ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
อ่านอัลกุรอ่าน-ทำบุญให้คนตาย พวกเขาจะรับรู้ไหม… ?
![]()
อ่านอัลกุรอ่าน-ทำบุญให้คนตาย พวกเขาจะรับรู้ไหม… ?
โลกหลังความตาย ดวงวิญญาณจะอยู่ไหน ? ผู้ตายจะสามารถสื่อสารกับคนเป็นได้ไหม ? สิ่งที่คนเป็นอุทิศให้กับคนตาย พวกเขาจะรับรู้ไหม ? และอื่น ๆ อันเป็นเรื่องราวโลกหลังความตาย เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกับการคาดเดา แต่ทั้งหมดเหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้จากริวายะฮ์ที่ถ่ายทอดโดยท่านศาสดาอิสลาม และบรรดาอะอิมมะฮ์ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง
สาวก(ศ่อฮาบะฮ์)บางท่านรายงานว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ กล่าวว่า
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ ص أَهْدُوا لِمَوْتَاكُمْ فَقُلْنَا يَا رَسُولَ اللَّهِ وَ مَا هَدِيَّةُ الْأَمْوَاتِ قَالَ الصَّدَقَةُ وَ الدُّعَاءُ
“จงมอบฮะดียะฮ์ให้แก่ผู้ล่วงลับของตน” พวกเราถามท่านว่า ฮะดียะฮ์ของผู้ลวงลับ คือ อะไรหรือขอรับ ? ท่าน ศ. ตอบว่า คือ การศ่อดะเกาะฮ์ และดุอาฮ์ และท่านก็กล่าวต่อว่า
إِنَّ أَرْوَاحَ الْمُؤْمِنِينَ تَأْتِي كُلَّ جُمُعَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا بِحِذَاءِ دُورِهِمْ وَ بُيُوتِهِمْ
ดวงวิญญาณของบรรดาผู้ศรัทธาจะมายังท้องฟ้าแห่งโลกนี้ทุกวันศุกร์ ตรงกับบ้านและที่อยู่อาศัยของพวกเขา
يُنَادِي كُلُّ وَاحِدٍ مِنْهُمْ بِصَوْتٍ حَزِينٍ بَاكِينَ: «يَا أَهْلِي! وَ يَا وُلْدِي! وَ يَا أَبِي! وَ يَا أُمِّي وَ أَقْرِبَائِي! اعْطِفُوا عَلَيْنَا، يَرْحَمْكُمُ اللَّهُ بِالَّذِي كَانَ فِي أَيْدِينَا، وَ الْوَيْلُ وَ الْحِسَابُ عَلَيْنَا، وَ الْمَنْفَعَةُ لِغَيْرِنَا
แต่ละคนจะร้องตะโกนเสียงดัง พร้อมกับร้องให้ว่า โอ้ครอบครัวของฉัน ,บุตรหลานของฉัน,โอ้บิดามารดาขอฉัน ,ญาติพี่น้องของฉัน โปรดให้ความเมตาแก่พวกเรา ด้วยสิ่งที่เคยอยู่ในกรรมสิทธิ์ครอบครองของเรา (รู้ไหมว่า)โทษทัณฑ์และการสอบสวนมีเหนือพวกเรา แต่ผลประโชน์ของมันกลับมีแก่ผู้อื่น (เราหาและสะสมทรัพย์สมบัติแต่คนอื่นกลับได้ใช้ เราถูกสอบสวน)
«اعْطِفُوا عَلَيْنَا بِدِرْهَمٍ أَوْ بِرَغِيفٍ أَوْ بِكِسْوَةٍ، يَكْسُوكُمُ اللَّهُ مِنْ لِبَاسِ الْجَنَّةِ»
แต่ละคนร้องตะโกนเรียกญาติพี่น้องของตนว่า ให้เมตตาสงสารพวกเราด้วยสักเหรียญหนึ่งดิรฮัมก็ได้ หรือขนมปังสักแผ่นหนึ่งก็ยังดี(ที่จะทำบุญให้กับเรา) หรือเสื้อผ้าสักตัวหนึ่ง ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าจะทรงสวมใส่อาภรณ์ จากสรวงสวรรค์ให้พวกท่าน(ในความดีนี้)
ثُمَّ بَكَى النَّبِيُّ صلّی الله علیه و آله وَ بَكَيْنَا مَعَهُ، فَلَمْ يَسْتَطِعْ النَّبِيُّ صلّی الله علیه و آله أَنْ يَتَكَلَّمَ مِنْ كَثْرَةِ بُكَائِهِ
แล้วท่านร่อซูลฯ ก็ร้องให้อย่างรุนแรง จนกระทั่งไม่สามารถที่จะกล่าวถ้อยคำต่อไปได้
ثُمَّ قَالَ: أُولَئِكَ إِخْوَانُكُمْ فِي الدِّينِ، فَصَارُوا تُرَاباً رَمِيماً بَعْدَ السُّرُورِ وَ النَّعِيمِ، فَيُنَادُونَ بِالْوَيْلِ وَ الثُّبُورِ عَلَى أَنْفُسِهِمْ
