หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ใคร…คือฆาตกรสังหารคอลิฟะฮ์อุษมาน บิน อัฟฟาน…?

ใคร…คือฆาตกรสังหารคอลิฟะฮ์อุษมาน บิน อัฟฟาน…?

447

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

ใคร…คือฆาตกรสังหารคอลิฟะฮ์อุษมาน บิน อัฟฟาน…?

divider

ใคร…คือฆาตกรสังหารคอลิฟะฮ์อุษมาน บิน อัฟฟาน…?
อุษมาน บิน อัฟฟาน อยู่ในตำแหน่งคอลีฟะฮ์ 12 ปี เครือข่ายอำนาจที่เขาได้รับสืบทอดมาจากอุมัรนั้นทำงานประสานกันอย่างดี ในช่วงครึ่งแรกของการปกครอง แต่เมื่อถึงช่วงครึ่งหลังของการปกครอง ความไม่พอใจก่อตัวขึ้นกับเขา และเพิ่มมากขึ้นจนถึงขนาดระเบิด เป็นไฟใน ฮ.ศ. 35 เมื่อผู้ชุมนุมที่มีความรุนแรงด้วยความโกรธได้ฆ่าเขาภายในคฤหาสน์ของเขาเองที่นครมะดีนะฮ์
อุษมาน บิน อัฟฟาน ถูกสังหารลงในคฤหาสน์ของตนเอง 12 ปีหลังจากการเลือกตั้งเขาให้เป็นคอลีฟะฮ์ ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของเขานั้นจมอยู่ในกองเลือด เจ้าหน้าที่ถูกสังหารยับเยิน คำสัญญาของมันไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ การตกลงปลงใจ และสมรรถภาพของมันนั้นก็ถูกโค่นล้ม
อุษมาน บิน อัฟฟานมีอายุได้ 84 ปีขณะที่เสียชีวิต เขาได้ทำลายบ้านแห่งสะกีฟะฮ์ที่อบูบักร และอุมัร สร้างไว้ด้วยความอุตสาหะ เขาไม่สามารถจะนำคุณลักษณะของความเป็นผู้นำ ความสามารถและแรงดลใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคอลีฟะฮ์คนหนึ่งมาได้เลย เขาโงนเงนด้วยความชราและหลงทาง อุศมานตกเป็นนักโทษในคฤหาสน์ของตนเองเป็นเวลา 49 วันและถูกสังหารในที่สุด
กลุ่มผู้ที่สังหารอุษมาน ก็คือ บรรดาศ่อฮาบะฮ์
กลุ่มผู้ที่สังหารอุษมาน ก็คือ บรรดาศ่อฮาบะฮ์ที่มารวมตัวกันทุกสารทิศ
ศ่อฮาบะฮ์นบี คือผู้จุดชนวนความไม่พอใจจนถึงขนาดระเบิดเป็นไฟจนนำไปสู่การฆ่าอุษมานในที่สุด
นักประวัติศาสตร์ของชาวซุนนี่ห์อย่างฏอบรี/อิบนิ อะซีร และท่านอื่นๆได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ศ่อฮาบะฮ์นบี คือผู้ก่อกองเพลิงในเหตุการณ์ การสังหารอุษมาน บิน อัฟฟาน” พวกเขาได้บันทึกไว้ในตำราของตัวเองว่า
ศ่อฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่ง(ที่อยู่ในเมืองมะดีนะห์)ได้ส่งสาส์นไปยังศ่อฮาบะฮ์กลุ่มต่างๆ(ที่อยู่นอกเมืองมะดีนะห์) โดยการเรียกร้องว่า “หากพวกท่านต้องการทำสงคราม(จงมายังมะดีนะฮ์) เพราะเรากำลังมีสงครามในนครมะดีนะฮ์ คอลิฟะฮ์(อุษมาน)กำลังออกจากศาสนา เขากำลังสร้างอุตริกรรมขึ้น และทำลายศาสนาที่นบีนำมา ให้พวกท่านเร่งรีบมา(มะดีนะฮ์)เพื่อปกป้องศาสนา และต่อสู้กับอุษมาน
