ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
หลักตะกียะฮ์ คือ อีกหนึ่งความเชื่อที่เป็นกระดูกสันหลังของอิสลาม
![]()
เรื่องการ “ตะกียะฮ์” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการรังเกียจเดียดฉันท์จากชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์พวกเขาบริภาษพี่น้องชาวชีอะฮ์ของพวกเขา และถือว่า ชาวชีอะฮ์เป็นมุนาฟิกีน เพราะแสดงออกมาในสิ่งที่มิได้อยู่ภายในความเป็นจริง
มีจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนเสียแล้วสำหรับการสนทนาเชิงวิเคราะห์กันในหมู่พวกเขา และได้มีการพยายามทำความเข้าใจกับพวกเขาว่า หลักตะกียะฮ์นั้นมิใช่ลักษณะของการหน้าไหว้หลังหลอก แต่บรรดาพี่น้องซุนนะฮ์ก็มิได้ยอมรับ ทั้งนี้ก็เพราะทัศนคติในเชิงถือฝักถือฝ่ายในเรื่องมัซฮับเข้ามามีอิทธิพลกับพวกเขา
และเป็นเพราะบรรดาผู้อาวุโสของพวกเขาได้พยายามทุกวิถีทางจนสุดความสามารถในการกลบเกลื่อนความเป็นจริงจากผู้ทำการวิเคราะห์อย่างเป็นกลาง ที่พวกเขาตั้งข้อหาว่าเป็นวิชาการของพวกชีอะฮฺ และเป็นความเชื่อของพวกชีอะฮ์ เขาเหล่านั้นยังได้โจมตีพวกชีอะฮฺด้วยประโยคคำพูดต่อไปนี้ว่า
“แท้จริงแล้ว พวกชีอะฮฺ ก็คือสมัครพรรคพวกของอับดุลลอฮฺ อิบนุซะบา ชาวยิว แท้จริงแล้วพวกชีอะฮฺเชื่อถือในเรื่องร็อจอะฮฺ(การคืนชีพ) อัตตะกียะฮ์ และอิศมะฮ์ อีกทั้งมุตอะฮ์ ตลอดจนสิ่งเหลวไหลไร้สาระอีกมากมาย เช่นความเชื่อในเรื่องอัล-มะฮ์ดีผู้ถูกรอคอยอย่างนี้เป็นต้น”
ท่านผู้อ่านจะได้ยินได้ฟังคำพูดในลักษณะทิ่มแทงอย่างนี้อยู่เสมอ และที่น่าแปลกใจอยู่เสมออีกประการหนึ่งนั้นก็คือ เขาคิดว่าความเชื่อถือเหล่านี้เป็นสิ่งอุตริขึ้นมาใหม่ในอิสลาม และเชื่อถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องอุปโลกน์และอุตริที่พวกชีอะฮฺสรรสร้างขึ้นมา
แต่ถ้านักวิเคราะห์ได้ศึกษา และได้ใช้ดุลยพินิจอย่างผู้มีใจเป็นธรรม ก็จะพบว่าความเชื่อถือเหล่านี้ทั้งหมดเป็นกระดูกสันหลังของอิสลาม มันคือผลิตผลจากอัล-กุรอานอันทรงเกียรติ และซุนนะฮฺของท่านนบี ศ. ผู้ประเสริฐ ยิ่งไปกว่านั้นอุดมการณ์ของอิสลามอันน่าสรรเสริญ และบทบัญญัติอันเที่ยงธรรมมิอาจจะดำรงอยู่ได้ ถ้าหากปราศจากความเชื่อเหล่านี้
สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดในหมู่ชาวอะฮฺลิซซุนนะฮ์ ก็คือว่าพวกเขาแสดงอาการเกลียดชังหลักความเชื่อหนึ่ง ๆ ที่พวกเขาเองก็กล่าวถึงเรื่องนั้นอยู่ ตำราศ่อฮีฮฺและมุซนัดของพวกเขาได้บรรจุเรื่องเหล่านี้ และยืนยันเรื่องเหล่านี้ไว้แก่พวกเขาอย่างพร้อมสรรพ แล้วยังจะมีหนทางใดสำหรับบรรดาหมู่ชนผู้ซึ่งได้พูดในสิ่งที่ไม่กระทำ หรือแท้จริงแล้ว พวกซุนนะฮ์ ได้ดูหมิ่นเหยียดหยามและเยาะเย้ยสิ่งที่พวกเขาก็เชื่อถืออยู่นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าชีอะฮฺเป็นผู้นำเอาเรื่องนั้นๆ มาปฏิบัติ
