หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ จริงหรือไม่..? ชีอะห์เชื่อว่าศ่อฮาบะฮ์ตกเป็น มุรตัด ทั้งหมดยกเว้นแค่ 3 คน

จริงหรือไม่..? ชีอะห์เชื่อว่าศ่อฮาบะฮ์ตกเป็น มุรตัด ทั้งหมดยกเว้นแค่ 3 คน[มิกดาด ,อบูซัร ,ซัลมาล]

155

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ชีอะห์เชื่อว่าศ่อฮาบะฮ์ตกมุรตัดทั้งหมดยกเว้นแค่สามคน

divider

จริงหรือไม่..? ชีอะห์เชื่อว่าศ่อฮาบะฮ์ตกมุรตัด(กลับสู่ศาสนาเดิม)ทั้งหมดหลังนบีวะฟาต เว้นแต่เหลือเพียงแค่ 3 คน เท่านั้น คือ มิกดาด บิน อัสวัด ,อบูซัร อัลเฆฟารีย์ และซัลมาล อัล-ฟาราซีย์

 

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะให้คำตอบต่อคำถามที่พวกอคติรุนแรงได้ใส่ร้ายชีอะห์ อยากจะนำท่านผู้อ่านทุกท่านไปดูข้อมูลบางอย่างก่อน

  1. การบันทึกว่า ศ่อฮาบะฮ์นบี ศ. ได้ตกเป็นมุรตัดหลังการวะฟาตนบี ศ.  ไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะตำราของชาวชีอะห์ แต่สิ่งนี้กลับพบเจอในตำราซุนนะห์ และดูเหมือนว่าจะมีการบันทึกไว้มากกว่าที่ชาวชีอะห์ได้บันทึกไว้เสียอีก และเพื่อให้ดูเป็นตัวอย่างข้าพเจ้าจะขอหยิบยกมาสัก 3-4 บท เช่น
  • ในตำราศ่อฮิห์บุคอรีย์ รายงานโดยท่านอบูฮุรัยเราะห์ ถึงคำพยากรณ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด ศ. ถึง การตกเป็นมุรตัดของศ่อฮาบะฮ์ ว่า :
لَيَرِدَنَّ عَلَيَّ ناسٌ مِن أصْحابِي الحَوْضَ، حتَّى عَرَفْتُهُمُ، اخْتُلِجُوا دُونِي، فأقُولُ: أصْحابِي فيَقولُ: لا تَدْرِي ما أحْدَثُوا بَعْدَك إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِهِم الْقَهْقَرَی
الراوي : أنس بن مالك | المحدث : البخاري | المصدر : صحيح البخاري

[ศอฮิห์บุคคอรี:6098]“มีคนกลุ่มหนึ่งจากศอฮาบะห์ของฉัน ได้เข้ามาหาฉันที่สระน้ำ “อัลเฮาฏ์” แต่พวกเขาถูกกันออกไป ฉันจึงกล่าวว่า โอ้องค์อภิบาลของฉันเอ๋ย พวกเขาคือ บรรดาศ่อฮาบะฮ์ของฉัน พระองค์กล่าวว่า เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่า พวกเขาได้อุตริสิ่งใดไว้หลังจากเจ้า แท้จริงพวกเขาได้สิ้นสภาพการเป็นมุสลิมไปแล้ว”

  • และฮะดีษดังกล่าวนี้ท่านบุคอรีย์ และท่านมุสลิมได้รายงานไว้อีกว่า :
يَرِدُ عَلَيَّ يَوْمَ الْقِيَامَةِ رَهْطٌ مِنْ أَصْحَابِي ، فَيُحَلَّئُونَ عَنِ الْحَوْضِ ، فَأَقُولُ : يَا رَبِّ ، أَصْحَابِي ، فَيَقُولُ : ” إِنَّكَ لَا عِلْمَ لَكَ بِمَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ ، إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِهِمُ
الْقَهْقَرَى
ในวันพิพากษาจะมี ศ่อฮาบะฮฺของฉัน กลุ่มหนึ่งได้เข้ามาหาฉัน และได้ออกห่างจากสระน้ำ ฉันได้พูดว่า โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน พวกเขาเป็นศ่อฮาบะฮฺของฉัน ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาได้ทำอะไรหลังจากเจ้าได้จากไป พวกเขาได้ตกศาสนากลับไปสู่สภาพเดิมสมัยญาฮิลของพวกเขา

บุคคอรีย์ บันทึกไว้ในศ่อฮิห์ของท่าน จากอบูฮุรัยเราะห์ อีกว่า :