لما رأى الناس ما صنع عثمان كتب من بالمدينة من أصحاب النبي إلى من بالآفاق منهم وكانوا قد تفرقوا في الثغور إنكم إنما خرجتم أن تجاهدوا في سبيل الله عز وجل تطلبون دين محمد فإن دين محمد قد أفسد من خلفكم وترك فهلموا فأقيموا دين محمد فأقبلوا من كل أفق حتى قتلوه
تاریخ طبری ، ج 3 ، مؤسسه اعلمی بیروت ، ص 401
อยากให้ดูประโยคนี้ครับ
فإن دين محمد قد أفسد من خلفكم وترك فهلموا فأقيموا دين محمد فأقبلوا من كل أفق حتى قتلوه
แท้จริงศาสนาที่มุฮัมมัดนำมากำลังเสียหาย ให้พวกเจ้า(ศ่อฮาบะฮ์)รีบเร่งมายังมะดีนะฮ์เพื่อฟื้นฟูมัน และเมื่อทุกสารทิศจากศ่อฮาบะฮ์ได้มารวมตัวกันพวกเขาจึงสังหารอุษมาน
كتب أصحاب رسول الله صلي الله عليه و سلم بعضهم إلي بعض أن اقدموا، فإن كنتم تريدون الجهاد فعندنا الجهاد………
تاريخ طبري، ج3، ص376
ـ أسد الغابة لإبن الأثير، ج3، ص309
– طبقات لإبن سعد، ج3، ص7
เหตุผลที่เหล่าศ่อฮาบะฮ์ รวมถึงประชาชนชาวมะดีนะฮ์ และหัวเมืองต่างๆไม่พอใจต่อการปกครองของอุษมาน พวกเขารู้ดีว่าทองคำและเงินจำนวนมากมายจนไม่สามารถนับได้ ถูกนำมาเก็บในคลังจากหัวเมืองต่างๆ แต่พวกเขาก็ไม่เคยได้เห็นมัน เพราะทั้งหมดนั้นกลับหายไปสู่กำปั่นส่วนตัวของชนชั้นปกครอง
พวกชนชั้นปกครอง ซึ่งล้วนประกอบขึ้นมาจากสมาชิกของพวกบนู อุมัยยะฮ์ ซึ่งเป็นตระกูลของอุษมาน พวกอุมัยยะฮ์ภายใต้ชื่อของอุษมาน บรรลุถึงความมั่งคั่งที่ไม่คาดฝัน และอำนาจที่ไม่มีที่สิ้นสุด ประชาชาติมุสลิมชิงชังความยโสโอ้อวด ความหยาบคาย และการอวดความร่ำรวย และอำนาจบาตรใหญ่ของคนเหล่านี้
ต่อไปลองมาดูรายชื่อของศ่อฮาบะฮ์บางคนที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้ศ่อฮาบะฮ์คนอื่นๆรวมถึงประชาชนเข้าปิดล้อมคฤหาสน์ของอุษมาน และสังหารเขาในที่สุด
แต่อยากให้สมาชิกของห้อง “ใครคือซุนนะห์ที่แท้จริง” ได้เข้าใจว่า การสังหารอุษมาน ไม่ได้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เขาก่อขึ้น การเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนานนั่นเองที่นำไปสู่การสังหารเขา
อุษมานถูกสังหารหลังจากการเจรจาไม่เป็นผล คณะผู้แทนที่มาพบเขานั้นมาจากหลายเมือง และแจ้งให้เขารับรู้ถึงการกระทำที่เกินเลยของบรรดาเจ้าเมือง เขาได้ให้สัญญาว่าจะแก้ไขสถานการณ์ แต่เขากลับผิดสัญญา
จากการที่ศ่อฮาบะฮ์ และประชาชนจากเมืองต่างๆมาชุมนุมปิดล้อมคฤหาสน์คอลีฟะฮ์ ทำให้เห็นชัดเจนว่า ผู้คนจะยอมรับในตอนท้าย ซึ่งเป็นระยะที่หมดหวังแล้ว ก็ต่อเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างล้มเหลวจนหมดสิ้น พวกเขาเชื่อว่าการประหารอุศมานเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ความเข้าใจของเขายิ่งแข็งแรงขึ้น ด้วยถ้อยคำและการกระทำของผู้ที่มีเกียรติเช่น นางอาอิชะฮ์ ตอลฮะฮ์ ซุเบร และอัมร บิน อาส และท่านอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนล้วนมี “ใบสั่งฆ่า” อุษมาน ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม
