หน้าแรก อะห์ลุลบัยต์ อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!

อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!

195

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!

divider

 

อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!

มีการบันทึกไว้ว่า เพื่อนคนหนึ่งของอุมัรมีชื่อว่า มุฆีเราะฮ์บิน ซุอ์บะฮ์ อุมัรแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองครั้งแรกที่บัศเราะฮ์ และครั้งต่อมาที่กูฟะฮ์

ทาสคนหนึ่งของ มุฆีเราะฮ์( อบูลุลุ) มีความไม่พอใจในตัวเขา เขามาขอให้อุมัรช่วยเหลืออนุเคราะห์ให้แก่เขาด้วย(ในเรื่องการลดหย่อนภาษี) แต่อุมัรได้ปฏิเสธที่จะช่วย  เขาจึงเข้าทำร้ายและทำให้อุมัรบาดเจ็ดสาหัส เมื่อแพทย์ได้มาดูอาการแล้ว เขาได้ให้ยาแก่อุมัรดื่ม แต่ทั้งหมดกลับไหลออกมาจากแผลที่สะดือของเขา เมื่อแพทย์เห็นเช่นนี้ เขาจึงบอกกับอุมัรว่า อาการของเขาหมดหวังที่จะหายและได้แนะนำให้เขาทำพินัยกรรมเสีย เพราะมีเวลาเหลือน้อยที่เขาจะอยู่ต่อไปในโลกนี้

ข่าวได้แพร่สะพัดออกไปว่า คอลีฟะฮ์มีแผลฉกรรจ์อาจถึงตายได้ และข่าวนี้ได้ก่อให้เกิดความตระหนกขึ้นในเมือง มีสาวกจำนวนมากได้มาหาอุมัร เพื่อสอบถามถึงอาการของเขา มีบางคนได้ให้คำแนะนำว่าเราควรแต่งตั้งบางคนให้เป็นผู้สืบแทนของเขา

อาอิชะฮ์ส่งข่าวมายังอุมัร เร่งเร้าเขาให้แต่งตั้งใครบางคนเป็นคอลีฟะฮ์ ก่อนที่เขาจะตายหรือหาไม่แล้ว นางกล่าวเตือนว่าอาจจะเกิดกลียุคและความยุ่งเหยิงอาจแผ่ขยายไปในแผ่นดิน  อุมัรได้ขอให้ผู้ถือสารของอาอิชะฮ์ บอกกับนางดังต่อไปนี้

“ ฉันได้พิจารณาถึงเรื่องนี้แล้ว และฉันได้ตัดสินใจที่จะแต่งตั้งคนหกคนให้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการเลือกตั้ง(شوراى) และได้มอบหมายให้พวกเขาจัดการเลือกใครสักคน จากพวกเขาให้เป็นคอลีฟะฮ์ และบุคคลทั้งหกนี้คือ อะลี, อุศมาน, อับดุลเราะฮ์มาน บินอุฟ, ตอลละฮ์, ชุเบรและสะอัด บิน อบีวักกอส ศาสนทูตของพระเจ้าทรงพึงพอใจกับบุคคลทั้งหกนี้ เมื่อท่านได้อำลาโลกนี้ไป และแต่ละคนของพวกเขาก็มีความสามารถที่จะเป็นคอลีฟะฮ์ของบรรดามุสลิม ”

ด้วย “อำนาจ” ที่อุมัรให้ไว้แก่อับดุรเราะฮ์มาน บิน อุฟ(แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะเลือกตั้ง) ทำให้เขาถือว่าตัวเองเป็นกุญแจสำคัญในคณะเลือกตั้งนี้  ดังนั้นเขาจึงค่อยๆเริ่มกลยุทธ์ของเขา และกล่าวกับคณะเลือกตั้งว่าเขาจะถอนตัวจากการเป็นผู้แข่งขัน หากยอมให้เขาได้ทำหน้าที่เป็นประธาน และประสานงานการประชุม ทุกคนเห็นด้วย แต่อะลีกลับไม่เต็มใจที่จะให้อับดุรเราะฮ์มานมีอำนาจพิเศษใดๆเมื่อทุกคนยืนยันว่า เขาควรจะเห็นด้วย เขาจึงตอบไปว่า

“ฉันจะยอมรับว่าท่านเป็นประธานการเลือกตั้ง หากท่านให้คำสาบานว่า ท่านจะไม่เป็นทาสของกิเลสของตัวเอง และการตัดสินของท่านนั้นจะทำไปเพื่อความพึงพอพระทัยของพระเจ้าและศาสนทูตเท่านั้น”

