มีปรากฏในตำราชีอะห์ว่า “เนื้อลาบ้าน และการทำมุตอะห์” ถูกห้ามในสงครามคัยบัร..เป็นริวายะฮ์ที่เชื่อถือได้หรือไม่ ? มาดูคำตอบในเรื่องนี้กัน..

ในหนังสืออัล-วะซอเอล และอัล-อิสติบศอร ของเชคฎูซีย์ มีริวายะฮ์จากท่านอิมามอะลี อ. จากท่านร่อซูลฯ ว่า ท่านห้ามบริโภคเนื้อลาบ้าน และห้ามทำมุตอะห์ในสงครามคัยบัร อยากทราบว่า ฮะดิษบทนี้ศ่อฮิห์ และเชื่อถือได้หรือไม่ ?
ตามฮะดิษที่ได้อ้างถึงข้างต้นมีปรากฏตัวบทฮะดิษอยู่ในหนังสือตะซีบ วะ อิซติบซอร ของท่านมัรฮูม อัตฎูซีย์ ดังนี้ :
محمد بن يحيى عن أبي جعفر عن أبي الجوزا عن الحسين بن علوان عن عمرو بن خالد عن زيد بن علي عن آبائه عن علي عليهم السلام قال : حرم رسول الله صلى الله عليه وآله يوم خيبر لحوم الحمر الأهلية ونكاح المتعة
الطوسي، الشيخ ابوجعفر، محمد بن الحسن بن علي بن الحسن (متوفاى460هـ)، تهذيب الأحكام، ج 7، ص252
“ท่านนบี ศ. ได้ห้ามบริโภคเนื้อลาบ้าน และห้ามทำมุตอะห์ในสงครามคัยบัร”
บรรดาปวงปราชญ์ทั้งหมดของชาวชีอะห์มีมติเป็นเอกฉันฑ์ที่จะไม่ยอมรับฮะดิษบทดังกล่าว เพราะพวกท่านเชื่อว่า ริวายะฮ์บทนี้ถูกกล่าวขึ้นในสภาวะของการ “ตะกียะฮ์”
มัรฮูมท่านเชคฎูซีย์ หลังจากได้รายงานฮะดิษบทนี้ ท่านได้กล่าวว่า :
فان هذه الرواية وردت مورد التقية و على ما يذهب إليه مخالفوا الشيعة ، والعلم حاصل لكل من سمع الاخبار ان من دين أئمتنا عليهم السلام إباحة المتعة فلا يحتاج إلى الاطناب فيه
الشيخ الطوسي، تهذيب الأحكام، ج 7، ص252
ริวายะฮ์(คำรายงาน)บทนี้ถูกกล่าวขึ้นในสภาวะของการ “ตะกียะฮ์” และถูกนำเข้ามาโดยมัซฮับที่อยู่ตรงกันข้ามกับเรา(ชีอะห์) และบุคคลใดที่เคยได้ยินได้ฟังริวายะฮ์ต่างๆจากบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ของเราในเรื่อง “มุตอะห์คือสิ่งที่ฮะลาล”ก็จะประจักษ์ชัดแล้วสำหรับเขา(ว่าฮะดิษบทนี้อยู่ในสภาวะตะกียะฮ์) ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ยืดยาวสำหรับเรื่องนี้
เหตุผลที่ฮะดิษบทข้างต้นถูกชี้ขาดว่า อยู่ในสภาวะของการ “ตะกียะฮ์”
เหตุผลที่อุลามาชีอะห์บอกว่า ริวายะฮ์ที่ห้ามบริโภคเนื้อลา และห้ามการมุตอะห์ในสงครามคัยบัร ถูกกล่าวขึ้นในสภาวะของการ ตะกียะฮ์ ก็เพราะว่า
- ริวายะฮ์บทนี้ขัดแย้งกับ “ฎอรูรียาต มัซฮับ”[ضروريات مذهب الإمامية] กล่าวคือ ในมัซฮับชีอะห์ “มุตอะห์เป็นสิ่งฮะลาล” นั้น ให้ถือว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ ชัดเเจ้งที่สุดในมัซฮับชีอะห์ ที่ไม่มีใครสงสัยเลย นั่นคือเป็นเรื่องที่ทุกๆคนรู้และเข้าใจกันดีในมัซฮับชีอะห์ อีกทั้งเป็นริวายะฮ์ซึ่งฝ่ายตรงข้ามที่ขัดแย้งกับชีอะห์ได้ยึดถือปฎิบัติมัน ฉะนั้นริวายะฮ์นี้จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ เว้นแต่ต้องอยู่ในสภาพของการ ตะกียะฮ์
