ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
ใครคือผู้ถูกอนุญาติให้อธิบายอัล-กุรอ่าน ศ่อฮาบะฮ์ – อะห์ลุลบัยต์ ?!!
![]()
ใครคือผู้ถูกอนุญาติให้อธิบายอัล-กุรอ่าน ศ่อฮาบะฮ์ หรือ อะห์ลุลบัยต์ ?!!!!
อัลกุรอานในทัศนะของชาวซุนนะห์ และชาวชีอะฮ์ หมายถึงพระพจนารถของอัลลอฮ์ ซ.บ. ที่ถูกประทานลงมาแด่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. และหมายถึงกุรอานที่ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆมากล้ำกลาย ไม่ว่าจากเบื้องหน้าและเบื้องหลัง อันเป็นธรรมนูญสูงสุดของมวลมุสลิม ทั้งในแง่ของบทบัญญัติ ในแง่ของการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า(อิบาดะฮ์) และในแง่ของหลักศรัทธาทั้งหลาย ผู้ใดที่สงสัยหรือลบหลู่คัมภีร์นี้ถือว่า หมดสภาพจากการนับถือศาสนาอิสลาม ดั้งนั้น บรรดามุสลิมทั้งหลาย มีความเชื่อตรงกันในเรื่องของความบริสุทธิ์และให้ความเคารพต่อคัมภีร์ และถือว่า ไม่มีใครสัมผัสคัมภีร์ได้นอกจากผู้บริสุทธิ์
لا يَمَسُّهُ إِلَّا الْمُطَهَّرُونَ » الواقعة:79 »
ใครคือผู้บริสุทธิ์[مُطَهَّرُونَ]ที่เข้าใจอัลกุรอ่านได้ถ่องแท้..?
ชาวซุนนะฮ์ และชีอะฮ์ มีความเชื่อตรงกันที่เกี่ยวกับกรณีที่ว่า ท่านศาสนทูตแห่ง อัลลอฮ์ ศ. ได้สาธยายอะฮฺกามต่างๆทุกประการในอัลกุรอาน และได้อธิบายทุก ๆโองการของอัล-กุรอานแก่บรรดามุสลิม แต่พวกเขานั้นมีความขัดแย้งกันในประเด็นของตัวบุลคลที่ถ่ายทอดการตัฟซีร และการตีความให้แก่พวกเขาในสมัยหลังจากที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. วะฟาตแล้ว
บรรดาชีอะฮ์ถือว่า การตัฟซีร และการตีความนั้น ต้องย้อนกลับไปยึดถือตามแนวทางของบรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยต์ แต่ บรรดาชาวซุนนะห์ นั้น ถือว่าให้ยึดถือตามแนวของศ่อฮาบะฮ์ หรืออิมามทั้งสี่ท่านใดท่านหนึ่ง ในสี่มัซฮับเป็นหลัก
ในฟากฝั่งของผู้รู้ชีอะฮ์ ที่เชื่อถือว่า บรรดาอิมามแห่งอะฮฺลุลบัยต์ อ. เป็นกลุ่มที่ทรงสิทธิ์ในการอธิบายอัล-กุรอานและการตีความ ก็เพราะ :
- อะห์ลุลบัยต์นบี คือ อะห์ลุซซิกร์
อะห์ลุลบัยต์นบี เป็น อะห์ลุซซิกร์ หมายถึง อะฮฺลุลบัยต์ อ. เป็นบรรดาผู้สันทัดในวิชาการ และเป็น อะฮฺลุซซิกรฺ ตามที่อัลลอฮฺทรงบัญชาให้พวกเราย้อนกลับไปหา
ดังโองการที่ว่า :
«فَسْئَلُوا أَهْلَ الذِّکْرِ إِنْ کُنْتُمْ لاتَعْلَمُونَ»
“พวกสูเจ้าจงถามอะฮ์ลุซซิกร์เถิด ถ้าหากพวกสูเจ้าไม่รู้” (อัน-นะฮ์ลุ 43)
ท่านอิมามอะลี อ. กล่าวว่า : نَحْنُ أَهْلُ الذِّکْرِ وَ نَحْنُ الْمَسْئُولُونَ؛ พวกเรา (อะห์ลุลบัยต์) คือ อะฮ์ลุลซิกร์ (จากหนังสือตัฟซีร นูนุซษะก่อลัยน์ เล่ม 3 หน้า 55-56)
อิบนิ อับบาส ได้กล่าวถึงความหมายของอายะฮ์ فَسْئَلُوا أَهْلَ الذِّکْرِ ว่า :
هُوَ مُحَمَّدٌ وَ عَلِىٌّ وَ فاطِمَةُ وَ الْحَسَنُ وَ الْحُسَیْنُ(علیهم السلام) هُمْ أَهْلُ الذِّکْرِ وَالْعِلْمِ وَ الْعَقْلِ وَ الْبَیانِ
เขา มุฮัมมัด ,อะลี ,ฟาติมะห์ ,ฮะซัน และฮุเซน พวกเขาคือ อะห์ลุซซิกร์ และเจ้าของแห่งความรู้ และสติปัญญา และคำอธิบาย
ฉะนั้น เมื่ออะห์ลุซซิกร์ คือ อะห์ลุลบัยต์ โองการนี้จึงได้ให้ความหมายอย่างชัดเจนโดยปราศจากความคลุมเครือใดว่า อะฮฺลุลบัยต์ อ. นั้นคือผู้ที่เข้าใจความหมายของอัล-กุรอานได้อย่างลึกซึ้ง