รายชื่อศ่อฮาบะฮ์นบีที่ถูกจารึกไว้ว่ามีส่วนร่วมในกระปลุกระดมให้ประชาชนมารวมตัวกันปิดล้อมบ้านอุษมานจนนำไปสู่การสังหารเขาในที่สุด มีบุคคลสำคัญๆ ดังนี้
1. ตอลฮะฮ์
2. ซุเบร
3. อาอิชะฮ์
4. อัมร์ อาส
5. อับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด
6. สะฮ์ บิน อบี วะกอซ
และคนอื่นๆ
ยะกูบีย์ นักประวัติศาสตร์ชาวซุนนี่ห์ผู้ลือนามได้บันทึกอย่างตรงไปตรงมาว่า : ผู้ที่มีส่วนร่วมมากที่สุดในกระปลุกระดมให้ประชาชนมารวมตัวกันปิดล้อมบ้านอุษมานจนนำไปสู่การสังหารเขาในที่สุด คือ ตอลฮะฮ์ ,ซุเบร และนางอาอีชะฮ์
و كان أكثر من يؤلب عليه طلحة و الزبير و عائشة
تاریخ یعقوبی ج2 ص175
طلحه قاتل عثمان
ต่อไปจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านที่เคารพได้ลองพิจรณาหลักฐานที่ผมจะนำมาเพื่อยืนยันว่า “บคคลที่กล่าวไปข้างต้น” ถูกยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารอุษมานทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และให้สมาชิกทั้งหมดได้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดที่นำมาอ้างล้วนแล้วแต่เป็นการบันทึกไว้ในตำราของพี่น้องซุนนี่ห์ทั้งสิ้น
  •  ตอลฮะฮ์

ตอลฮะฮ์(ผู้ที่ทำสงครามกับท่านอิมามอะลีด้วยเหตุผลว่าต้องการทวงหนี้เลือดให้อุษมาน) แปลกไม่ละครับ คนที่ปลุกปั่นให้ประชาชนสังหารอุษมาน ครั้นเมื่ออุษมานถูกสังหารเขากลับรวบรวมคนเพื่อทวงหนี้แค้นให้กับอุษมาน

นักประวัติศาตร์ชาวซุนนี่ห์บันทึกไว้ว่า วัรวาน อิบนิ อัล ฮะกัม (เขย อุษมาน)คือผู้สังหารตอลฮะฮ์เหตุเพราะเขาเชื่อว่า “ตอลฮะฮ์ คือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมอุษมาน”
إن الذي رماه مروان بن حكم بسهم فقتله ، … ، و لا يختلف العلماء الثقات في أن مروان قتل طلحة يومئذ
المستدرك الصحيحين للحاكم النيشابوري، ج3، ص370
ـ الإستيعاب لإبن عبد البر، ج2، ص766
– تاريخ الإسلام للذهبي، ج3، ص486
– البداية و النهاية لإبن كثير، ج7، ص269
คนสังหารตอลอะฮ์ ไม่มีใครนอกจากมัรวาน บิน ฮะกัม ซึ่งเขาได้จรดลูกศรเข้ากับคนธนูเล็งไปที่ตอลฮะฮ์ …ซึ่งเรื่องที่มัรวานเป็นผู้ลงมือสังหารตอลฮะฮ์ถือเป็นมติเอกฉันฑ์ในหมู่นักประวัติศาสตร์(ของชาวซุนนี่ห์)