ท่านเชคฎูซีย์ ได้กล่าวหลังรายงานฮะดิษบทนี้ว่า
فَالْوَجْهُ فِي هَذِهِ الرِّوَايَةِ أَنْ نَحْمِلَهَا عَلَى التَّقِيَّةِ لِأَنَّهَا مُوَافِقَةٌ لِمَذَاهِبِ الْعَامَّةِ وَ الْأَخْبَارُ الْأَوَّلَةُ مُوَافِقَةٌ لِظَاهِرِ الْكِتَابِ وَ إِجْمَاعُ الْفِرْقَةِ الْمُحِقَّةِ عَلَى مُوجَبِهَا فَيَجِبُ أَنْ يَكُونَ الْعَمَلُ بِهَا دُونَ هَذِهِ الرِّوَايَةِ الشَّاذَّةِ
الشيخ الطوسي، الاستبصار، ج 3، ص 142
คำอธิบายเกี่ยวกับริวายะอ์บทนี้ ก็คือ เราลงความเห็นให้เป็นการตะกียะฮ์ ก็เพราะริวายะฮ์นี้ไปสอดคล้องกับความเชื่อที่บรรดามัซฮับที่อยู่ตรงข้ามกับเรายึดถือปฎิบัติ และริวายะอ์ต่างๆก่อนหน้าริวายะฮ์(มุตอะห์เป็นสิ่งฮะลาล) ก็สอดคล้องกับอัลกุรอ่าน และมติเอกฉันฑ์ สัจธรรมอยู่กับชีอะห์ ตามริวายะฮ์ก่อนหน้านี้ ฉะนั้นเราควรยึดถือปฎิบัติตามริวายะฮ์ที่เป็นมติเอกฉันฑ์ ไม่ใช่ยึดถือริวายะฮ์ที่คลุมเคลือ
เชคโฮรร่อ อะมีลีย์ กล่าวไว้ว่า :
أقول : حملت الشيخ وغيره على التقية – يعني في الرواية – لان إباحة المتعة من ضروريات مذهب الإمامية ، وتقدم ما يدل على ذلك، ويأتي ما يدل عليه
الحر العاملي، محمد بن الحسن متوفاى1104هـ
ริวายะอ์บทนี้ถูกลงฮุกุมว่าเป็นการ “ตะกียะฮ์” เพราะ ฮะลาล(สิ่งที่อนุมัติ)ในเรื่องของมุตอะฮ์เป็นสิ่งที่ชัดแจ้งที่สุดเรื่องหนึ่งในมัซฮับชีอะห์ และมีริวายะฮ์ก่อนหน้านี้มากมายที่บอกถึง ฮะลาลของการมุตอะฮ์ และริวายะฮ์ที่มาหลังจากริวายะฮ์บทนี้ที่กล่าวถึงความฮะลาลของการมุตอะฮ์
- เพราะมีนักรายงานฮะดิษสองคนที่ไม่ใช่ชีอะห์อิมามียะฮ์ นั่นคือ ฮุเซน บิน อุลวาน และ อัมรุ บิน คอลิด และทั้งสองคนนี้ บรรดานักริยาลก็มีความคิลาฟกันในเรื่องความน่าเชื่อถือของพวกเขา ฉะนั้นเมื่อบุคคลทั้งสองรายงานฮะดิษบทนี้มาจาก เซต บิน อะลี ซัยนุลอะบีดีน (ผู้ที่พวกเขายึดถือว่าเป็นอิมาม) จึงเป็นไปได้ว่า ท่านอิมามซัยนุลอะบีดีน อ. กล่าวฮะดิษบทนี้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่บนีอุมัยยะฮ์นำเสนอ โดยนำริวายะอ์ของซุนนะห์มาอ้าง เพื่อ การตะกียะอ์ ในการรักษาชีวิตของชีอะห์ ในยุคสมัยนั้น
ด้วยเหตุนี้เชคฎูซีย์ได้กล่าวถึงริวายะฮ์ที่มี บุคคลทั้งสอง(ฮุเซน บิน อุลวาน และ อัมรุ บิน คอลิด)อยู่ในกลุ่มรอวีย์ ไว้ว่า
طوسى، الإستبصار فيما اختلف من الأخبار ؛ ج1 ؛ ص65

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)