อับดุรเราะฮ์มานได้ให้สัญญาดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงทำหน้าที่ประธานของคณะเลือกตั้ง เขาได้จัดให้มีการประชุมกับผู้สมัครหลายครั้ง ซึ่งเป็นความพยายามที่จะหาหนทางแก้ไขปัญหา แต่ความพยายามของเขาก็ไม่เป็นผล การถกกันระหว่างผู้สมัครภายในสองวันแรกนั้นก็จบลงโดยไม่มีอะไรคืบหน้า

ในวันที่สามและเป็นวันสุดท้าย อับดุรเราะฮ์มานไปที่บ้านของคณะเลือกตั้งแต่ละคน จากการพบกันเป็นการส่วนตัวนี้ เขาได้ถามความเห็นว่าใครสมควรที่จะได้เป็นคอลีฟะฮ์ หากตัวเขาไม่ได้รับเลือก คำตอบ คือ อุศมาน หรือไม่ก็ อะลี นั่นหมายความว่า ทางเลือกนั้นแคบลงมา เหลือเพียงสองคนซึ่งคนหนึ่งจะต้องได้เป็นคอลีฟะฮ์ แต่คนๆนั้นจะเป็นใครเล่า

ในเย็นวันนั้น อับดุรเราะฮ์มาน ได้เรียกเพื่อนเก่าของเขาคือ อัมร บิน อาส มาช่วยแก้สถานการณ์ที่ลำบากของเขา

อัมร บิน อาสนั้นมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดำเนินกลอุบายเช่นนี้ เขากล่าวว่า “ฉันรู้วิธีการที่จะทำให้อะลีจนมุม” และเขาก็ได้อธิบายวิธีการให้อับดุรเราะฮ์มานฟัง ซึ่งเขาก็มีความยินดีต่อความคิดอันชาญฉลาดนี้ และรู้สึกมั่นใจว่าเขาจะสามารถกำจัดอาลีให้พ้นไปจากการเป็นคอลีฟะฮ์ได้

เช้าวันถัดมาในห้องประชุม อับดุรเราะห์มาน ก็หันหน้ามาหาอะลี ยกมือของเขาขึ้นแล้วถามเขาว่า ถ้าท่านได้รับหน้าที่ปกครองมุสลิม และท่านมีอำนาจเหนือกิจการทั้งปวงแล้ว ท่านจะสัญญาได้หรือไม่ว่าท่านจะปฏิบัติตามคัมภีร์แห่งพระเจ้าและแบบฉบับของท่านศาสดา และการปฏิบัติตามซุนนะห์ “อบูบักรและอุมัร”(นี้คือกุลยุทธที่อัม บิน อาสวางไว้ให้กับอับดุรเราะมาน)

อะลีกล่าวตอบเขาไปว่า “ฉันจะปฏิบัติตามคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างของท่านศาสดาของพระองค์ สำหรับการปฏิบัติตามสิ่งที่ผ่านมา(ซุนนะห์)ของอบูบักรและอุมัรนั้นฉันมีวิจารณญาณของฉันเอง และฉันก็จะใช้มัน” อะลีรู้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

อับดุรเราะห์มานปล่อยมือของเขาลงและหันไปทางอุศมาน แล้วถามคำถามเดียวกันอุศมาน ยินยอมทันที ดังนั้นเขาคือบุคคลแรกที่ให้สัตยาบันต่อเขา และแสดงความยินดีต่อ คอลีฟะฮ์คนใหม่ และส่งสัญญาณให้คนอื่นๆเข้ามาให้สัตยาบันแสดความภักดี

คอลีฟะฮ์ ถูกเลือกแล้ว คอลีฟะฮ์คนใหม่ของมุสลิมคือ “อุศมาน บิน อัฟฟาน”

อาลี ปล่อยให้ตำแหน่งคอลีฟะฮ์หลุดมือไป แต่เขาไม่ได้ประนีประนอมหลักการของเขา เขาไม่ได้ถือว่าอบูบักรและอุมัร เป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องของมุฮัมมัด และเขาปฏิเสธที่จะเลียนแบบคนทั้งสองไม่ว่าจะในเรื่องใด