วัรวาน อิบนิ อัล ฮะกัมได้แฝงตัวเข้ามาในสงครามญะมัล(สงครามระหว่างอิมามอะลีกับอาอิชะฮ์)เขาสั่งให้ทาสของเขาคลุมร่างกายของเขาเอง เพื่อจะได้ไม่ถูกมองเห็น เมื่อทาสของเขาคลุมร่างกายให้แล้ว เขาจรดลูกศรเข้ากับคันธนูเล็งไปที่ ตอลฮะฮ์ พลางพูดกับทาสว่า “ ฉันเห็นชายผู้นี้(ตอลฮะฮ์)ระหว่างเวลาที่อุษมานถูกล้อมอยู่ในบ้านของเขา เขายั่วยุและเร่งเร้าฝูงชนให้เข้าไปในบ้านและสังหารเขา แต่วันนี้เขาต้องการแค้แค้นให้เลือดของอุศมาน น่าสงสารอะไรเช่นนี้ เขาสมควรได้รับราววัลในความรักนี้เสียจริง ”
มัรวานปล่อยลูกศรออกไป ทะลวงอย่างเหมาะเหม็งเข้าที่ร่างของตอลฮะฮ์ และเขาโขยกเขยกไปสู่ความตายในแนวหลังของศัตรู
มัรวานจึงกล่าวว่า “ ขอสาบานต่อพระเจ้า ฉันไม่ต้องตามหาคนที่สังหารอุศมานอีกต่อไปแล้ว ” (หนังสือ ฏอบาตอต เล่ม 3 หน้า 223)
ท่านอิมามอะลี อ. ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ตอลฮะฮ์ร่วมมือกับอาอิชะฮ์เรียกร้องทวงหนี้เลือดของอุษมาน อันด้วยเพราะความกลัวว่าจะมีกลุ่มคนจะมาทวงหนี้แค้นที่เขาเคยปลุกปั่นประชาชนให้สังหารอุษมาน
وَاللَّهِ مَا اسْتَعْجَلَ مُتَجَرِّداً لِلطَّلَبِ بِدَمِ عُثْمَانَ إِلَّا خَوْفاً مِنْ أَنْ يُطَالَبَ بِدَمِهِ، لأَنَّهُ مَظِنَّتُهُ، وَلَمْ يَكُنْ فِي الْقَوْمِ أَحْرَصُ عَلَيْهِ مِنْهُ، فَأَرَادَ أَنْ يُغَالِطَ بِمَا أَجْلَبَ فيهِ، لِيَلْتَبِسَ الأَمْرُ، وَيَقَعَ الشَّكُّ
หลังจากที่มัรวาน บิน ฮะกัม ได้สังหารตอลฮะฮ์ เขาได้บอกแก่บุตรชายของอุษมานว่า “ต่อแต่นี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจแล้ว เพราะคนที่สังหารพ่อเจ้าถูกสังหารแล้ว”
قد كفيتك بعض قتلة أبيك.
أسد الغابة لإبن الأثير، ج3، ص61
ـ تاريخ المدينة لابن شبة، ج4، ص1171
ـ تاريخ الإسلام للذهبي، ج3، ص487
ـ سير اعلام النبلاء للذهبي، ج1، ص3
قال رمى مروان طلحة بسهم ثم التفت إلى أبان بن عثمان فقال قد كفيناك بعض قتلة ابيك.
ابن عبد البر ، الاستیعاب ، ج 2 ، ص 768
ذهبی ، تاریخ الاسلام ، ج 3 ، ص 486
หลังจากที่มัรวานได้เล็งดอกธนูเพื่อปลิดชีพตอลฮะฮ์ เขาได้หันไปยังบุตรชายของอุษมาน บิน อัฟฟานว่า “ฉันได้ฆ่าหนึ่งในฆาตกรที่ฆ่าพ่อเจ้าแล้ว
อิบนิ ฮะยัร รายงานจากคำพูดของ อับดุลมาลิก บุตรของอุษมานว่า
عبد الملك بن مروان يقول لولا أن أمير المؤمنين مروان أخبرني أنه قتل طلحة ما تركت أحدا من ولد طلحة إلا قتلته بعثمان…
ابن حجر عسقلانی ، تهذیب التهذیب ، ج 5 ، ص 20
หากแม้นว่า มัรวานไม่ได้ฆ่าตอลฮะฮ์เนื่องจากเขาได้ฆ่าอุษมาน ฉันก็จะสังหารทุกๆคนจากบุตรของตอลฮะฮ์
จากตัวอย่างที่ได้ยกมาทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่า “ผู้ที่มีส่วนร่วมในการฆาตกรรมอุษมาน คือ ตอลฮะฮ์ ผู้ซึ่งต่อมาได้จัดกองทัพเพื่อทำสงครามกับอิมามอาลี อ. ด้วยเหตุผลว่า “ต้องการทวงหนี้เลือดกับอุษมาน” !!!!!!!!!!!
