ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!
![]()
อิมามอะลี อ. ปฏิเสธแนวทางของ อบูบักร และ อุมัร !!!
มีการบันทึกไว้ว่า เพื่อนคนหนึ่งของอุมัรมีชื่อว่า มุฆีเราะฮ์บิน ซุอ์บะฮ์ อุมัรแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองครั้งแรกที่บัศเราะฮ์ และครั้งต่อมาที่กูฟะฮ์
ทาสคนหนึ่งของ มุฆีเราะฮ์( อบูลุลุ) มีความไม่พอใจในตัวเขา เขามาขอให้อุมัรช่วยเหลืออนุเคราะห์ให้แก่เขาด้วย(ในเรื่องการลดหย่อนภาษี) แต่อุมัรได้ปฏิเสธที่จะช่วย เขาจึงเข้าทำร้ายและทำให้อุมัรบาดเจ็ดสาหัส เมื่อแพทย์ได้มาดูอาการแล้ว เขาได้ให้ยาแก่อุมัรดื่ม แต่ทั้งหมดกลับไหลออกมาจากแผลที่สะดือของเขา เมื่อแพทย์เห็นเช่นนี้ เขาจึงบอกกับอุมัรว่า อาการของเขาหมดหวังที่จะหายและได้แนะนำให้เขาทำพินัยกรรมเสีย เพราะมีเวลาเหลือน้อยที่เขาจะอยู่ต่อไปในโลกนี้
ข่าวได้แพร่สะพัดออกไปว่า คอลีฟะฮ์มีแผลฉกรรจ์อาจถึงตายได้ และข่าวนี้ได้ก่อให้เกิดความตระหนกขึ้นในเมือง มีสาวกจำนวนมากได้มาหาอุมัร เพื่อสอบถามถึงอาการของเขา มีบางคนได้ให้คำแนะนำว่าเราควรแต่งตั้งบางคนให้เป็นผู้สืบแทนของเขา
อาอิชะฮ์ส่งข่าวมายังอุมัร เร่งเร้าเขาให้แต่งตั้งใครบางคนเป็นคอลีฟะฮ์ ก่อนที่เขาจะตายหรือหาไม่แล้ว นางกล่าวเตือนว่าอาจจะเกิดกลียุคและความยุ่งเหยิงอาจแผ่ขยายไปในแผ่นดิน อุมัรได้ขอให้ผู้ถือสารของอาอิชะฮ์ บอกกับนางดังต่อไปนี้
“ ฉันได้พิจารณาถึงเรื่องนี้แล้ว และฉันได้ตัดสินใจที่จะแต่งตั้งคนหกคนให้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการเลือกตั้ง(شوراى) และได้มอบหมายให้พวกเขาจัดการเลือกใครสักคน จากพวกเขาให้เป็นคอลีฟะฮ์ และบุคคลทั้งหกนี้คือ อะลี, อุศมาน, อับดุลเราะฮ์มาน บินอุฟ, ตอลละฮ์, ชุเบรและสะอัด บิน อบีวักกอส ศาสนทูตของพระเจ้าทรงพึงพอใจกับบุคคลทั้งหกนี้ เมื่อท่านได้อำลาโลกนี้ไป และแต่ละคนของพวกเขาก็มีความสามารถที่จะเป็นคอลีฟะฮ์ของบรรดามุสลิม ”
ด้วย “อำนาจ” ที่อุมัรให้ไว้แก่อับดุรเราะฮ์มาน บิน อุฟ(แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะเลือกตั้ง) ทำให้เขาถือว่าตัวเองเป็นกุญแจสำคัญในคณะเลือกตั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงค่อยๆเริ่มกลยุทธ์ของเขา และกล่าวกับคณะเลือกตั้งว่าเขาจะถอนตัวจากการเป็นผู้แข่งขัน หากยอมให้เขาได้ทำหน้าที่เป็นประธาน และประสานงานการประชุม ทุกคนเห็นด้วย แต่อะลีกลับไม่เต็มใจที่จะให้อับดุรเราะฮ์มานมีอำนาจพิเศษใดๆเมื่อทุกคนยืนยันว่า เขาควรจะเห็นด้วย เขาจึงตอบไปว่า
“ฉันจะยอมรับว่าท่านเป็นประธานการเลือกตั้ง หากท่านให้คำสาบานว่า ท่านจะไม่เป็นทาสของกิเลสของตัวเอง และการตัดสินของท่านนั้นจะทำไปเพื่อความพึงพอพระทัยของพระเจ้าและศาสนทูตเท่านั้น”
อับดุรเราะฮ์มานได้ให้สัญญาดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงทำหน้าที่ประธานของคณะเลือกตั้ง เขาได้จัดให้มีการประชุมกับผู้สมัครหลายครั้ง ซึ่งเป็นความพยายามที่จะหาหนทางแก้ไขปัญหา แต่ความพยายามของเขาก็ไม่เป็นผล การถกกันระหว่างผู้สมัครภายในสองวันแรกนั้นก็จบลงโดยไม่มีอะไรคืบหน้า
ในวันที่สามและเป็นวันสุดท้าย อับดุรเราะฮ์มานไปที่บ้านของคณะเลือกตั้งแต่ละคน จากการพบกันเป็นการส่วนตัวนี้ เขาได้ถามความเห็นว่าใครสมควรที่จะได้เป็นคอลีฟะฮ์ หากตัวเขาไม่ได้รับเลือก คำตอบ คือ อุศมาน หรือไม่ก็ อะลี นั่นหมายความว่า ทางเลือกนั้นแคบลงมา เหลือเพียงสองคนซึ่งคนหนึ่งจะต้องได้เป็นคอลีฟะฮ์ แต่คนๆนั้นจะเป็นใครเล่า
