نزلت سوره المائده علی رسول الله صلی الله علیه وآله وسلم فی المسیر فی حجه الوداع  و هو راکب راحلته،فبرکت به راحلته من ثقلها

ซูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺถูกประทานมาแก่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. ในการทำ ฮัจญะตุ้ลวิดาอ์ ในช่วงเดินทางระหว่างมักกะฮ์กับมะดีนะฮ์ ขณะที่ท่านอยู่บนหลังอูฐมันถึงกับทรุดตัวลง ดังนั้น ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ จึงลงจากหลังของมัน

อายะตับลีฆเป็นการประกาศ สถานะของท่านอิมามอะลี อ. ขึ้นดำรงตำแหน่งอิมาม[ผู้นำสูงสุดในกิจการทั่วไปของพระผู้เป็นเจ้าในกิจการทางศาสนาและทางโลก]สืบต่อไป

ซูเราะฮ์ อัล-มาอิดะฮ์ เป็นซูเราะฮฺสุดท้ายของอัลกุรอานที่ถูกประทานมาให้กับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์  “โอ้ศาสนทูตเอ๋ย จงประกาศเรื่องที่ถูกประทานมายังเจ้าจากพระผู้อภิบาลของเจ้า และหากเจ้าไม่กระทำก็เท่ากับเจ้ามิได้ประกาศสาส์นของพระองค์เลย และอัลลอฮฺจะทรงปกป้องเจ้าให้พ้นจากมนุษย์”

ตามข้อความแห่งโองการของอัลลอฮ์ที่ว่า :

“และหากเจ้าไม่กระทำ ก็เท่ากับเจ้ามิได้ประกาศสาส์นของพระองค์เลย”

ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สาส์นนั้นได้ยุติแล้ว หรือไม่ก็เกือบจะถึงเวลายุติแล้ว ยังคงเหลือเรื่องสำคัญอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ศาสนายังไม่ครบสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องประกาศเรื่องนั้น และอัลลอฮ์ ซ.บ. ไม่ทรงผ่อนผันให้ท่านประวิงเวลาอีกต่อไป เพราะวาระสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว และโอกาสนี้นับเป็นช่วงจังหวะที่ดี และสถานการณ์นั้นก็นับว่ายิ่งใหญ่มากเมื่อศ่อฮาบะฮฺของท่าน ศ. ยังอยู่กับท่านมากกว่าแสนคน ซึ่งพวกเขาได้ทำฮัจญ์พร้อมกับท่าน ศ. เป็นครั้งสุดท้าย นับเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่พวกเขามีจิตใจเทิดทูนสัญลักษณ์ต่างๆของอัลลอฮ์ ซ.บ. ด้วยความอาลัยห่วงท่านศาสนทูต ศ. ที่ท่านกล่าวด้วยความอาวรณ์ว่า

«لا ألقاکم بعد عامکم هذا .. ویوشک أن یأتی رسول ربی وأدعى ،فأجیب ..»

“บางทีฉันอาจไม่ได้พบกับพวกท่านอีก หลังจากปีนี้ผ่านไปแล้ว และบางทีทูตจากพระผู้อภิบาลของฉันจะมา แล้วฉันจะถูกเรียกซึ่งฉันก็จะตอบรับ”

ในขณะที่พวกเขาจะแยกย้ายกันเดินทางหลังจากจุดนี้เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนาของพวกตน และบางทีพวกเขาจะไม่มีโอกาสเช่นนี้ที่จะพบกันอีกในจำนวนมากมายมหาศาลอย่างนี้ และเฆาะดีรคุมเป็นจุดแยกของเส้นทางสายต่างๆ ดังนั้นมุฮัมมัด ศ. ไม่อาจปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านพ้นไปโดยมิได้ทำอะไรไว้เลยเป็นกรณีพิเศษ แน่นอนได้มีวะฮฺยูในลักษณะที่กำชับโดยที่ว่าทุกๆเรื่องราวของสาส์นแห่งศาสนานั้นก็มีวิธีเช่นเดียวกับการให้ประกาศในคราวนี้ ท่านจึงจับมือของท่านอะลี บิน อบีฏอลิบ ชูขึ้นเหนือศีรษะ แล้วประกาศว่า :

مَنْ كُنْتُ مَوْلَاهُ فَهَذَا عَلِيٌّ مَوْلَاهُ اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاهُ وَ عَادِ مَنْ عَادَاهُ

 “ใครก็ตามที่ฉันเป็นผู้ปกครองเขา อะลีก็เป็นผู้ปกครองเขาด้วย ขออัลลอฮ์ทรงรักผู้ที่รักเขา และเป็นศัตรูกับผู้ที่เป็นศัตรูกับเขา”