  • ซุเบร

ซุเบร(ผู้ที่ทำสงครามกับท่านอิมามอาลีด้วยเหตุผลว่าต้องการทวงหนี้เลือดให้อุษมาน) แปลกไม่ละครับ คนที่ปลุกปั่นให้ประชาชนสังหารอุษมาน ครั้นเมื่ออุษมานถูกสังหารเขากลับรวบรวมคนเพื่อทวงหนี้แค้นให้กับอุษมาน

มีคนถามซุเบรว่า “เจ้าไม่ใช่หรือที่มีส่วนร่วมในการสังหารอุษมาน ด้านหนึ่งเจ้ามีส่วนร่วมในการสังหารเขา แต่อีกด้านหนึ่งเจ้ากลับจัดทัพทำสงครามญะมัลเพื่อเรียกร้องหนี้เลือดให้อุษมาน”
ซุเบร ได้ตอบว่า เราเคยอ่านอายะนี้ในยุคสมัยการมีชีวิตอยู่ของท่านนบี ไม่คิดเลยว่าวันนี้ฉันจะเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในอายะนี้เสียเอง
قُلْنَا لِلزُّبَيْرِ يَعْنِي فِي قِصَّةِ الْجَمَلِ يَا أَبَا عَبْدِ اللَّهِ مَا جَاءَ بِكُمْ ضَيَّعْتُمُ الْخَلِيفَةَ الَّذِي قُتِلَ يَعْنِي عُثْمَانَ بِالْمَدِينَةِ ثُمَّ جِئْتُمْ تَطْلُبُونَ بِدَمِهِ يَعْنِي بِالْبَصْرَةِ فَقَالَ الزُّبَيْرُ إِنَّا قَرَأْنَا عَلَى عَهْدِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَاتَّقُوا فِتْنَةً لَا تُصِيبَنَّ الَّذِينَ ظَلَمُوا مِنْكُمْ خَاصَّة لَمْ نَكُنْ نَحْسَبُ أَنَّا أَهْلُهَا حَتَّى وَقَعَتْ مِنَّا حَيْثُ وَقَعَتْ
ذهبی ، تاریخ الاسلام ، ج 3 ، ص 504
ابن حجر عسقلانی ، فتح الباری ، ج 13 ، ص 2
مسند احمد ، ج 1 ، ص 165
طلحه قاتل عثمان
قتل عثمان
  • อาอิชะฮ์

นางอาอิชะฮ์(ผู้ซึ่งต่อมากลับเรียกร้องทวงหนี้เลือดให้อุษมาน) คนที่ถูก “ เกณฑ์ ” มาเป็นศัตรูด้วยคือ อาอิชาะฮ์ ภรรยาหม้ายของท่านศาสดา ในยุคของบิดาของนางและยุคของอุมัรนั้นนางได้รับการปฏิบัติเสมือนราชินี แต่อุศมานกลับไม่ได้ให้ความใส่ใจนางอย่างที่นางเคยได้รับ ทั้งยังลดเงินได้ของนางเสียอีกด้วย จึงเป็นการปลูกไฟโทสะของนาง นางเรียกอุศมานว่า “นะอ์ซัล” (ยิวแห่งมะดีนะฮ์) และปลุกปั่นผู้คนอย่างเปิดเผยโดยกล่าวว่า “นะอ์ซัลคนนี้ได้ฟื้นฟูการเป็นผู้ปฏิเสธขึ้นมา จงฆ่าเขา ขอพระเจ้าทรงฆ่าเขา”

หนังสือประวัติศาสตร์ยะกูบี ได้บันทึกไว้ว่า
و كان أكثر من يؤلب عليه طلحة و الزبير و عائشة
تاريخ يعقوبي، جلد2، صفحه175
บุคคลที่ยั่วยุ และรณรงณ์ให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านอุษมานมากที่สุด ก็คือ ตอลฮะฮ์ ซุเบร และอาอิชะฮ์
طلحه قاتل عثمان
มีการบันทึกไว้ในหนังสือกามิล ฟิตตารีค เล่ม 3 หน้า 105 ว่า