ขอท่านผู้อ่านได้ติดตามไปพร้อมกับข้าพเจ้า ณ บัดนี้ ว่าชาวอะฮฺลิซซุนนะฮ์เองก็ได้กล่าวถึงเรื่องการใช้หลักตะกียะฮฺที่ชาวชีอะฮฺยึดถืออยู่ ทั้ง ๆที่ สิ่งนี้ตามทัศนะของอะฮฺลิซซุนนะฮฺถือว่าเป็นการหน้าไหว้หลังหลอก
รายงานโดยอิบนุญะรีด และอิบนุ อะบีฮาติม จากรายงานของอิบนุอับบาซ ในโองการที่ว่า
{ إِلَّا أَنْ تَتَّقُوا مِنْهُمْ تُقَاةً }
“ยกเว้นในกรณีที่พวกเขาหวาดกลัวต่อพวกเขาในกรณีของความน่ากลัวอย่างใดอย่างหนึ่ง” (อาลิอิมรอน / 26 )
حدثني محمد بن سعد قال، حدثني أبي قال، حدثني عمي قال، حدثني أبي، عن أبيه، عن ابن عباس في قوله:”إلا أن تتقوا منهم تقاة”، فالتقية باللسان. مَنْ حُمل على أمر يتكلم به وهو معصية لله، فيتكلم به مخافة الناس وقلبه مطمئن بالإيمان، فإن ذلك لا يضره. إنما التقية باللسان
ท่านอิบนุอับบาซ อธิบายว่า คำว่า “ตะกียะฮฺ” ในภาษาพูดหมายถึงบุคคลที่มีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะต้องพูดออกมาในสิ่งที่เป็นความละเมิดต่ออัลลอฮ์ ซ.บ. โดยเขาได้พูดออกมาด้วยความกลัวต่อมนุษย์ แต่ในหัวใจของเขานั้นมีความสงบมั่นกับความศรัทธา กล่าวคือ หากเป็นเช่นนี้ ไม่ถือว่าเขาจะได้รับอันตรายใดๆ
وأخرج الحاکم وصححه، والبیهقی فی سننه من طریق عطاء عن ابن عباس فی قوله تعالی: (إلا أن تتقوا منهم تقاه) قال: التقاه هی التکلم باللسانوالقلب مطمئن بالإیمان
ท่านฮากิม ได้รายงานไว้ในหนังสือศ่อฮีฮ์ของท่าน ท่านบัยฮะกีได้บันทึกไว้ในซุนัน ของท่านโดยสายสืบของท่านอะฏออ์ จากรายงานของอิบนุอับบาซ ในโองการที่ว่า
“ยกเว้นในกรณีที่พวกเขาหวาดกลัวต่อพวกเขาในกรณีของความน่ากลัวอย่างใดอย่างหนึ่ง”
ท่านกล่าวว่า “อัต-ตุกอฮฺ”{التقاه} หมายถึงการพูดด้วยวาจาโดยหัวใจมีความสงบมั่นกับความศรัทธา
وأخرج عبد بن حمید عن الحسن قال: التقیه جائزه إلی یوم القیامه
รายงานจากอับดุ บินฮะมีด จากท่านฮะซัน(อฺ) กล่าวว่า “หลักตะกียะฮฺเป็นที่อนุญาตจนถึงวันฟื้นคืนชีพ”


ท่านอับดุ บินอะบีเราะอฺญาอฺ รายงานว่า ท่านเองเคยอ่านโองการนี้ว่า “เว้นแต่พวกเจ้าจะหวาดกลัวต่อพวกเขาในฐานะตะกียะฮฺ”
وأخرج عبد بن أبی رجاء أنه کان یقرأ: إلا أن تتقوا منه تقیه
ท่านอับดุรร็อซซาก ท่านอิบนุซะอัด ท่านอิบนุญะรีร ท่านอิบนุอะบี ฮาติม และท่านอิบนุมัรดูวียะฮฺ ได้รายงานไว้ และท่านฮากิมก็ได้ถือว่าเป็นฮะดีษศ่อฮีฮฺ ดังปรากฏอยู่ใน “มุซตัดร็อก” และท่านบัยฮะกีก็ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “อัด-ดะลาอิล” ว่า :
