หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ มุตอะห์ในอัลกุรอ่านที่กล่าวไว้ในตำราซุนนี่ห์+หลักฐาน

มุตอะห์ในอัลกุรอ่านที่กล่าวไว้ในตำราซุนนี่ห์+หลักฐาน

294

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อายะฮ์อัลกุรอ่านเกี่ยวกับมุตอะห์ในตำราซุนนี่ห์+หลักฐาน

divider

 

โองการอัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมาในเรื่อง “อนุญาติให้ทำมุตอะห์” ที่ยืนยันโดยปวงปราชญ์ของชาวซุนนะห์

คัมภีร์อัล-กุรอ่านซูเราะฮ์อัน-นิซาอ์ อายะฮ์ที่ 24 อัลลอฮ์ ซ.บ. ทรงตรัสว่า

فَمَا اسْتَمْتَعْتُمْ بِهِ مِنْهُنَّ فَآَتُوهُنَّ أُجُورَهُنَّ فَرِيضَةً

ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าได้นิกะห์มุตอะฮ์กับนาง จากบรรดาหญิงเหล่านั้น ก็จงให้แก่พวกนางซึ่ง สินตอบแทนแก่พวกนาง ตามที่กำหนดไว้

บรรดาปวงปราชญ์ของชาวซุนนะห์มากมายยืนยันว่า “อัล-กุรอ่านอายะฮ์นี้ลงมาเรื่องนิกะห์มุตอะฮ์” และข้าพเจ้าจะขอยกเป็นบางราย เพื่อให้ผู้อ่านที่มีใจเที่ยงธรรมได้ศึกษาความจริงกัน

  • อัลกุรตุบี นักตัฟซีรชาวซุนนี่ห์ (เสียชีวิต 671 ฮ.ศ.)

อัลกุรตุบี นักตัฟซีรชาวซุนนี่ห์กล่าวว่า

وَقَالَ الْجُمْهُورُ: الْمُرَادُ نِكَاحُ الْمُتْعَةِ الَّذِي كَانَ فِي صَدْرِ الْإِسْلَامِ
تفسير القرطبي ج 5 ص 130

บรรดาปวงปราชญ์ยืนยันว่า อายะฮ์นี้ หมายถึง นิกะฮ์มุตอะฮ์ ที่มีในยุคต้นของอิสลาม (ตัฟซีร อัลกุรตุบี เล่ม 5 : 115 ดูซูเราะฮ์ อันนิซาอ์ โองการที่ 24)

 

  • อัลฎอบะรีย์ (เสียชีวิต  310 ฮ.ศ.) ได้รายงานจากท่านมุญาฮิด

อัลฎอบะรีย์ รายงานจากท่านมุญาฮิด ว่า

حَدَّثَنِي مُحَمَّدُ بْنُ عَمْرٍو , قَالَ: ثنا أَبُو عَاصِمٍ , عَنْ عِيسَى , عَنِ ابْنِ أَبِي نَجِيحٍ , عَنْ مُجَاهِدٍ: {فَمَا اسْتَمْتَعْتُمْ بِهِ مِنْهُنَّ} [النساء: 24] قَالَ: «يَعْنِي نِكَاحَ الْمُتْعَةِ
جامع البيان للطبري، ج6 ص586

อัลกุรอ่านซูเราะห์อันนิซา โองการที่ 24 {ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าได้นิกะห์มุตอะฮ์กับนาง} หมายถึง การนิกะฮ์มุตอะห์

  • อบูฟิดาย์ อิสมาอีล บิน อุมัร อัลบัศรีย์(เสียชีวิต 774 ฮ.ศ.)