เมื่ออาอิชะฮ์ไดยินข่าวการขึ้นดำรงตำแหน่งคอลิฟะฮ์ของท่านอิมามอะลี อ. ต่อจากอุษมาน ทำให้นางถึงกับคร่ำครวญออกมาว่า “โอ้ ฉันหวังว่า แผ่นดินจะแยกเป็นเสี่ยง หรือท้องฟ้าจะร่วงหล่นลงยังพื้นดิน ถ้าหากอาลีได้เป็นคอลีฟะฮ์ ฉันไม่อาจกลับนครมะดีนะฮ์ได้ในขณะนี้ ฉันจะย้ายกลับสู่มักกะฮ์”
อาอิชะฮ์ สั่งให้คนขี่อูฐย้ายกลับคืนสู่มักกะฮ์พลางกล่าวว่า “ อุศมานถูกสังหาร ขณะที่เขาบริสุทธิ์ ขอสาบานต่อพระเจ้า ฉันจะแก้แค้นให้กับเลือดของอุศมานนับแต่บัดนี้ ”
คำกล่าวของอาอิชะฮ์ทำให้อุบัยด์ อิบนิ อบี ซัลมา แปลกใจมาก จึงถามว่า “โอ้มารดาแห่งศรัทธาชน ท่านจะไปแก้แค้นให้กับการฆาตกรรมอุศมานหรือ ? แต่เขาไม่ใช่คนที่ท่านเรียกว่า “นะฮ์ซัล” “نعثل” (นะอ์ซัลเป็นยิวชราอยู่ในนครมะดีนะฮ์นางได้เรียกขานอุศมานด้วยชื่อนี้อันเนื่องจากนางไม่พอใจอุศมาน อาอิชะฮ์อยู่ในอาการฉุนเฉียว ยั่วยุประชาชนอย่างเปิดเผยให้ต่อต้านอุศมาน และกล่วว่า จงสังหารนะอ์ซัลคนนี้เถิด เขากลายเป็นกาฟิรไปแล้ว”) และท่านมิใช่หรือที่ยุยงส่งเสริมบรรดามุสลิมให้สังหารเขา เหตุเป็นเพราะอย่างที่ท่านกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ปฏิเสธ ?
أن عائشة رضي الله عنها لما انتهت إلى سرف راجعة في طريقها إلى مكة لقيها عبد بن أم كلاب وهو عبد بن أبي سلمة ينسب إلى أمه فقالت له مهيم قال قتلوا عثمان رضي الله عنه فمكثوا ثمانيا قالت ثم صنعوا ماذا قال أخذها أهل المدينة بالاجتماع فجازت بهم الأمور إلى خير مجاز اجتمعوا على علي بن أبي طالب فقالت والله ليت أن هذه انطبقت على هذه إن تم الأمر لصاحبك ردوني ردوني فانصرفت إل مكة وهي تقول قتل والله عثمان مظلوما والله لأطلبن بدمه فقال لها ابن أم كلاب ولم فوالله…
… ولقد كنت تقولين اقتلوا نعثلا فقد كفر قالت إنهم استتابوه ثم قتلوه وقد قلت وقالوا وقولي الأخير خير من قولي الأول.
فانصرفت إلى مكة فنزلت على باب المسجد فقصدت للحجر فسترت واجتمع إليها الناس فقالت يا أيها الناس إن عثمان قتل مظلوما ووالله لأطلبن بدمه
تاریخ طبری ، ج 3 ، ص 477
ابن اثیر ، الکامل فی التاریخ ، ج 3 ، ص 206
ابن اعثم ، الفتوح ، ج 2 ، ص 421
ท่านอิมามอะลี อ. ได้ส่งสาส์นปยังอาอิชะฮ์หลังจากทราบข่าวว่านางได้จัดทัพเพื่อทวงหนี้เลือดให้อุษมานว่า
เจ้าใช้สิทธิ์อันใดที่ออกนอกบ้าน เพราะอัลลอฮ์ ร่อซูลได้กำชับว่า “โอ้ภรรยานบีให้พวกเจ้าจงอยู่ในบ้านของพวกเจ้า” การออกนอกบ้านไม่ใช่เป็นการฝ่าฝืนในคำสั่งของอัลลอฮ์ดอกหรือ ?