وأخرج عبد الرزاق وابن سعد وابن جریر، وابن أبی حاتم وابن مردویه، وصححه الحاکم فی المستدرک، والبیهقی فی الدلائل، قال: أَخذ الْمُشْركُونَ عمار بن یاسر فَلم يَتْرُكُوهُ حَتَّى سب النبی صلی الله علیه وآله وسلم وَذكر آلِهَتهم بِخَير، ثم ترکوه فلما أتی رسول الله صلی الله علیه وآله وسلم قال: مَا وَرَاءَك شئ ؟ قال: شَرّ، مَا تركت حَتَّى نلْت مِنْك وَذكرت آلِهَتهم بِخَير. قَالَ: فَكيف تَجِد قَلْبك ؟ قَالَ: مطمئنا بِالْإِيمَان. قَالَ: فَإِن عَادوا فعد، وَفِيه نزل: {إِلَّا من إِكْرَاه وَقَلبه مطمئن بِالْإِيمَان} النَّحْل: 106
พวกมุชริกได้จับตัวท่านอัมมาร บินยาซิร แล้วไม่ยอมปล่อยตัวท่าน จนกว่าท่านอัมมารจะได้ประณามท่านนบี ศ. ท่านจึงได้กล่าวเพื่อเอาใจพวกเขาเหล่านั้นโดยดี ต่อจากนั้นพวกเขาก็ได้ปล่อยท่าน ครั้นแล้วท่านก็ได้มาหาท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ.
ท่านนบี ศ. กล่าวว่า “มีอะไรอยู่ข้างหลังท่านกระนั้นหรือ ?”
ท่านยาซิร ตอบว่า “ความชั่วร้าย ฉันมิอาจถูกปล่อยตัวออกมาได้จนกระทั่งฉันได้ประณามต่อท่าน และกล่าวถึงพระเจ้าของพวกเขาด้วยถ้อยคำที่ดีงาม”
ท่านนบี ศ. ได้กล่าวว่า “แล้วในหัวใจของท่านเป็นอย่างไร ?”
ท่านอัมมาร ตอบว่า “เป็นหัวใจที่สงบมั่นกับความศรัทธา”
ท่านศาสนทูต ศ. กล่าวว่า “ถ้าหากพวกนั้นกลับมาทำอีก ท่านก็จงทำอย่างนั้นอีก” ดังนั้น ได้มีโองการหนึ่งถูกประทานลงมาว่า
{إِلَّا من إِكْرَاه وَقَلبه مطمئن بِالْإِيمَان}
“นอกจากผู้ที่ถูกบังคับแต่หัวใจของเขานั้นยังสงบมั่นอยู่กับความศรัทธา” (อัน-นะฮัล / 106 )
รายงานโดยท่าน อิบนุซะอัด จากมุฮัมมัด บินซีรีน กล่าวว่า : ท่านนบี ศ. ได้พบท่านอัมมารในขณะที่กำลังร้องไห้อยู่ ท่าน ศ. ได้ซับน้ำตาทั้งสองข้างของเขาแล้วกล่าวว่า
“พวกกาฟิรได้จับตัวท่านไปแล้วกดตัวท่านลงในน้ำ ดังนั้นท่านจึงได้พูดไปเช่นนั้น และเช่นนั้น ดังนั้นถ้าหากพวกเขาได้หวนกลับมาทำอีก เจ้าก็จงพูดกับเขาอย่างนั้น”

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)





![นมาซอีดฆอดีรคุมม์[صلاة يوم الغدير] มัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2565](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/294432275_5756173964392743_3521794929438557682_n-100x75.jpg)

![อัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้ชายใด[มนุษย์]มีสองใจในร่างเดียว|ซูเราะห์อัล-อะซาบ อายะ 4](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2021/12/hibazoom-5bf4997af5eb3712300b422f75b3fe75-100x75.jpg)