ต่อมาท่านกล่าวว่า พวกเขาเหล่านี้ คือ พี่น้องผู้ร่วมศาสนาของพวกท่าน ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน หลังจากที่ได้รับความยินดีปรีดา และควมโปรดปราน จากนั้นพวกเขาก็ร้องควรญถึงโทษทัณฑ์ และความหายนะที่มีแก่วิญญาณของตน
يَقُولُونَ: «يَا وَيْلَنَا! لَوْ أَنْفَقْنَا مَا كَانَ فِي أَيْدِينَا فِي طَاعَةِ اللَّهِ وَ رِضَائِهِ مَا كُنَّا نَحْتَاجُ إِلَيْكُمْ»، فَيَرْجِعُونَ بِحَسْرَةٍ وَ نَدَامَةٍ، وَ يُنَادُونَ: أَسْرِعُوا صَدَقَةَ الْأَمْوَاتِ
และกล่าวว่า ความหายนะประสบกับพวกเรา หากพวกเราได้ใช้จ่ายสิ่งที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของพวกเรามาก่อน ในการภักดี และความพึงพอพระทัยของพระผู้เป็นเจ้า เราก็คงไม่ยากไร้มาหาพวกท่านอย่างนี้ แล้วพวกเขาก็กลับไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ และตะโกนว่า โปรดสงศ่อดะเกาะฮ์ไปให้บรรดาผู้ล่วงลับ
(หนังสือมุสตักร็อก อัลวะสาอิล เล่ม 2 หน้า 484 และ ญะมิอุล อักบัร หน้า 169)
จากริวายะฮ์ของท่านศาสนทูต ศ. ข้างต้น เป็นข้อเตือนสติอย่างดียิ่งให้กับศรัทธาชน ว่า จงปฏิบัติและชดเชยสิทธิ์ต่างๆทั้งหลายของอัลลอฮ์ให้ครบถ้วน(ฮักกุลลอฮ์) และสิทธิของเพื่อนมนุษย์(ฮักกุลนาส)ที่เขาต้องรับผิดชอบ และอย่าปล่อยให้หน้าที่เหล่านี้เป็นภาระขอผู้อื่น ซึ่งหลังจากที่เขาตายไปแล้วก็จะหมดอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ และจ้องมองไปที่ทรัพย์สินของตนอย่างเศร้าใจ
มารร้ายจะยั่วยุและกระซิบกระซาบ แก่เหล่าทายาทและบรรดาผู้รับมรดกของเขา ปิดกั้นไม่ให้ปฏิบัติตามสิทธิ์ทั้งหลายที่มีอยู่เหนือเขา ทำให้เขาสิ้นไร้หนทาง
และในที่สุดเขาก็จะกล่าวว่า
قَالَ رَبِّ ارْجِعُونِ لَعَلِّي أَعْمَلُ صَالِحًا فِيمَا تَرَكْتُ
“โอ้ องค์อภิบาล โปรดนำฉันกลับไปอีกครั้ง เพื่อฉันจะกระทำความดีงามที่เคยละทิ้งมัน”
ใช่แล้วเขาจะอ้อนวอนว่า โปรดนำฉันกลับไปอีกครั้ง เพื่อฉันจะกระทำความดีงามเกี่ยวกับทรัพย์สินของฉัน” แต่ทว่าไม่มีใครได้ยินเขา ความเศร้าโสกเสีใจและควาามรู้สึกผิด ก็ไม่อำนวนประโยชน์อันใดให้แก่เขา
แล้วท่านเห็นอะไรในตัวท่านจากฮะดิษบทนี้ ?
ท่านอิมามศอดิก อ. หนึ่งจากอะอิมมะฮ์อะฮ์ลุลบัยต์นบี ศ. กล่าวว่า จงไปเยี่ยมเยียน(ซิยาเราะฮ์)บรรดาผู้ล่วงลับก่อนที่ดวงอาทิตย์จะทอแสง พวกเขาจะได้ยินและจะตอบรัพวกท่าน หากพวกท่านซิยาเราะฮ์พวกเขาหลังจากอาทิตย์ทอแสงไปแล้ว พวกเขาจะได้ยินแต่จะไม่ตอบรับ
อับดุลลอฮ์ บินสุลัยมานได้ถามท่านอิมามศอดิก อ. เกี่ยวกับมารยาทของการไปเยี่ยมกุโบร์ ท่าน อ. ตอบว่า
إذَا کَانَ یَوْمُ الْجُمُعَةِ فَزُرْهُمْ
เมื่อถึงวันศุกร์ ก็จงไปเยี่ยมพวกเขา(ชาวกุโบร์)
และจงไปเยี่ยมพวกเขาทุกๆวัน(หากมีความสามารถ)ในช่วงเวลาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะทอแสง เพราะช่วงเวลานั้น
یَعْلَمُونَ بِمَنْ أَتَاهُمْ فِی کُلِّ یَوْمٍ، فَإذَا طَلَعَتِ الشَّمْسُ کَانُوا سُدًی
พวกเขาจะรับรู้ทุกอย่างที่นำไปให้เขาในทุกๆวัน ฉันจึงถามอิมาม อ. ว่า พวกเขาจะรับรู้ทุกอย่างที่เราได้กล่าวกับพวกเขา แล้วพวกเขาปลื้มปิติไหม ?