การทวงหนี้เลือดให้กับอุษมานนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับเจ้าเลย
เจ้าคิดว่า กำลังสร้างสันติภาพในหมู่มุสลิมอยู่หรือ ป่าวเลย ไม่เป็นเช่นนั้นแน่
เจ้าจึงตอบฉันซิว่ามีแบบอย่างที่ไหนที่ให้ “สตรี นำทัพบุรุษ” ที่จะต้องมาอยู่ปะปนกับบุรุษเพศ
เจ้าจะล้างแค้นให้อุษมานในขณะที่อุษมานมาจากตระกูลบนีอุมัยยะฮ์ ส่วนเจ้านั่นมาจากตระกูลบนีอื่น แน่นอนว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าเลย
เจ้าก็รู้ดีโอ้อาอิชะฮ์ว่ากลุ่มคนที่เจ้าเรียกร้องให้มาทวงหนี้เลือดอุษมาน ก็คือกลุ่มคนที่เจ้าเคยปลุกปั่นให้ฆ่าอุษมานมาก่อน
เจ้าจงกลับบ้านของเจ้าเถิด และจงรักษาคุณค่า(ในความเป็นภรรยานบี)นี้ไว้ อย่าทำลายมันลงเลย
اما بعد، فانك خرجت من بيتك عاصية لله عزوجل ولرسوله محمد تطلبين امرا كان عنك موضوعا ثم تزعمين انك تريدين الاصلاح من المسلمين فخبرني ما للنساء وقوة العساكر والاصلاح بين الناس وطلبت كما زعمت بدم عثمان وعثمان رجل من بني امية وانت امرأة من بني تيم بن مرة ولعمري ان الذي عرضك وحملك علي المعصية فاعظم اليك ذنبا من قتلة عثمان…
فاتقي الله يا عائشة وارجعي الي منزلك واسبلي عليك سترك..
ابن اعثم ، الفتوح ، ج 2 ، ص 465
خوارزمی ، المناقب ، ص 184
ابن جوزی ، تذکره الخواص ،ص 69
جمهره الرسائل العرب ، ج 1 ، ص 379
พวกท่านจะเชื่อการบันทึกนี้หรือไม่ มันไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะทั้งหมดนี้อุลามาของพวกท่าน(ซุนนี่ห์)เป็นผู้จดรายงานไว้ทั้งหมด
ท่านอะละบี หนึ่งในอุลามาที่เชื่อถือของซุนนี่ห์ บันทึกจดหมายไว้ของอิมามอาลีที่ส่งให้อาอิชะฮ์ไว้ว่า
كتب لعائشة رضي الله عنها أما بعد فإنك قد خرجت من بيتك تزعمين أنك تريدين الإصلاح بين المسلمين وطلبت بزعمك دم عثمان وأنت بالأمس تؤلبين عليه فتقولين في ملا من أصحاب رسول الله (ص) اقتلوا نعثلا فقد كفر قتله الله واليوم تطلبين بثأره فاتقى الله وارجعي إلى بيتك وأسبلي عليك سترك قبل أن يفضحك الله ولا حول ولا قوة إلى بالله العلي العظيم فلما قرءوا الكتابين عرفوا انه على الحق…
علی بن برهان الدین حلبی ، سیره الحلبیه ، ج 3 ، ص 357
อาลี เขียนถึงอาอิชะฮ์ว่า วันนี้เจ้ามาทวงหนี้เลือดให้กับอุษมาน ในขณะที่เมื่อวานเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่ปลุกปั่นผู้คนให้สังหารเขา และไม่ใช่เจ้าดอกหรือที่ลุกขึ้นเป่าประกาศต่อสาวกของนบี(ศ่อฮาบะฮ์)ว่า พวกเจ้าจงฆ่าชายแก่ที่โง่เขลาคนนี้(อุษมาน)เสียเถิด เพราะเขาเป็นกาเฟรไปแล้ว ได้กลับไปอยู่บ้านเดิมๆของเขาแล้ว(หมายถึงกลับไปสู่การเป็นมุชริกีนอีกครั้ง)
4. มุอาวียะฮ์ บินอบีซุฟยาน (ถึงแม้เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการฆ่าอุษมานโดยตรง แต่เขามีโอกาศที่จะช่วยชีวิตอุษมานด้วยกำลังทหารที่นำมาประจำการไว้รอบเมืองมะดีนะฮ์ แต่มุอาวียะฮ์กลับไม่ช่วยปกป้องชีวิตเขา เรื่องนี้มีรายละเอียดครับว่างๆจะลงให้อ่านกันดู)
ท่านอิมามอาลี อ. ได้กล่าวกับมุอาวียะฮ์ บิน อบีซุฟยานว่า
فوالله ما قتل ابن عمك غيرك.