- ไม่มีผู้ใดสัมผัสอัลกุรอ่านได้ นอกจากบรรดาผู้สะอาดบริสุทธิ์
“ไม่มีผู้ใดสัมผัสมันได้ นอกจากบรรดาผู้สะอาดบริสุทธิ์” คำว่า “ไม่มี” จะมีความหมายเป็นอย่างอื่นมิได้ นอกจากจะต้องหมายถึงการปฏิเสธ เพราะเหตุว่าคำๆนี้ถูกนำมากล่าวถึงหลังจากการสาบานและคำว่าสัมผัสกับมัน ในที่นี้หมายถึงการเข้าถึงและการมีความเข้าใจ โดยที่มิได้มีความหมายตามที่บางกลุ่มคาดคิดกันขึ้นมาว่าการจับต้องด้วยมือ เพราะว่า ระหว่างการจับต้องด้วยมือกับการสัมผัสนั้นมีความแตกต่างกันดังเช่นโองการที่ว่า
إِنَّ الَّذِينَ اتَّقَوْا إِذَا مَسَّهُمْ طَائِفٌ مِنَ الشَّيْطَانِ تَذَكَّرُوا فَإِذَا هُمْ مُبْصِرُونَ
แท้จริงบรรดาผู้สำรวมตนนั้นในเมื่อสมัครพรรคพวกของชัยฏอนได้มาสัมผัสกับพวกเขา พวกเขาก็จะรำลึกใคร่ครวญ ดังนั้น พวกเขาก็ได้มองเห็นชัดแจ้ง” (อัล-อะอฺรอฟ/201)
การสัมผัสตามความหมายตรงนี้เกี่ยวข้องกับสติปัญญา การเข้าถึงมิได้หมายถึงการจับต้องด้วยมือ ดังนั้น สำหรับคำว่า ผู้สะอาดบริสุทธิ์ ในโองการนี้ (มุเฏาะฮารูน) เป็น อิซม์ มัฟอูล (คำนามที่ตกเป็นกรรม) หมายความว่า ได้มีการทำให้ความสะอาดมีขึ้นแก่พวกเขา แน่นอน อัลลอฮ์ ซ.บ. ก็ทรงมีโองการหนึ่ง ความว่า
« إِنَّما يُريدُ اللَّهُ لِيُذْهِبَ عَنْکُمُ الرِّجْسَ أَهْلَ الْبَيْتِ وَ يُطَهِّرَکُمْ تَطْهيراً»
“อันที่จริง อัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะขจัดความมลทินให้เพียงแต่สูเจ้า โอ้อะฮฺลุลบัยตฺ และทรงชำระขัดเกลาสูเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์” (อัล-อะซาบ/33)
ดังนั้น โองการที่ว่า ไม่มีใครสัมผัสมันได้ นอกจากผู้สะอาดบริสุทธิ์จึงหมายความว่า ไม่มีใครเข้าถึงสารัตถะที่แท้จริงของอัลกุรอานได้ นอกจากอะฮฺลุลบัยต์ อ. ด้วยเหตุนี้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ได้กล่าวถึงพวกเขาไว้ว่า
عَنِ ابن عباس رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” النُّجُومُ أَمَانٌ لِأَهْلِ الْأَرْضِ مِنَ الْغَرَقِ ، وَأَهْلُ بَيْتِي أَمَانٌ لِأُمَّتِي مِنَ الِاخْتِلَافِ ، فَإِذَا خَالَفَتْهَا قَبِيلَةٌ مِنَ الْعَرَبِ اخْتَلَفُوا فَصَارُوا حِزْبَ إِبْلِيسَ
اخرجه الحاكم في المستدرك برواية عبد الله بن عباس وايضا المتقي الهندي في كنز العمال بروايته وايضا احمد بن عبد الله الطبري برواية ابن عباس
“ดวงดาวคือสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยของชาวโลกเพื่อให้พ้นจากความล่มจม และบรรดาอะฮฺลุลบัยตฺของฉัน คือความปลอดภัยสำหรับประชาชาติของฉันให้พ้นจากความขัดแย้ง ดังนั้น คนอรับกลุ่มหนึ่งขัดแย้งกับพวกเขาก็จะเกิดความแตกแยกกัน แล้วได้กลายเป็นพรรคหนึ่งของอิบลีซ ”
ส่วนในมุมที่ว่าให้ทำอิหม่ามทั้ง 4 หรือตามศ่อฮาบะฮ์ เรายังไม่พบหลักฐานที่เชื่อถือได้เลย แล้วจะให้ความสว่างแล้วไปเลือกความมืดมิด หรือ ?


![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)







![อัษ-ษะก่อลัยน์ของท่านนบี ซุนนะตีย์ หรือ อะห์ลุบัยตีย์…? [كتاب الله وسنتي أم وعترتي]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/maxresdefault-100x75.jpg)

