ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
คำแถงการโองการบท “บะรออะฮ์”
![]()
เท่าที่ผมได้ศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงการปกครองของท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ได้บทสรุปว่า “ครั้งเดียวที่เป็นความภาคภูมิใจของท่านอบูบักรซึ่งได้รับเกียรติจากท่านนบี ศ. ให้เป็นตัวแทนของท่านอย่างเป็นทางการ ก็คือ ถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองคาราวานนำฮุจญาจฮ์ไปประกอบพิธีฮัจญ์ หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า “ถูกแต่งตั้งให้เป็นแซะนำฮัจญ์” แต่ท้ายที่สุดท่านนบี ศ. ก็เปลี่ยนตัว เพราะภาระกิจใหม่ที่สำคัญกว่า ที่ต้องใช้บุคลากรของพระเจ้า ที่ถูกกำหนดโดยพระเจ้าเท่านั้น นั่นคือ คำแถงการโองการบท “บะรออะฮ์”ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า :
อิมามอะลี อ. ปฏิบัติภารกิจของท่านด้วยความมุ่งมั่น และจงรักภักดีอย่างเช่นเคย ท่านเดินทางไปถึงเมืองอันศักดิ์สิทธิ์นี้ทันเวลาเทศกาลของการชุมนุมในทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่พอดี
ท่านได้ลุกขึ้นยืนท่ามกลางฝูงชนที่มาร่วมชุมนุมกัน และประกาศตนว่าเป็นผู้ถือสาส์นของศาสดา ซึ่งเป็นพระบัญชาที่มีความสำคัญ จากนั้นท่านจึงอ่านบทที่ได้รับมอบหมายมาให้อ่าน นั้นคือ อ่าน 13 โองการแรกจากซูเราะห์อัตเตาบะฮ์
“ ฉันได้รับคำสั่งมาว่า ให้ประกาศต่อพวกท่านว่า จะไม่มีผู้ปฏิเสธคนใดจะได้เข้าสวรรค์ จะไม่มีผู้กราบไหว้เทวรูปคนใดได้รับอนุญาตให้ประกอบพิธีฮัจญ์ หลังจากปีนี้ต่อไปอีกแล้ว และจะไม่มีผู้ใดมาเวียนรอบบ้านของพระเจ้าด้วยร่างกายเปลือยเปล่า ผู้ใดก็ตามที่มีสนธิสัญญากับท่านศาสดาก็จะได้รับการเคารพจนกระทั่งจบสิ้นสัญญา อนุญาตให้เป็นเวลาสี่เดือนที่เผ่าทุกๆเผ่าจะได้เดินทางกลับไปยังเขตแดนของพวกตนด้วยความปลอดภัย ภายหลังจากนั้นแล้วพันธะของท่านศาสดาเป็นอันสิ้นสุดยุติ ”
- อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ เป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวท่านศาสดามุฮัมมัด ศาสนทูตแห่งพระองค์
- หน้าที่ของมุฮัมมัด ศาสนทูตของพระเจ้า เมื่อท่านไม่อยู่สามารถที่จะปฏิบัติแทนได้โดยเฉพาะอาลีเท่านั้น จะเป็นบุคคลอื่นไม่ได้
- ผู้แทนหรือผู้สืบแทนของมุอัมมัดศาสนทูตแห่งพระเจ้า สามารถจะเลือกมาได้ก็โดยเฉพาะตัวขององค์พระเจ้าเองหรือไม่ก็ศาสนทูตของพระองค์เท่านั้น แต่ไม่ได้เลือกโดยอุมมะฮ์
- อิมามอะลี คือ ผู้ที่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติสูงที่สุด ที่จะเป็นผู้แทนของศาสนทูตของพระเจ้าและไม่มีใครที่จะมีความสามารถดีไปกว่าเขา
- ภารกิจที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าของรัฐอิสลาม ก็คือการประกาศพระบัญชาต่างๆของพระเจ้าบนหน้าโลกนี้ ถึงแม้อบูบักรจะปรากฏตัวอยู่ที่นครมักกะฮ์แล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่ประกาศพระบัญชาของพระเจ้า นั้นคือ อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ จะต้องเป็นผู้ประกาศพระบัญชา
حَدَّثَنَا وَكِيعٌ، قَالَ: قَالَ إِسْرَائِيلُ: قَالَ أَبُو إِسْحَاقَ: عَنْ زَيْدِ بْنِ يُثَيْعٍ، عَنْ أَبِي بَكْرٍ: أَنَّ النَّبِيَّ (ص) بَعَثَهُ بِبَرَاءَةٌ لِأَهْلِ مَكَّةَ: لَا يَحُجُّ بَعْدَ الْعَامِ مُشْرِك، وَلَا يَطُوفُ بِالْبَيْتِ عُرْيَانٌ، وَلَا يَدْخُلُ الْجَنَّةَ إِلَّا نَفْسٌ مُسْلِمَةٌ، مَنْ كَانَ بَيْنَهُ وَبَيْنَ رَسُولِ اللَّهِ (ص) مُدَّةٌ، فَأَجَلُهُ إِلَي مُدَّتِهِ، وَاللَّهُ بَرِيءٌ مِنَ الْمُشْرِكِينَ وَرَسُولُهُ، قَالَ: فَسَارَ بِهَا ثَلَاثًا، ثُمَّ قَالَ لِعَلِيٍّ رَضِيَ اللَّهُ تَعَالَي عَنْهُ: «الْحَقْهُ، فَرُدَّ عَلَيَّ أَبَا بَكْرٍ، وَبَلِّغْهَا أَنْتَ»، قَالَ: فَفَعَلَ، قَالَ: فَلَمَّا قَدِمَ عَلَي النَّبِيِّ (ص) أَبُو بَكْرٍ بَكَي، قَالَ: يَا رَسُولَ اللَّهِ، حَدَثَ فِيَّ شَيْءٌ؟ قَالَ: «مَا حَدَثَ فِيكَ إِلَّا خَيْرٌ، وَلَكِنْ أُمِرْتُ أَنْ لَا يُبَلِّغَهُ إِلَّا أَنَا، أَوْ رَجُلٌ مِنِّي
الشيباني، ابوعبد الله أحمد بن حنبل (المتوفي241هـ)، مسند أحمد بن حنبل، ج1، ص3، ناشر: مؤسسة قرطبة – مصر؛
أبو يعلي الموصلي التميمي، أحمد بن علي بن المثني (المتوفي307 هـ)، مسند أبي يعلي، ج1، ص100
ابن عساكر الدمشقي الشافعي، (المتوفي571هـ)، تاريخ مدينة دمشق وذكر فضلها وتسمية من حلها من الأماثل، ج42، ص348
السيوطي، جلال الدين أبو الفضل عبد الرحمن بن أبي بكر (المتوفي911هـ)، جامع الاحاديث (الجامع الصغير وزوائده والجامع الكبير)، ج13، ص159، حسب برنامج الجامع الكبير