  • รายงานโดยอบูฮุร็อยเราะฮฺ จากท่านศาสดา ศ. กล่าวว่า : ขณะที่ฉันยืนอยู่ข้างสระน้ำ, เวลานั้นได้มีชนกลุ่มหนึ่งเข้ามา ฉันรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี (มีเจ้าหน้าที่ของอัลลอฮฺคอยควบคุมดูแลพวกเขาใกล้ชิด) แต่มีระยะห่างระหว่างพวกเขากับฉัน ได้มีเสียงกล่าวกับพวกเขาว่า มากันเถิด (ไปพร้อมกัน) ฉันถามขึ้นว่า : จะไปไหนกันหรือ? มีคำตอบว่า : ขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า เราจะพาพวกเขาไปสู่นรก ฉันถามอีกว่า : ความผิดของพวกเขาคืออะไร ? ตอบว่า : พวกเขากระทำความผิดใหญ่หลวง หลังจากท่านจากไปแล้ว พวกเขาได้กลับไปสู่แนวคิดและความเชื่อเดิมของพวกเขา หลังจากนั้น ได้มีผู้นำอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ซึ่งฉันรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี ชายผู้เป็นเจ้าหน้าทีของอัลลอฮฺควบคุมดูแลพวกเขา ได้กันฉันและพวกเขาให้ห่างกัน โดยกล่าวกับพวกเขาว่า : พวกเราไปกันเถิด, ฉันถามว่า : จะไปไหนกันหรือ? ได้รับคำตอบว่า : ไปยังนรก ฉันถามว่า : ความผิดของพวกเขาคืออะไร? ตอบว่า : หลังจากท่านจากไปแล้ว พวกเขาได้กลับไปสู่ความเชื่อและแนวคิดเดิมๆ ของพวกเขา ฉันคิดว่าจะมีใครให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ เพราะอูฐที่หลงฝูงและไม่มีคนเลี้ยงอูฐคอยดูแล, อูฐเหล่านั้นก็จะหาย หลงทาง และถูกทำร้ายในที่สุด [ศ่อฮิห์บุคอรีย์ บทที่ 53, ฮะดีซที่ 2115]
  • อบู สะอีด คุดรียฺ รายงานจากท่านเราะซูล ศ. ว่า : โอ้ ประชาชนเอ๋ย ในวันกิยามะฮฺ ฉันจะเข้าไปยังสระน้ำเกาษัร ก่อนพวกท่าน, หลังจากนั้นจะมีเซาะฮาบะฮฺของฉันกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาฉัน แต่มีเครื่องหมายบ่งบอกว่าจะพาพวกเขาไปสู่นรก ชายคนหนึ่งในหมู่พวกเขาส่งเสียงดังขึ้นว่า โอ้ มุฮัมมัด ฉันคือนายคนนั้น เป็นบุตรของนายคนนั้น อีกคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า : โอ้ ศาสดามุฮัมมัด ฉันคือนายคนนั้น เป็นบุตรของนายคนนั้น ฉันได้ตอบพวกเขาว่า : ฉันรู้จักพวกท่านดีทุกคน แต่หลังจากฉันจากไป พวกท่านได้ก่อบิดอะฮฺอันใดขึ้นมาบ้าง อีกทั้งพวกท่านยังกลับไปสู่ความเชื่อ และแนวคิดเดิมของตนอีก. [มุสนัดอะฮฺมัด บิน ฮันบัล, 4/79, อัตตัมฮีด, อิบนุอับดุล บิร, 2/299]
  • มีการบันทึกไว้ถึงคำพูดของท่านอาอิชะฮ์ บุตรสาว อบูบักร ที่นางได้กล่าวว่า “หลังการวะฟาตของท่านนบี ศ. มุสลิมตกเป็นมุรตัดหมด และเพิ่มหัวใจที่กลับกลอก(มุนาฟิกฮ์)

عَنْ عَائِشَةَ قَالَتْ، لَمَّا قُبِضَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ارتدت العرب قاطبة وأشرأبَّت النِّفاق
الكتاب: البداية والنهاية ج6 ص 366،المؤلف: أبو الفداء إسماعيل بن عمر بن كثير القرشي البصري ثم الدمشقي المتوفى: 774هـ

مرتد شدن صحابه

 

ฉะนั้น ประการแรกจะเห็นได้ว่ามีริวายะฮ์ศ่อฮิห์มากมายในตำราของชาวซุนนะห์เอง ที่ระบุว่า ศ่อฮาบะฮ์ตกเป็นมุรตัด เว้นเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น !!! จึงเป็นการดีกว่าไหมที่พวกเขาจะกลับไปสนใจตำราตัวเอง ก่อนที่จะมามุ่งโจมตีตำราของอีกฝ่าย ?!!