อิมาม อ. ตอบว่า
نَعَمْ، وَ یَسْتَوْحِشُونَ لَهُ إذَا انْصَرَفَ عَنْهُمْ
ใช่แล้ว (พวกเขาจะปลื้มปิติ) และด้วยกับการหันหลังกลับ พวกเขาจะรู้สึกหวาดหวั่น(และเศร้าใจ)
อย่าลืมผู้ล่วงลับของพวกท่านนะครับ หากมีเวลาไปเยี่ยมพวกเขาบ้าง สิ่งนี้จะสร้างความปลื้มปิติยินดีให้แก่พวกเขาหาที่เปรียบมิได้
และเมื่อพวกท่านปราถานาที่จะไปซิยาเราะฮ์สุสานของผู้ล่วงลับ เมื่อยืนอยู่หน้าสุสานของพวกเขาแล้วให้หันหน้าไปทางทิศกิบละฮ์ และวางมือขวาบนสุสาน แล้วกล่าวว่า
اللّٰهُمَّ آنِسْ وَحْشَتَهُ ، وَارْحَمْ غُرْبَتَهُ ، وَأَسْكِنْ رَوْعَتَهُ ، وَصِلْ وَحْدَتَهُ ، وَأَسْكِنْ إِلَيْهِ مِنْ رَحْمَتِكَ رَحْمَةً يَسْتَغْنِي بِها عَنْ رَحْمَةِ مَنْ سِواكَ ، وَاحْشُرْهُ مَعَ مَنْ كانَ يَتَوَلَّاهُ
ข้าแต่อัลลอฮ์ โปรดให้ความสงบแก่ความหวาดกลัวของเขา โปรดเมตตาต่อความแปลกหน้าของเขา โปรดให้ความหวาดกลัวของเขาสงบลง โปรดเป็นมิตรกับความเดียวดายของเขา และโปรดให้เขาได้รับความสงบ ด้วยความเตตาของพระองค์ อันเป็นความเมตตาที่ทำให้เขาพอเพียง จากความเมตตาของผู้อื่นที่นอกเหนือจากพระองค์ และโปรดให้เขาฟื้นคืนชีพ พร้อมกับทุกคนที่เป็นที่รักของเขา
จากนั้นให้อ่านซูเราะฮ์ อัลก็อดร์ 7 ครั้ง
มีริวายะฮ์ระบุว่า ใครก็ตามที่อ่านซูเราะฮ์ก็อดร์ 7 ครั้ง ที่สุสานผู้ศรัทธาคนหนึ่ง พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสัตย์จริง ผู้ทรงสูงส่ง จะทรงส่งมลาอิกะฮ์องค์หนึ่งมาที่สุสานของเขา ประกอบอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ ณ สุสานนของเขา
และพระองค์จะทรงบันทึกผลบุญการประกบอบอิบาดะฮ์ของ มลาอิกะให้แก่ผู้ตาย เมื่อเขาฟื้นคืนชีพจากสุสาน ความหวาดกลัวใด จากความหวาดกลัวทั้งหลายในวันกิยมะฮ์ จะไม่มาประสบกับเขาเลย
พระองค์จะทรงให้ความน่าสะพึงกลัวเหล่านั้น ผ่านพ้นไปจากเขา เพราะมลาอิกะฮ์องค์นั้น จนกระทั่งพระองค์ทรงนำเขาเข้าสู่สรวงสวรรค์

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)






![ท่านหญิงฟาติมะฮ์ อ. คือหัวหน้าสตรีแห่งสรวงสวรรค์ [فاطمة الزهرا سلام الله علیها سیدة نساء أهل الجنة]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/1f94b8a92b045209dde2bfd9f34448b6-100x75.jpg)
![อิมามมะฮ์ดี อ. ในอัลกุรอ่าน อายะฮ์ที่ 2 [อิสลามจะมีชัยชนะเหนือศาสนาทั้งมวล]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/04/636604642421439237-100x75.jpg)