ได้มีนักปราชญ์ซุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ จำนวนมากที่รายงานว่าโองการนี้ถูกประทานที่เฆาะดีรคุมในเรื่องการแต่งตั้งท่านอะลี อ. เป็นอิมามและพวกเขาถือว่าริวายะฮฺเหล่านั้นถูกต้องและสอดคล้องตรงกันกับรายงานของพี่น้องชีอะฮฺ ข้าพเจ้าจะขอเอ่ยถึงรายชื่อของนักปราชญ์ซุนนะฮฺมาเพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้

1. ท่านฮาฟิซ อะบูนะอีม (หนังสือนุซูลุล-กุรอาน)

2. อิมามอัล-วาฮิดี (หนังสืออัซบาบุล-นุซูล หน้า 150 )

3. อิมามอะบูอิซฮาก อัษ-ษะอ์ละบี (ตัฟซีร อัล-กะบีร )

4. อัล-ฮากิม อัล-ฮัซกานี (หนังสือ ชะวาฮิด ตันซีลลิเกาะวาอิด ตัฟซีร เล่ม 1 หน้า 187)

5. ญะลาลุดดีนอัซ-ซะยูฏี (หนังสือ อัดดุร-รุลมันษูรฟีตัฟซีร บิ้ล-มะษูร (เล่ม 3 หน้า 117)

6. อัล-ฟัครุร-รอซี (ตัฟซีร อัล-กะบีร เล่ม12 หน้า 50)

7. มุฮัมมัด อับดุฮฺ (ตัฟซีร อัล-มะนาร เล่ม 2 หน้า 86 เล่ม6 หน้า 463)

8. อิบนุ ซากิร อัช-ชาฟิอี (ตารีค ดะมิชก์ เล่ม 2 หน้า 86)

9. ฟัตฮุล-เกาะดีร ของ อัช-เชากานี (เล่ม 2 หน้า 60)

10. มะฏอลิบุซ-ซุอูล ของ อิบนุฏ็อลฮะฮฺ อัช-ชาฟีอี เล่ม 1 หน้า 44

11. อัล-ฟุศูลุล มุฮิมมะฮฺ ของ อิบนุ อัศ-ศิบาฆ อัล-มาลิกี หน้า 25

12. ยะนาบีอุล-มะวัดดะฮฺ ของ ก็อนดูซี อัล-ฮะนะฟี หน้า 120

13. อัล-มิลัล วัน-นะฮัล ของ ชะฮฺริซาตานี เล่ม 1 หน้า 163

14. อิบนุ ญะรีร อัฏ-ฏ็อบรี (หนังสือ อัล-วิลายะฮฺ)

15. อิบนุซะอีด อัซ-ซะญิซตานี (หนังสือ อัล-วิลายะฮฺ)

16. อุมดะตุล-กอริ ฟี ชัรฮิล-บุคอรี ของ บัดรุดดีน อัล-ฮะนาฟี (เล่ม8 หน้า 584)

17. ตัฟซีร อัล-กุรอาน ของอับดุล วะฮาบ อัล-บุคอรี

18. รูฮุลมะอานี ของ อาลูซี เล่ม 2 หน้า 384

19. ฟะรออิดุซ-ซัมฏัยน์ ของ ฮะมูวัยนี เล่ม 1 หน้า 185

20. ฟัตฮุล-บะยาน ฟีมะกอศิด อัล-กุรอาน ของอัลลามะฮฺ ซัยยิด ศิดดีก ฮะซันคาน เล่ม 3 หน้า 63

 فقد أخرج‌ الحافظ‌ ابن‌ عَسَاكِر الشافعي‌ّ بإسناده‌ عن‌ أبي‌ سَعيدٍ الخُدري‌ّ قال‌ نزلت‌ هذه‌ الآية‌: يَـ’´أَيـُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ مآ أُنزِلَ إلیكَ مِن‌ رَّبِّكَ علی رسول‌الله‌ صلّي‌ الله‌ عليه‌ وآله‌ وسلّم‌ يوم‌ غدير خمّ في‌ علی بن‌ أبي‌ طالبٍ

 وروي‌ الحافظ‌ الحاكم‌ الحَسْكاني‌ّ الحنفي‌ّ في‌ كتاب‌ « شواهد التنزيل‌ » ثماني‌ روايات‌ بثمانية‌ أسناد مختلفة‌ تنتهي‌ إلی‌ أبي‌ هُرَيرة‌، وأبي‌ إسحاق‌ الحميدي‌ّ ( الخدري‌ّ ـ خ‌ )، وابن‌ عبّاس‌، والحبري‌ّ، وقَيْس‌ بن‌ مَاصِر عن‌ عبدالله‌بن‌ أبي‌ أوفي‌، وزياد بن‌ المنذر أبي‌ الجارود، وجابربن‌ عبدالله‌ قالوا: الآية‌: يَـ’´أَيـُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ مآ أُنزِلَ إلیكَ مِن‌ رَّبِّكَ نزلت‌ في‌ علیبن‌ أبي‌ طالب‌ عليه‌ السلام‌ يوم‌ عيد الغدير. وجاء في‌ بعضها أنّ النبي‌ّ رفع‌ يد علی حتّي‌ بان‌ بياض‌ إبطيهما فقال‌: أَلاَ مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَعلی مَوْلاَهُ؛ اللَهُمَّ وَالِ مَن‌ وَالاَهُ! وَعَادِ مَن‌ عَادَاهُ. ثمّ قال‌: اللَهُمَّ اشْهَدْ!

