หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ การทำลายศุทธิเกียรติของท่านนบี ศ. ในสองตำราศอฮีฮ์(บุคอรี-มุสลิม)

การทำลายศุทธิเกียรติของท่านนบี ศ. ในสองตำราศอฮีฮ์(บุคอรี-มุสลิม)

264

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

การทำลายศุทธิเกียรติของท่านนบี ศ. ในบุคอรี-มุสลิม

divider

การทำลายศุทธิเกียรติของท่านนบี ศ. ในสองตำราศอฮีฮ์(บุคอรี-มุสลิม)

เราพบว่ามีหลายบทรายงานในสองตำราศอฮีฮ์ บุคอรี มุสลิม ที่ขัดแย้งกับหลักการว่าด้วยอิห์ติยาฏ(ความพิถีพิถัน) และการปกป้องอิสลาม และเป็นบทรายงานที่ศรัทธาชน ผู้เจริญแล้วทั้งหลาย มิอาจยอมรับได้ ! เช่น

(1)- ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ยืนปัสสาวะ
บุคอรี และมุสลิมได้บันทึกรายงานหนึ่งที่น่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง โดยการกล่าวหาใส่ร้ายท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ว่า ท่านยืนปัสสาวะ

รอวีรายงานว่า ฉันและท่านนบีเดินไปด้วยกันจนกระทั่งพบว่าตัวฉันกับท่านนบีมาถึงที่ทิ้งขยะของชุมชนแห่งหนึ่งด้านหลังกำแพง ท่านได้ยืนปัสสาวะ เหมือนอย่างที่พวกท่านยืนนั่นแหละ ฉันจึงขยับออกมาให้ห่างท่าน แต่ท่านก็เรียกฉันไว้ ฉันจึงเข้าไปยืนบังให้ท่าน โดยยืนอยู่ด้านหลังจนกระทั่งท่านเสร็จธุระ

رَأَیتُنی أنا وَ النَّبیُّ صلی الله علیه و آله و سلم نَتَمَاشَی فَأَتَی سُبَاطَةَ قَومٍ خَلفَ حَائِطِ فَقَامَ کَما یَقُومُ أحَدُکُم فَبَالَ فَانتَبَذتُ منه فَأَشَارَ إلیَّ فَجِئتُهُ فَقُمتُ عِندَ عَقِبِهِ حتی فَرَغَ
الجامع الصحیح المختصر ( صحیح البخاری )، ج 1، ص 90، حدیث 223، کتابُ الوُضُوء، باب 61، بَاب البَول عِندَ سُبَاطَة قَومٍ، اسم المؤلف: محمد بن إسماعیل أبو عبدالله البخاری الجعفی

ข่าวโคมลอยนี้ได้แพร่หลายในหมู่ชาวซุนนะห์ ไปถึงขั้นที่ว่าอิหม่ามนะวะวีอ์ ได้เขียนไว้ในหนังสือมัจมุฮ์ของเขาว่า

وصار هذا عادة لأهل هراة یبولون قیاما فی کل سنة مرة إحیاء لتلک السنة المجموع، ج 2، ص 103، اسم المؤلف: النووی الوفاة: 676

เรื่องนี้(ที่บุคอรีบันทึกไว้)ได้แพร่หลายจนชาวเมือง อะราตของอัฟกานิสถาน ในทุกๆปี จะรวมตัวกันยืนปัสสาวะ หนึ่งครั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งซุนนะห์ของนบีสืบต่อไป!!!!

สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ เมื่อได้เห็นคำกล่าวของปราชญ์ชาวซุนนะห์อย่าง อิหม่ามนะวะวีฮ์ ที่เขาได้เขียนเงื่อนไขของ รอวี(นักรายงานฮะดิษ) ว่า หากสืบได้ว่า เขาเคยยืนปัสสาวะ ถือว่าเขาขาดซีฟัตคุณธรรม(อิดาละฮ์/ความน่าเชื่อถือ)ทันที และไม่สามารถยึดถือฮะดิษที่เขารายงานได้อีก !!!! โดยเขาได้กล่าวไว้ใน ชะเราะฮ์มุสลิม ว่า

و کان إبراهیم بن سعد لا یجیز شهادة من بال قائما
صحیح مسلم بشرح النووی، ج 3، ص 166، اسم المؤلف: أبو زکریا یحیی بن شرف بن مری النووی، الوفاة، 676،

อิบรอฮีม บิน สะฮ์อัด คือหนึ่งในบุคคลที่เคยยืนปัสสาวะ ฉะนั้น เขาไม่สามารถที่จะเป็นพยาน และยืนยันในสิ่งใดได้อีก

ในสุนันตีรมีซีฮ์ และสุนันอิบนิ มายะฮ์ ได้บันทึกคำพูดของอุมัร บิน ค็อตต็อบว่า
ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ได้เห็นฉันกำลังยืนปัสสาวะอยู่ ท่านจึงกล่าวกับฉันว่า อย่ายืนปัสสาวะเด็ดขาด จากนั้นมาฉันไม่เคยยืนปัสสาวะ อีกเลย