العقد الفريد، ج 3، ص 333
ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า (โอ้ มุวียะฮ์)นอกจากเจ้าแล้วฉันไม่เห็นใครที่เป็นต้นเหตุให้อุษมานต้องถูกฆ่า
————————-
ส่วนผู้ที่ลงมือสังหารอุษมานโดยตรง ก็คือ คือศ่อฮาบะฮ์ท่านหนึ่งที่มีนามว่า “อัมรุ บิน ฮะมิก
أما عمرو بن الحمق فوثب علي عثمان فجلس علي صدره و به رمق فطعنه تسع طعنات و قال أما ثلاث منهن فإني طعنتهن لله و أما ست فإني طعنت إياهن لما كان في صدري عليه.
الطبقات الكبري لإبن سعد، ج3، ص74
ـ تاريخ مدينة دمشق لإبن عساكر، ج39، ص409
ـ تاريخ الطبري، ج3، ص424
ـ البداية و النهاية لإبن كثير، ج7، ص207
ـ الكامل في التاريخ لإبن الأثير، ج3، ص179
อัมรุ บิน ฮะมิก ได้นั่งบนหน้าอกของอุษมาน และได้กระหน่ำแทงไปบนเรือนร่างของอุุษมานถึง 9 ครั้ง โดยเขากล่าวว่า 3 สามครั้งแรกเพื่ออัลลอฮ์ และอีก 6 ครั้งที่เหลือเพราะความเกลียดชัง และความอาฆาตที่ฉันมีต่ออุษมาน
บทสรุป.
ข้อสงสัยที่มีต่อ อาอิชะฮ์ ตอลฮะฮ์ และซุเบร ต่อกรณีที่ทั้งสามคนลุกขึ้นปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นทวงหนี้เลือดให้กับอุษมาน จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองกับคอลิฟะฮ์ของประชาชนอย่างท่านอิมามอาลี อ.
เป็นที่รู้กันว่าอาอิชะฮ์มีชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องศาสนา ด้วยการที่เป็นผู้ทรงความรู้ เป็นไปได้หรือไม่ ที่นางไม่รู้ว่านางไม่สิทธิที่จะทำการแก้แค้นให้กับเลือดของ อุษมาน
อาอิชะฮ์ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับอุษมานด้วยการอ้างการแก้แค้น
ไม่มีผู้ใดทราบว่าด้วยความชอบธรรมอะไรที่อาอิชะฮ์ ตอลฮะฮ์และซุเบรต้องการล้างแค้นให้กับเลือดของอุศมาน ไม่มีใครมีความสัมพันธ์ไม่ว่าในเชิงใดๆกับอุศมาน แต่ละคนมาจากต่างเผ่ากัน ญาติใกล้ชิดของอุศมานคือ นัยละฮ์ภรรยาหม้าย บุตรชายและบุตรสาวของเขา ก็ไม่ได้พยายามหาทางล้างแค้นผู้ใดทั้งสิ้น
แต่นางยังผลักดันมุสลิมจำนวนมหาศาลเข้าสู่เพลิงสงคราม การเข้าสู่สงครามของนางทำให้เด็กนับพันต้องเป็นกำพร้า และสตรีนับร้อยต้องเป็นหม้าย
ไม่มีทางที่จะอธิบายโดยหลักของเหตุผลได้เลยว่า เกี่ยวกับ
ภายหลังจากการลอบสังหารนี้เอง ที่อุศมานได้พบกับผู้อุปโลกน์ตัวเองขึ้นเป็นอัศวินจากทั้งชายและหญิงที่พร้อม และกระตือรือร้นที่จะ “ปกป้อง”เขา
แต่ความเป็นจริงก็คือ อาอิชะฮ์ไม่อาจทนดูอิมามอาลีอยู่ในตำแหน่งคอลีฟะฮ์ได้ ความเกลียดชังต่ออาลีมีอำนาจมหาศาลหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อิมามอาลีเป็นคอลีฟะฮ์ นางคงไม่จัดเตรียมทหารออกไปเสี่ยงภยันตรายอันน่าเยาะเย้ยนี้ ที่ทำให้มุสลิมถูกสังหารเป็นจำนวนมากมาย
นี้คือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในยุคสมัยที่อุษมานถูกสังหาร และการเกิดสงครามกลางเมือง เพราะความเกลียดชัง อคติ และการแสวงหาอำนาจของผู้ละโมบทั้งหลาย…..