 ومضمون‌ الرواية‌ التي‌ ينقلها عن‌ زياد بن‌ المنذر ( أبي‌ الجارود ) يماثل‌ تقريباً مضمون‌ الرواية‌ التي‌ ذكرناها أخيراً عن‌ « تفسير العيّاشي‌ّ » عن‌ أبي‌ الجارود.

 والحديث‌ الذي‌ يرويه‌ عن‌ الاعمش‌، عن‌ عبايه‌ بن‌ ربعي‌، عن‌ ابن‌ عبّاس‌، عن‌ رسول‌ الله‌ صلّي‌ الله‌ عليه‌ وآله‌ هو حديث‌ المعراج‌، إلی‌ أن‌ يقول‌ الله‌: وَإنِّي‌ لَمْ أَبْعَثْ نَبِيَّاً إلاَّ جَعَلْتُ لَهُ وَزِيراً، وَإنَّكَ رَسُولُ اللَهِ وَإنَّ عَلِيّاً وَزِيرُكَ!

 يقول‌ ابن‌ عبّاس‌: فهبط‌ رسول‌ الله‌؛ وكره‌ أن‌ يحدّث‌ الناس‌ بشي‌ء منها، إذ كانوا حديثي‌ عهد بالجاهليّة‌؛ حتّي‌ مضي‌ من‌ ذلك‌ ستّة‌ أيّام‌، فأنزل‌ الله‌: فَلَعَلَّكَ تَارِكٌ بَعْضَ مَا يُوحَي‌ إلیكَ!

 يقول‌ الحاكم‌ الحَسْكاني‌ّ في‌ ذيل‌ الحديث‌ الذي‌ يرويه‌ عن‌ الحبري‌ّ: وطرق‌ هذا الحديث‌ مستقصاة‌ في‌ كتاب‌ «دُعَاء الهُدَاةِ إلی‌ أَدَاءِ حَقِّ المُوَالاَةِ» حول‌ ولاية‌ علی بن‌ أبي‌ طالب‌، من‌ تصنيفي‌ في‌ عشرة‌ أجزاء

 وأخرج‌ ابن‌ أبي‌ حاتم‌، وابن‌ مردويه‌، وابن‌ عساكر، عن‌ أبي‌ سعيد الخُدري‌ّ أنّ الآية‌: يَـ’´أَيـُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ مآ أُنزِلَ إلیكَ مِن‌ رَّبِّكَ نزلت‌ علی رسول‌الله‌ صلّي‌الله‌ عليه‌  وآله‌ وسلّم‌ في‌ علی بن‌ أبي‌ طالب‌ يوم‌ غدير خمّ.

 وأخرج‌ ابن‌ مردويه‌ عن‌ ابن‌ مَسْعُود، قال‌: كنّا نقرأ علی عهد رسول‌الله‌ صلّي‌ الله‌ عليه‌ وآله‌: يَـ’´أَيـُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ مآ أُنزِلَ إلیكَ مِن‌ رَّبِّكَ إنَّ عَلِيَّاً مَوْلَي‌ المُؤْمِنِينَوَإن‌ لَمْ تَفْعَلْ فَمَا بَلَّغْتَ رَسَالَتَهُ و وَاللَهُ يَعْصِمُكَ مِنَ النَّاسِ

 يقول‌ الإمام الفخر الرازي‌ّ الشافعي‌ّ في‌ « التفسير الكبير »: والوجه‌ العاشر من‌ الوجوه‌ الواردة‌ في‌ شأن‌ نزول‌ آية‌ التبيلغ‌ هو أنـّها « نزلت‌ الآية‌ في‌ فضل‌ علیبن‌ أبي‌ طالب‌ عليه‌ السلام‌؛ ولمّا نزلت‌ هذه‌ الآية‌، أخذ ] رسول‌الله‌ [ بِيَدِ علی وقال‌: مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَعلی مَوْلاَهُ! اللَهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ، وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ. ولمّا لقيه‌ عمر رضي‌ الله‌ عنه‌ قال‌: هَنِيئاً لكَ يَاابْنَ أَبي‌ طَالِبٍ! أَصْبَحْتَ مَوْلاَي‌َ وَمَوْلَي‌ كُلِّ مُؤْمِنٍ وَمُؤْمِنَةٍ