وَحَدَّثَنَا عَلِيٌّ، نا عَفَّانُ، نا حَمَّادُ بْنُ سَلَمَةَ، عَنْ سِمَاكٍ، عَنْ أَنَسٍ أَنَّ النَّبِيَّ (ص) بَعَثَ بِبَرَاءَةَ مَعَ أَبِي بَكْرٍ الصِّدِّيقِ إِلَي أَهْلِ مَكَّةَ، فَقَالَ النَّبِيُّ (ص): ” رُدُّوهُ “، فَرَدُّوهُ، فَقَالَ أَبُو بَكْرٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ، مَا لِي أَأُنْزِلَ فِيَّ شَيْءٌ؟، قَالَ: ” لا، وَلَكِنِّي أُمِرْتُ أَنْ لا يَبْلُغَهَا إِلا أَنَا أَوْ رَجُلٌ مِنِّي “، فَدَفَعَهَا إِلَي عَلِيِّ بْنِ أَبِي طَالِبٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ
ابن الأعرابي، أبو سعيد أحمد بن محمد بن زياد بن بشر (المتوفی340هـ) معجم ابن الأعرابي، ج3، ص1031
الترمذي نقل فی سننه و النسائي فی کتاب خصائص علي (عليه السلام) نقل هذه الرواية هکذا:
حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ بَشَّارٍ، حَدَّثَنَا عَفَّانُ بْنُ مُسْلِمٍ، وَعَبْدُ الصَّمَدِ بْنُ عَبْدِ الْوَارِثِ، قَالَا: حَدَّثَنَا حَمَّادُ بْنُ سَلَمَةَ، عَنْ سِمَاكِ بْنِ حَرْبٍ، عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ، قَالَ: بَعَثَ النَّبِيُّ (ص) بِبَرَاءَةٌ مَعَ أَبِي بَكْرٍ ثُمَّ دَعَاهُ، فَقَالَ: ” لَا يَنْبَغِي لِأَحَدٍ أَنْ يُبَلِّغَ هَذَا إِلَّا رَجُلٌ مِنْ أَهْلِي، فَدَعَا عَلِيًّا فَأَعْطَاهُ إِيَّاهَا
الترمذي السلمي، ابوعيسي محمد بن عيسي (المتوفي 279هـ)، سنن الترمذي، ج5، ص275، ح309


เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่า “หากเป็นเรื่องสำคัญในอิสลาม และเป็นเรื่องที่มาจากเบื้องบน ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ไว้วางใจผู้ใดให้ปฏิบัติหน้าที่” แล้วเรื่องผู้นำภายหลังจากท่านศาสดา ศ. ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ณ ตอนนั้นดอกหรือ ?….
เหตุการณ์นี้หากท่านใดต้องการจะไปศึกษาเพิ่มเติมและดูรายละเอียดสามารถไปดูได้จากตำราของชาวซุนนะห์ตามรายการข้างล่างนี้ได้เลยครับ…




![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)






![จุดยืนของท่านอิมามอะลี อ. ต่อคอลิฟะฮ์ก่อนหน้าท่าน[อบูบักร-อุมัร]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/maxresdefault-1-100x75.jpg)
![ฮะดิษฆอดีรกุมตามคำรายงานของท่านอัล-ฮากิม อัลนัยชาบูรีย์[غدیر خم بروایة الحاکم النیسابوری]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/cd58d6dfd87dcf08d895d0b7ee4b55b6-100x75.jpg)
![ความอิจฉาริษยาของอาอิชะฮ์ที่มีต่อท่านหญิงคอดียะฮ์ [حسد عائشة بالنسبة للسیدة خدیجة الکبری سلام الله علیها]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/6729-100x75.jpg)