عن عُمَرَ قالَ رَآنی رسول اللهِ صلی الله علیه و آله و سلم و أنا أبُولُ قَائِمًا فقال یا عُمَرُ لَا تَبُل قَائِمًا فما بُلتُ قَائِمًا بَعدُ

(สุนัน อิบนิ มายะฮ์ เล่ม 1 หน้า 112 ฮะดิษเลขที่ 308 ผู้ประพันธ์ มุฮัมมัด บิน ยะซีด อบู อับดิลลาฮ์ อัลกัซวีนีอ์ เสียชีวิต ฮ.ศ. 275 / สุนันตีรมีซีอ์ เล่ม 1 หน้า 12 ผู้ประพันธ์ มุฮัมมัด บิน อีซา อบูอีซา อัลตีมีซี ฮ.ศ. 279 )

 สิ่งที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ พวกเขาตำหนิบุคคลที่ยืนปัสสาวะอย่างรุนแรงถึงขั้นห้ามเป็นพยาน ห้ามรายงานฮะดิษ แม้แต่อุมัรเองก็บอกว่านบีสั่งห้ามเด็ดขาดในการยืนปัสาวะ แต่น่าแปลกใจเป็นที่สุดที่บุคอรี และมุสลิมกลับบันทึกฮะดิษที่บอกว่า ท่านนบียืนปัสสาวะ

ไม่ต้องอ้างฮะดิษมาหักล้างสิ่งที่บุคอรีบันทึกใส่ร้ายท่านนบี ศ.หรอก แค่ทุกท่านลองใช้สติปัญญา และสามัญสำนึกดูว่า หากพวกท่านเห็นคนๆ หนึ่งยืนปัสสาวะอยู่ข้างทาง พวกท่านจะรู้สึกอย่างไร แล้วพวกท่านจะเชื่อหรือว่า นบีผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยมารยาทที่ดีงาม จะทำเช่นนั้นได้
หากยอมรับว่า สิ่งที่บุคอรี และมุสลิม บันทึกไว้ คือ ความสัตย์จริง สิ่งนี้ก็ย่อมบอกว่า หนึ่งในซุนนะห์ของท่านนบี ศ. ก็คือการยืนปัสสาวะ ดังนั้นต่อแต่นี้ไปมุสลิมทุกคนต้องยืนปัสสาวะ เพื่อจะได้ทำตามซุนนะห์ของท่านนบี ศ. หรือ แค่ยอมรับความจริงว่า บุคอรี และมุสลิม บันทึกฮะดิษที่มีคนโกหกใส่ท่านนบี ศ.

ก็ขอให้ท่านผู้เปรียบเทียบดูกับเรื่องราวในบทรายงานนี้ที่ยกมาจากสองตำราศอฮีฮ์ก็แล้วกัน ทั้งมุสลิมและบุคอรี ประการหลังสุด ถ้าหากเป็นเหมือนอย่างที่ท่านอ้างว่า เขาเป็นคนประณีตละเอียดอ่อน และพิถีพิถันในการบันทึก อีกทั้งยังเป็นคนรู้แจ้งเห็นจริง เป็นนักปราชญ์ เกี่ยวกับพื้นฐานที่มาของฮะดีษ สมมติว่า เขาได้ยินคนนำเรื่องนี้มาบอกเล่า สมควรแก่เขาหรือไม่ เป็นสิทธิสำหรับเขาหรือไม่ ในการที่จะบันทึกเรื่องนี้ในตำรา “ศอฮีฮ์”ของเขา และทำเรื่องนี้ให้ดูเป็นเรื่องจริงจัง จนเป็นที่ยอมรับ? แปลกจริงๆ…ที่คนทั่วไปที่เชื่อมั่นว่า ตำราศอฮีฮ์บุคอรี เป็นตำราที่มีความถูกต้องที่สุด รองจากอัล-กุรอาน อันทรงวิทยปัญญา!!

(2)- ท่านนบี ศ. นำภรรยาขึ้นยืนเกาะหลังเพื่อชมการละเล่นของชายในมัสยิด

มีรายงานที่บุคอรีบันทึกไว้ในตำรา “ศอฮีฮ์” เล่ม 2 หน้า 120 หมวดว่าด้วย  “การละเล่นในสงคราม” และมุสลิมก็ได้บันทึกไว้ในตำรา “ศอฮีฮ์” เล่ม 1 หมวดว่าด้วย “การอนุโลมให้ละเล่นในสิ่งที่ไม่ละเมิด ในวันอีดต่างๆได้” รายงานโดยอะบูฮุร็อยเราะฮ์ จากรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮ์ นางเล่าว่า

“เมื่อถึงวันอีด พวกซูดานได้เล่นตีกลองและรำดาบในมัสยิด ดูเหมือนว่าฉันขอต่อท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ และดูเหมือนว่า ท่านกล่าวว่า “เธออยากจะดูหรือ ? ฉันตอบว่า “ใช้แล้ว” แล้วท่านก็พาฉันลุกขึ้นยืนเกาะหลังท่าน แก้มของฉันแนบกับแก้มของท่าน พลางกล่าวว่า “เชิญเถิดพวกท่าน โอ้ชาวบะนีอัรฟะดะฮ์ จนกระทั่งฉันรู้สึกเบื่อ ท่านถามว่า “เพียงพอแก่เธอแล้วหรือ? แนตอบว่า “ใช่แล้ว” ท่านกล่าวว่า “จงไปกันเถิด” (1)

ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ เป็นหน้าที่ของพวกท่าน บรรดาผู้อ่านที่เคารพ ! มีใครบ้างไหมในหมู่พวกท่าน ที่ชื่นชมการนำเรื่องน่าบัดสีและการกระทำอันต่ำทรามเช่นนี้ แก่ท่านศาสดา ? !   ถ้ามีใครสักคนพูดกับท่านว่า “เราได้ยินมาว่าท่านแบกภรรยาของท่านขึ้นบนหลัง และแก้มของนางประทับกับแก้มของท่าน และท่านได้ออกไปหาฝูงชนเพื่อดูกิจกรรมการละเล่นของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วท่านกล่าวกับภรรยาของท่านว่า เพียงพอแก่เธอแล้วหรือ? แล้วเธอก็ตอบท่านว่า “ใช่แล้ว”หลังจากนั้น ภรรยาของท่าน ก็นำเรื่องนี้ไปบอกเล่ากับคนภายนอกที่เป็นพวกผู้ชาย ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ เป็นหน้าที่ของพวกท่าน ท่านผู้อ่านที่มีเกียรติ ท่านจะพึงพอใจในเรื่องนี้กระนั้นหรือ ? หรือว่า ท่านยินดีที่จะให้ใครๆพูดถึงเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ ? ถ้าหาก ท่านได้ยินเรื่องนี้จากคนที่มีเจตนาดี สมควรแก่ท่านหรือไม่ ที่จะนำไปถ่ายทอดยังคนอื่น ๆ? และถ้าหากท่านนำไปถ่ายทอดต่อ แล้วแน่นอน ท่านจะต้องกริ้วโกรธ แล้วจะกล่าวว่า “เป็นคนโง่เขลาเท่านั้น ที่นำเรื่องแบบนี้ไปบอกเล่า แต่นี่ท่านเป็นคนมีสติปัญญา ทำไมท่านต้องนำเรื่องแบบนี้ ไปบอกเล่าต่อประชาชนด้วย ? ผู้มีสติปัญญาจะสนับสนุนความรู้สึกโกรธเคืองของท่านในเรื่องนี้ หรือไม่ ?

ก็ขอให้ท่านเปรียบเทียบดูกับเรื่องราวในบทรายงานนี้ที่ยกมาจากสองตำราศอฮีฮ์ก็แล้วกัน ทั้งมุสลิมและบุคอรี ประการหลังสุด ถ้าหากเป็นเหมือนอย่างที่ท่านอ้างว่า เขาเป็นคนประณีตละเอียดอ่อน และพิถีพิถันในการบันทึก อีกทั้งยังเป็นคนรู้แจ้งเห็นจริง เป็นนักปราชญ์ เกี่ยวกับพื้นฐานที่มาของฮะดีษ สมมติว่า เขาได้ยินคนนำเรื่องนี้มาบอกเล่า สมควรแก่เขาหรือไม่ เป็นสิทธิสำหรับเขาหรือไม่ ในการที่จะบันทึกเรื่องนี้ในตำรา “ศอฮีฮ์”ของเขา และทำเรื่องนี้ให้ดูเป็นเรื่องจริงจัง จนเป็นที่ยอมรับ? แปลกจริงๆ…ที่คนทั่วไปที่เชื่อมั่นว่า ตำราศอฮีฮ์บุคอรี เป็นตำราที่มีความถูกต้องที่สุด รองจากอัล-กุรอาน อันทรงวิทยปัญญา!!

 

divider

[เชิงอรรถ]

(1)- ตัวบทฮะดิษ

عن عَائِشَةَ قالت… کانَ يومَ عيد يَلعَبُ السُّودَانُ بِالدَّرَق وَ الحَرابِ فَإمًا سَأَلتُ رَسُولَ الله صلي الله عليه و آله و سلم وَإِمَّا قالَ تَشتَهِينَ تَنظُرينَ قَقلتُ نعم، فَأَقَامَنِي وَرَاءهُ خَدِّي علي خَدِّهِ وهو يَقولُ ذُونَکُم يا بَنِي أَرِفدَةَ حتي إذا مَللَتُ قال حُسبُکِ قلت نعمت قال فَاذهَبي.
صحيح مسلم، ج 2، ص 609، حديث 892

أنَّ عَائِشَةَ قالَتْ: لقَدْ رَأَيْتُ رَسولَ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عليه وسلَّمَ يَوْمًا علَى بَابِ حُجْرَتي والحَبَشَةُ يَلْعَبُونَ في المَسْجِدِ، ورَسولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عليه وسلَّمَ يَسْتُرُنِي برِدَائِهِ، أنْظُرُ إلى لَعِبِهِمْ.
الراوي : عائشة أم المؤمنين | المحدث : البخاري | المصدر : صحيح البخاري
الصفحة أو الرقم: 454 | خلاصة حكم المحدث : [صحيح]