ในเย็นวันนั้น อับดุรเราะฮ์มาน ได้เรียกเพื่อนเก่าของเขาคือ อัมร บิน อาส มาช่วยแก้สถานการณ์ที่ลำบากของเขา
อัมร บิน อาสนั้นมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดำเนินกลอุบายเช่นนี้ เขากล่าวว่า “ฉันรู้วิธีการที่จะทำให้อะลีจนมุม” และเขาก็ได้อธิบายวิธีการให้อับดุรเราะฮ์มานฟัง ซึ่งเขาก็มีความยินดีต่อความคิดอันชาญฉลาดนี้ และรู้สึกมั่นใจว่าเขาจะสามารถกำจัดอาลีให้พ้นไปจากการเป็นคอลีฟะฮ์ได้
เช้าวันถัดมาในห้องประชุม อับดุรเราะห์มาน ก็หันหน้ามาหาอะลี ยกมือของเขาขึ้นแล้วถามเขาว่า ถ้าท่านได้รับหน้าที่ปกครองมุสลิม และท่านมีอำนาจเหนือกิจการทั้งปวงแล้ว ท่านจะสัญญาได้หรือไม่ว่าท่านจะปฏิบัติตามคัมภีร์แห่งพระเจ้าและแบบฉบับของท่านศาสดา และการปฏิบัติตามซุนนะห์ “อบูบักรและอุมัร”(นี้คือกุลยุทธที่อัม บิน อาสวางไว้ให้กับอับดุรเราะมาน)
อะลีกล่าวตอบเขาไปว่า “ฉันจะปฏิบัติตามคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างของท่านศาสดาของพระองค์ สำหรับการปฏิบัติตามสิ่งที่ผ่านมา(ซุนนะห์)ของอบูบักรและอุมัรนั้นฉันมีวิจารณญาณของฉันเอง และฉันก็จะใช้มัน” อะลีรู้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
อับดุรเราะห์มานปล่อยมือของเขาลงและหันไปทางอุศมาน แล้วถามคำถามเดียวกันอุศมาน ยินยอมทันที ดังนั้นเขาคือบุคคลแรกที่ให้สัตยาบันต่อเขา และแสดงความยินดีต่อ คอลีฟะฮ์คนใหม่ และส่งสัญญาณให้คนอื่นๆเข้ามาให้สัตยาบันแสดความภักดี
คอลีฟะฮ์ ถูกเลือกแล้ว คอลีฟะฮ์คนใหม่ของมุสลิมคือ “อุศมาน บิน อัฟฟาน”
อาลี ปล่อยให้ตำแหน่งคอลีฟะฮ์หลุดมือไป แต่เขาไม่ได้ประนีประนอมหลักการของเขา เขาไม่ได้ถือว่าอบูบักรและอุมัร เป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องของมุฮัมมัด และเขาปฏิเสธที่จะเลียนแบบคนทั้งสองไม่ว่าจะในเรื่องใด
อะลีปฏิเสธที่จะไม่ปฏิบัติตามแนวทาง(ซุนนะห์)ของอบูบักรและอุมัร ก็เพื่อไม่ให้มันขึ้นมาเทียบเท่ากับคัมภีร์ของพระเจ้าและแบบอย่างท่านศาสดาของพระองค์ เขาปฏิเสธที่จะตามบุคคลที่มีความผิดบาปได้ ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมืองในยุคสมัยของเขาเอง ทั้งๆที่รู้ว่าการปฏิสธนั้น มีค่าเท่ากับตำแหน่งของบัลลังก์แห่งอนาจักรอิสลาม เขาปฏิเสธบังลังก์นั้นอย่างหยามเหยียด เนื่องจากราคาที่เขาถูกเรียกร้องเพื่อที่จะได้มา นั่นคือการประนีประนอมด้วยหลักสัจธรรมและหลักยุติธรรม เขาได้ประกาศแก่สาธารณชนว่า การปฏิบัติของอบูบักรและอุมัร ไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขา และถ้าการปฏิบัติของอบูบักรและอุมัรไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับเขาแล้ว ดังนั้นการเป็นคอลีฟะฮ์คนทั้งสองก็ต้องไม่เป็นที่ยอมรับของเขาเช่นกัน นี้คือข้อพิสูจน์ที่สรุปได้ว่า เขาไม่ได้ให้สัตยาบัน แก่คนทั้งสอง แต่ถ้าพี่น้องซุนนีจะยืนยันว่าอบูบักรและอุมัรได้รับสัตยาบันจากเขาแล้ว คนทั้งสองต้องได้รับจากเขาโดยใช้ปลายดาบจ่อเขาอยู่เท่านั้นเอง
مسند الإمام أحمد بن حنبل ج1 ص560 المؤلف: أبو عبد الله أحمد بن محمد بن حنبل بن هلال بن أسد الشيباني (المتوفى: 241هـ





![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)









