หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ สำนักคิดด้านฟิกฮ์ นิติศาสตร์อิสลามของชาวซุนนี่ห์ และสาเหตุการผูกขาดด้านนิติศาสตร์ของซุนนะฮ์ไว้ใน 4 สำนักคิด

สำนักคิดด้านฟิกฮ์ นิติศาสตร์อิสลามของชาวซุนนี่ห์ และสาเหตุการผูกขาดด้านนิติศาสตร์ของซุนนะฮ์ไว้ใน 4 สำนักคิด

140

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

สำนักคิดด้านฟิกฮ์ นิติศาสตร์อิสลามของชาวซุนนี่ห์์

divider

สำนักคิดด้านฟิกฮฺ หรือนิติศาสตร์อิสลามในสายซุนนะฮ์ และสาเหตุการผูกขาดด้านนิติศาสตร์ของซุนนะฮฺไว้ในสี่สำนักคิด

 

 

สำนักคิดนิติศาสตร์อิสลามในสายซุนนะฮ์[المذاهب الفقهية السنية]

ดังจะเห็นว่าหลักการด้านฟิกฮในอิสลาม ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง และถือได้ว่าเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความขัดแย้งกันมากเป็นที่สุด กล่าวคือหลังจากการจากไปของท่านเราะซูล ศ. สำนักคิดอิสลามได้แตกออกหลายกลุ่ม และมีความแตกต่างกันทางด้านหลักปฏิบัติ

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 2 ของฮิจเราะฮศักราช ถือได้ว่าเป็นช่วงสมัยของตาบีอีน ได้เกิดความขัดแย้งด้านหลักปฏิบัติหรือด้านฟิกฮเกิดขึ้น ทำให้มีสำนักฟิกฮเกิดขึ้นมามากมาย สรุปก็คือก่อนที่สำนักนิติศาสตร์ทั้ง 4 จะเป็นที่รู้จักแพร่หลายในมุสลิมชาวซุนนี่ห์ ได้เกิดสำนักคิดด้านฟิกฮ์ก่อนหน้านี้ด้วยกันคือ

  • สำหนักนิติศาสตร์อัชชะฮ์บี (เสียชีวิต ฮ.ศ. 105)
  • สำนักนิตศาตร์ฮะซัน บัศรีย์ (เสียชีวิต ฮ.ศ. 110)
  • สำนักนิติศาสตร์อะมัช (อบูมุฮัมมัด สุลัยมาน บิน มิฮ์รอน เสียชีวิต ฮ.ศ. 148)
  • สำนักนิติศาสตร์ซุบยาน  ซูรีย์ (ซุฟยาน บิน สะอีด บิน มัสรูก เสียชีวิต ฮ.ศ. 161)
  • สำนักนิติศาสตร์ซุบยาน บิน อุยัยนะฮ์ (เสียชีวิต ฮ.ศ. 198)
  • สำนักนิติศาสตร์อบูเสารี(อบูเสารี อิบรอฮีม บิน คอลิด อัลกัลบี เสียชีวิต ฮ.ศ. 240)

และยังมีสำนักนิติศาสตร์อีกมากมายหลายกลุ่ม เช่น สำนักคิดทางกูฟะฮ สำนักฟิกฮบัศเระฮ สำนักฟิกฮทางซีเรีย สำนักฟิกฮชาวเยเมน สำนักฟิกฮมักกะฮ และสำนักฟิกฮมะดีนะฮ

 

สำนักนิติศาสตร์ทั้ง 4 ของโลกมุสลิมสายซุนนะห์

หลังจากยุคสมัยของตะบีอีนผ่านพ้นไป ก็มาถึงยุคสมัยของตะบีอุนตะบีอีน เป็นยุคที่รู้จักกันว่ายุคสมัยแห่งการวิวัฒนาการและความก้าวหน้าทางด้านฟิกฮหรือนิติศาสตร์อิสลาม สมัยนั้นมีสำนักคิดยิ่งใหญ่ทางด้านฟิกฮ์ของโลกมุสลิมสายซุนนะห์มากมายแต่ท่ามกลางสำนักนิติศาสตร์เหล่านี้ ได้มีสำนักใหญ่ที่ถือว่ามีอิทธิพลสูงที่สุดตลอดหน้าประวัติศาสตร์อิสลาม ประกอบด้วย 4 สำนัก ซึ่งเริ่มต้นด้วยปราชญ์สี่คน ได้แก่

  • สำนักฟิกฮอบูฮะนีฟะฮ์

อบู ฮะนีฟะฮ์ อัล-นุอฺมาน อิบนฺ ษาบิต ตระกูลของท่านมีเชื้อสายมาจากชาวเปอร์เซียเกิดที่นครกูฟะฮฺ ประเทศ อิรัก เมื่อปี ฮ.ศ. 80  (ค.ศ. 699)

อบู ฮะนีฟะฮ์ ดำรงชีวิตอยู่ใน 2 ยุค สมัยของราชวงค์อุมะวียะฮฺและสมัยราชวงค์อับบาสียะฮฺ  ในสมัยของราชวงค์อุมะวียะฮฺ  เขาถูกเสนอให้ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาแห่งนครกูฟะฮฺ แต่เขาปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอดังกล่าว อันเนื่องมาจากท่านไม่พอใจต่อการปกครองของราชวงค์นี้