2. ประการที่สอง.  ชีอะห์ปฎิเสธว่า ศ่อฮาบะฮ์ตกเป็นมุรตัดทั้งหมด แต่ยอมรับว่า ศ่อฮาบะอ์ไม่ใช่ผู้มีคุณธรรมทั้งหมด และศ่อฮาบะฮ์ก็เคยทำผิดพลาดมามากมาย และเป็นกลุ่มคนที่ชัยฎอนสามารถล่วงล่อพวกเขาได้ ดังที่อัลลอฮ์ ซ.บ. กล่าวไว้ในครั้งที่พวกเขาหนีทัพในสงครามอุฮุด โดยทิ้งท่านนบี ศ. ไว้เพียงลำพังว่า :

إِنَّ الَّذِينَ تَوَلَّوْا مِنْكُمْ يَوْمَ الْتَقَى الْجَمْعانِ إِنَّمَا اسْتَزَلَّهُمُ الشَّيْطانُ بِبَعْضِ ما كَسَبُوا وَ لَقَدْ عَفَا اللَّهُ عَنْهُمْ إِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ حَلِيمٌ»؛

[3:155]แท้จริงบรรดาผู้ซึ่งหันหลังจากพวกเจ้า ในวันที่กลุ่มทั้งสองได้เผชิญหน้ากัน(สงครามอุฮุด)อันที่จริงชัยฎอนได้โน้มน้าวพวกเขาให้ทำในสิ่งผิดพลาดอันเนื่องจากบางอย่างที่พวกเขาได้เคยขวนขวายไว้(เช่นความหลงผิดที่อยู่ในหัวใจ)

บทกวีสงครามที่ยิ่งใหญ่: ตั้งแต่สงครามโบราณจนถึงสงครามสมัยใหม่

 

บทวิเคราะห์ฮะดิษ ศ่อฮาบะฮ์ตกเป็นมุรตัดหมดเว้นคน 3 คนที่ระบุไว้ในตำราชีอะห์

เกี่ยวกับฮะดีษที่มีการอ้างว่ามีระบุอยู่ในตำราของชาวชีอะห์ มีสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาหลายประการ คือ :

  1. ฮะดีษนี้ มิได้มีปรากฏอยู่ในหนังสือที่เชื่อถือได้ของชีอะฮ์ และถูกจัดให้อยู่ในฮะดิษประเภท ฎออีฟ (ไม่น่าเชื่อถือ) เพราะมีฮะดิษศ่อฮิห์มากมายที่บรรดาอิมามแห่งอะล์ลุลบัยต์ได้ปฎิเสธเรื่องดังกล่าว เช่น รายงานที่บันทึกอยู่ในหนังสือ บิฮารุลอันวาร รายงานโดย อบูบะซีรว่า : อบูบะซีรกล่าวว่า :

قلت لأبی عبدالله (ع): ارتد الناس الاّ ثلاثة: ابوذر و سلمان و المقداد ؟ قال ابوعبدالله: فأین أبو ساسان و ابوعمرة الأنصاري

ฉันได้กล่าวกับท่านอิมามซอดิก อ. ว่า : ประชาชนภายหลังจากท่านศาสดา ศ. ได้จากไป นอกจาก 3 คน คือ อบูซัร, ซัลมาน, และมิกดาร นอกนั้นตกมุรตัดหมดอย่างนั้นหรือ ? ท่านอิมามซอดิก อ. กล่าวว่า : แล้วอบูซาซาน อบูอุมมัร อันซอรียฺ ไปอยู่ไหนกันหมดเล่า”

ดังจะเห็นว่าท่านอิมามศอดิก อ. ปฏิเสธทัศนะของอบูบะซีร ทีคิดว่าประชาชนทั้งหมดตกมุรตัดหมดแล้ว ยกเว้น 3 คนเท่านั้น นอกจากนั้นท่านฉันได้เอ่ยนามของคนอื่นอีก ที่อยู่ในหนทางแห่งการชี้นำ

2. เอรติดาด(ارتد) ที่ได้ถูกกล่าวถึงในรายงานข้างต้น มิได้หมายถึง เอรติดาด ในเชิงของภาษาแต่อย่างใด ซึ่งจะได้กล่าวว่า เหล่านี้เป็นสาเหตุให้พวกเขากลายเป็นผู้ปฏิเสธในเชิงของภาษา แต่เพียงอย่างเดียว ทว่าหมายถึง การกลับไปสู่สภาพเดิมในอดีตที่ไร้ค่า เป็นญาฮิล และหันห่างจากแบบฉบับของท่านศาสดา ศ. การเป็นมุรตัดของพวกเขาหมายถึง การหันหลังให้อิสลาม หรือหันหลังออกจากซุนนะฮฺของท่านศาสดา ศ. โดยกลับไปสู่ศาสนาดั้งเดิม ความเชื่อเดิม หรือความคิดเดิมของพวกเขา