อะลีปฏิเสธที่จะไม่ปฏิบัติตามแนวทาง(ซุนนะห์)ของอบูบักรและอุมัร ก็เพื่อไม่ให้มันขึ้นมาเทียบเท่ากับคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างท่านศาสดาของพระองค์ เขาปฏิเสธที่จะตามบุคคลที่มีความผิดบาปได้ ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมืองในยุคสมัยของเขาเอง ทั้งๆที่รู้ว่าการปฏิสธนั้น มีค่าเท่ากับตำแหน่งของบัลลังก์แห่งอนาจักรอิสลาม เขาปฏิเสธบังลังก์นั้นอย่างหยามเหยียด เนื่องจากราคาที่เขาถูกเรียกร้องเพื่อที่จะได้มา นั่นคือการประนีประนอมด้วยหลักสัจธรรมและหลักยุติธรรม เขาได้ประกาศแก่สาธารณชนว่า การปฏิบัติของอบูบักรและอุมัร ไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขา และถ้าการปฏิบัติของอบูบักรและอุมัรไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขาแล้ว ดังนั้นการเป็นคอลีฟะฮ์คนทั้งสองก็ต้องไม่เป็นที่ยอมรับของเขาเช่นกัน นี้คือข้อพิสูจน์ที่สรุปได้ว่า เขาไม่ได้ให้สัตยาบัน แก่คนทั้งสอง แต่ถ้าพี่น้องซุนนีจะยืนยันว่าอบูบักรและอุมัรได้รับสัตยาบันจากเขาแล้ว คนทั้งสองต้องได้รับจากเขาโดยใช้ปลายดาบจ่อเขาอยู่เท่านั้นเอง

 

«وخلا (عبد الرحمن بن عوف) بعلي بن أبي طالب ، فقال : لنا اللّه عليك ، إن وليّت هذا الأمر ، أن تسير فينا بكتاب اللّه وسنّة نبيّه وسيرة أبي بكر وعمر.  فقال : أسير فيكم بكتاب اللّه وسنّة نبيّه ما استطعت. فخلا بعثمان فقال له : لنا اللّه عليك ، إن وليّت هذا الأمر ، أن تسير فينا بكتاب اللّه وسنّة نبيّه وسيرة أبي بكر وعمر . فقال : لكم أن أسير فيكم بكتاب اللّه وسنة نبيه وسيرة أبي بكر وعمر
ثمّ خلا بعلي، فقال له مثل مقالته الأولى ، فأجابه مثل الجواب الأوّل ، ثمّ خلا بعثمان، فقال له مثل المقالة الأولى ، فأجابه مثل ما كان أجابه ، ثمّ خلا بعلي فقال له مثل المقالة الأولى ، فقال : إنّ كتاب اللّه وسنّة نبيه لا يحتاج معهما إلى إجيرى أحد. أنت مجتهد أن تزوي هذا الأمر عنّي . فخلا بعثمان فأعاد عليه القول ، فأجابه بذلك الجواب ، وصفق على يده».

تاريخ اليعقوبي ج 2 ص 162. ورجوع شود به: شرح نهج البلاغة ابن أبي الحديد ج 1 ص 188، ج 9 ص 53، ج 10 ص 245 زج 12 ص 263، الفصول في الأصول از جصّاص، ج 4 ص 55، أسد الغابة ج 4 ص 32، السقيفة وفدك از جوهري ص 86، تاريخ المدينة از ابن شبة النميري ج 3 ص 930، تاريخ الطبري ج 3 ص 297، تاريخ ابن خلدون ق‏1، ابن خلدون ج 2 ص 126 والشافي في الامامة ج 4 ص 209
จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ท่านอิมามอะลี อ. กล่าวกับ อับดุลเราะห์มาน บิน เอาฟ์ ว่า เจ้าได้เสนอเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ถูกกีดกันไปฉัน นั้น คือให้ฉันยอมรับแบบฉบับของอบูบักร และอุมัร ซึ่งเจ้าก็รู้ดีว่า ฉันมิอาจยอมรับเงื่อนไขนี้ได้
«أنت مجتهد أن تزوي هذا الأمر عنّي»
557 – حَدَّثَنَا عَبْدُ اللهِ، حَدَّثَنِي سُفْيَانُ بْنُ وَكِيعٍ، حَدَّثَنِي قَبِيصَةُ، عَنْ أَبِي بَكْرِ بْنِ عَيَّاشٍ، عَنْ عَاصِمٍ عَنْ أَبِي وَائِلٍ، قَالَ: قُلْتُ لِعَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ: كَيْفَ بَايَعْتُمْ عُثْمَانَ وَتَرَكْتُمْ عَلِيًّا؟ قَالَ: مَا ذَنْبِي؟ قَدْ بَدَأْتُ بِعَلِيٍّ، فَقُلْتُ: أُبَايِعُكَ عَلَى كِتَابِ اللهِ وَسُنَّةِ رَسُولِهِ، وَسِيرَةِ أَبِي بَكْرٍ وَعُمَرَ. قَالَ: فَقَالَ: فِيمَا اسْتَطَعْتُ. قَالَ: ثُمَّ عَرَضْتُهَا عَلَى عُثْمَانَ، فَقَبِلَهَا
مسند الإمام أحمد بن حنبل ج1 ص560 المؤلف: أبو عبد الله أحمد بن محمد بن حنبل بن هلال بن أسد الشيباني (المتوفى: 241هـ