อบูฟิดาย์ อิสมาอีล บิน อุมัร บินกะซีร อัลกุรชีย์ อัลบัศรีย์ กล่าวว่า

وَقَدِ اسْتُدِلَّ بِعُمُومِ هَذِهِ الْآيَةِ عَلَى نِكَاحِ الْمُتْعَةِ، وَلَا شَكَّ أَنَّهُ كَانَ مَشْرُوعًا فِي ابْتِدَاءِ
الْإِسْلَامِ
تفسير القرآن العظيم ج2 ص259

แท้จริง ได้ถูกอ้างอิงด้วยความหมายอุมูมของอายัต(ที่ 24 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์)ถึงเรื่องนิกะห์มุตอะฮ์ และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเคยถูกกำหนดเป็นบทบัญญัติในยุคเริ่มต้นอิสลาม

 

  • อิบนุญะรีร อัฏฏ็อบรีย์ นักตัฟซีรซุนนี่ (224 – 310 ฮ.ศ.)

อิบนุญะรีร อัฏฏ็อบรีย์ นักตัฟซีรซุนนี่ (224 – 310 ฮ.ศ.) บันทึกว่า

حدثنا حميد بن مسعدة قال، حدثنا بشر بن المفضل قال، حدثنا داود، عن أبي نضرة قال، سألت ابن عباس عن متعة النساء. قال: أما تقرأ “سورة النساء” ؟ قال قلت: بلى! قال: فما تقرأ فيها:( فما استمتعتم به منهن إلى أجل مسمى ) ؟
قلت: لا! لو قرأتُها هكذا ما سألتك! قال: فإنها كذا
อบีนัฎเราะฮ์ ได้ถามอิบนิอับบาสถึงเรื่องมุตอะฮ์นิซาอ์ เขากล่าวว่า เจ้าไม่เคยอ่านซูเราะฮ์อันนิซาอ์ดอกหรือ เขาตอบว่า หามิได้เคยอ่านครับ เขากล่าวว่า แล้วอะไรที่เจ้าอ่านในซูเราะฮ์นั้น
( فما استمتعتم به منهن إلى أجل مسمى )
คำแปล – “ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าได้ทำการนิกะห์มุตอะฮ์กับนางจากบรรดาหญิงเหล่านั้นสู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่กำหนดไว้
ฉันกล่าวว่า ไม่ หากฉันอ่านมันแบบนั้นฉันจะไม่ถามท่านเลย อิบนิอับบาสกล่าวว่า อายะฮ์นั้นเป็นแบบนั้นแหล่ะ”
ดูตัฟซีร อัฏฏ็อบรีย์ เล่ม 8 : 177 อันดับที่ 9036 ดูซูเราะฮ์ อันนิซาอ์ โองการที่ 24

 

  • อิบนุ อบีฮาติม นักตัฟซีรซุนนี่ (240 – 327 ฮ.ศ.) 

อิบนุ อบีฮาติม นักตัฟซีรซุนนี่ บันทึกว่า

حَدَّثَنَا أَبِي، ثنا ابْنُ أَبِي عُمَرَ، قَالَ: قَالَ سُفْيَانُ فِي قَوْلِهِ : فَمَا اسْتَمْتَعْتُمْ بِهِ مِنْهُنَّ فَآتُوهُنَّ أُجُورَهُنَّ قَالَ : هَذَا فِي الْمُتْعَةِ كَانُوا قَدْ أُمِرُوا بِهَا قَبْلَ أَنْ يُنْهَوْا عَنْهَا

บิดาของฉันเล่าให้เราฟัง จากอิบนิอบีอุมัรเล่าว่า ซุฟยานได้กล่าวถึงอายัต (ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าได้นิกะห์มุตอะฮ์กับนาง จากบรรดาหญิงเหล่านั้น ก็จงให้แก่พวกนางซึ่ง สินตอบแทนแก่พวกนาง ตามที่กำหนดไว้) เขากล่าวว่า นี่คือเรื่องมุตอะฮ์สตรี ที่พวกเขาเคยถูกสั่งให้ทำมันได้ ก่อนที่พวกเขาจะถูกสั่งห้ามทำมัน (ตัฟซีร อิบนิอบีฮาติม เล่ม 4 : 107 อันดับที 5175 ดูซูเราะฮ์ อันนิซาอ์ : 24)