ฉะนั้นความหมาย «إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا بَعْدَكَ عَلَى أَدْبَارِهِمْ القَهْقَرَى» คือการตระบัดสัตย์ต่อท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ที่พวกเขาเคยให้ไว้กับท่าน ศ. ในวันฆอดีรคุม ดังที่ระบุไว้ในริวายะฮ์ฉบับเต็ม(ไม่ใช่ริวายะฮ์ที่ตัดมาแค่บางส่วนของกลุ่มอคติต่อชีอะห์)ซึ่งรายงานจากท่านอิมามศอดิก อ. ว่า : หลังเหตุการณ์ ซะกีฟะฮ์ ชาวมุฮาญิรีน และชาวอันซอร(บางตัวบทฮะดิษกล่าวถึงตัวเลขว่ามีจำนวนมาก)ได้มายังบ้านของท่านอิมามอะลี อ. และกล่าวกับท่าน อ. ว่า โอ้อะลี ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่าท่านเหมาะสมต่อตำแหน่งคอลีฟะฮ์มากกว่าใคร และท่านมีสิทธิ์กว่าผู้ใดต่อการสืบอำนาจต่อจากท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ และเรามาหาท่านเพื่อจะบอกว่า เราพร้อมที่จะเสียสละเพื่อท่านและให้การบัยอัต(แสดงความภักดี)ต่อท่าน ณ บัดนี้ โปรดยื่นมือของท่านมาเถิด!! ท่านอิมามอะลี อ. ได้กล่าวตอบกับพวกเขาว่า “หากพวกท่านคือผู้สัตย์จริงแล้วละก็ พรุ่งนี้ให้พวกท่านโกนศีรษะ แล้วมาหาฉัน ณ ที่นี้
และเช้าของวันรุ่งขึ้น มีเพียง ซัลมาล มิกดาร และอบูซัร ที่ได้โกนศีรษะ ส่วนคนที่เหลือกลับหายสาปสูญ(ไม่ได้ทำตามสัญญา)

جَاءَ الْمُهَاجِرُونَ وَ الْأَنْصَارُ وَ غَيْرُهُمْ بَعْدَ ذَلِكَ إِلَى عَلِيٍّ (ع) فَقَالُوا لَهُ: أَنْتَ وَ اللَّهِ أَمِيرُ الْمُؤْمِنِينَ وَ أَنْتَ وَ اللَّهِ أَحَقُّ النَّاسِ وَ أَوْلَاهُمْ بِالنَّبِيِّ (ع) هَلُمَّ يَدَكَ نُبَايِعْكَ فَوَ اللَّهِ لَنَمُوتَنَّ قُدَّامَكَ! فَقَالَ عَلِيٌّ (ع): إِنْ كُنْتُمْ صَادِقِينَ فَاغْدُوا غَداً عَلَيَّ مُحَلِّقِينَ! فَحَلَقَ عَلِيٌّ (ع) وَ حَلَقَ سَلْمَانُ وَ حَلَقَ مِقْدَادُ وَ حَلَقَ أَبُو ذَرٍّ وَ لَمْ يَحْلِقْ غَيْرُهُم‏

ฉะนั้น ณ จุดนี้เองที่ได้มีการกล่าวกันว่า إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا หมายถึง พวกเขาได้ทำการตระบัดสัตย์เสียแล้ว และได้กลับคืนสู่ความเชื่อเดิมของพวกเขาแล้ว เว้นไว้แค่เพียง ซัลมาล มิกดาร และอบูซัร ที่ยังคงยึดมั่นในวิลายัตของท่านอิมามอะลี อ. ดังนั้น อิรตาดุ ในริวายะฮ์ที่ถูกระบุไว้ข้างต้น ในบริบทนี้ คือ การหันหลังให้กับริวายะฮ์ของท่านอิมามอะลี อ. 

นี้คือที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมดที่มีการโจมตีชีอะห์ ในเรื่องนี้ ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่า ต่อแต่นี้ไป คงจะไม่มีการโจมตีใส่ร้ายชีอะห์อีกว่า พวกเขามีเชื่อว่า ศ่อฮาบะฮ์ทั้งหมดตกศาสนา และกลายเป็นผู้ปฎิเสธไปแล้ว หลังการวะฟาตนบี แต่พึงรู้ไว้ว่า ชีอะห์ปฎิเสธเรื่องนี้ แต่ก็ยอมรับว่า “ไม่ใช่ศ่อฮาบะฮ์ทั้งหมดจะทรงธรรม” เพราะมีศ่อฮาบะฮ์บางกลุ่มที่พวกเขา หันหลังให้กับคำสั่งเสียของท่านศาสดามุฮัมมัด ศ. และในวันกิยามัต เขาจะถูกกีดกันให้ออกไปจากสระน้ำอัล-เฮาษ์ ดังปรากฎในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม ข้างต้น