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิรัก อำนาจการปกครองได้เปลี่ยนจากราชวงค์อุมะวียะฮฺเป็นราชวงค์อับบาสียะฮฺ คอลีฟะฮฺคนที่สองแห่งราชวงศ์นี้คือ อบู ญะฟัร อัล-มันซูร ได้ให้อบู หะนีฟะฮฺแสดงความเห็นต่อการปกครอง เขาจึงได้วิพากษ์วิจารณ์งานบริหารด้านต่าง ๆ การแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา จนสร้างความไม่พอใจแก่คอลีฟะฮฺอบู ญะฟัร อัล-มันศูร เป็นอย่างมาก ในที่สุดอบู ญะฟัร ก็ได้ใช้วิธีเดียวกันกับคอลีฟะฮฺในราชวงค์ก่อน โดยได้นําตัวอบู หะนีฟะฮฺจากนครกูฟะฮฺไปยังนครแบกแดดแล้วได้สั่งให้ลงโทษอบู หะนีฟะฮฺด้วยการคุมขังท่านไว้โดยไม่มีกำหนด จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อปี ฮ . ศ . 150 (ค.ศ. 767) มีอายุได้ 70 ปี

ความรู้และความเข้าใจในนิติศาสตร์อิสลามของอบู หะนีฟะฮฺ ได้รับความนิยมมากจนก่อตัวเป็นสำนักนิติศาสตร์ขึ้นมาภายหลัง เรียกว่ามัซฮับ ฮะนะฟียฺ

 

  • สำนักฟิกฮ์มาลิก

มาลิก มีนามเต็มว่า อบู อับดุลลอฮฺ มาลิก อิบนฺ อนัส อิบนฺ อบี อามิร อัลอัสบาฮียฺ เกิดที่นครมาดีนะฮฺ ในปี ฮ.ศ.93 (ค.ศ. 712) มาลิกเริ่มการศึกษาด้วยการท่องจำอัลกุรอาน หลังจากนั้นก็เริ่มท่องจำหะดีษ เขาได้ให้ความสำคัญกับอัล-หะดีษและวิชานิติศาสตร์อิสลาม

มาลิกได้ใช้ชีวิตที่นครมาดีนะฮฺเป็นเวลานานพอสมควรและได้ทำการสอนหนังสือที่นั้น ดังนั้นเขาจึงมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก และศิษย์ของมาลิกที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดก็คืออัล-ชาฟีอียฺ

มาลิกเสียชีวิตเมื่อปี ฮ.ศ .179 (ค.ศ. 796) มีอายุได้ 83 ปี หลังการจากไปของเขาได้มีผู้สืบทอดแนวนิติศาสตร์ที่เขาได้วางรากฐานไว้ จนก่อตัวเป็นสำนักใหญ่เรียกว่า มัซฮับ มาลิกียฺ

 

  • อัช- ชาฟีอีย์

อัล-ชา ฟิอียฺ มีชื่อเต็มว่า อบูอับดุลลอฮฺ มูฮัมมัด อิบนฺ อิดรีส อิบนฺ อัล-อับบาส อัล-ชาฟีอี เกิดตรงกับวันที่อบู หะนีฟะฮเสียชีวิต ฮ . ศ . 150 (ค.ศ. 767) ที่ฆอซซะฮฺในประเทศปาเลสไตน์

อัล-ชา ฟีอียฺเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนแต่ท่านเป็นคนที่มีความมั่นใจสูงมากถึง แม้จะเติบโตในครอบครัวที่ยาก เขาต้องเป็นกำพร้านับตั้งแต่วัยเยาว์ เขาจึงได้เติบโตขึ้นท่ามกลางความแร้นแค้นแม้แต่ในวัยศึกษา เขาเป็นผู้มีความสามารถและมีมันสมองที่ดีเฉลียวฉลาดจนผู้ชักชวนอัล-ชาฟีอียฺให้ไปศึกษาวิชาการอิสลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง ด้านนิติศาสตร์อิสลาม เขาจึงได้เริ่มศึกษาด้านนี้ที่นครมักกะฮจนได้รับความรู้อย่างมากมาย จนกระทั่งมุสลิม อิบนฺ คอลิด มุฟตียฺ(ผู้พิพากษา)แห่งนครมักกะฮได้อนุญาตให้อัล-ชาฟีอียฺ ออกฟัตวา(ข้อชี้ขาดทางศาสนา)ได้แต่อัล-ชาฟีอียฺยังไม่พอใจในความรู้ของท่าน เขาจึงได้พยายามมุ่งมั่น ในการศึกษาค้นคว้าต่อไป และเขาได้เดินทางไปศึกษาจากมาลิกที่นครมะดีนะฮฺ จนกระทั่งมาลิกเสียชีวิตไป นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาจากครูอาจารย์อีกจำนวนมาก

อัล-ชาฟีอียฺมีลูกศิษย์มากมาย ศิษย์คนสำคัญของท่านที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ อะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล อัล-ชาฟีอียฺสิ้นชีวิตในปีค.ศ. 820 (ฮ.ศ . 204 ) รวมอายุได้ 54 ปี แนวนิติศาสตร์ของเขามีผู้ดำเนินตามเป็นจำนวนมาก จนก่อตัวเป็นสำนักนิติศาสตร์สำคัญ เรียกว่า มัซฮับ ชาฟิอียฺ

 

  • ฮะหมัด อิบนุ ฮับบัล

อะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล ชื่อเต็มว่า อะหฺมัด อิบนฺ มุฮัมมัด อิบนฺ ฮัมบัล อิบนฺ ฮิลาล อัล-ชัยบานียฺ   เกิดในกรุงแบกแดด ในวันที่ 20 เดือนเราะบิอุล เอาวัล ฮ.ศ. 164 (ธันวาคม ค.ศ. 780)

ชีวิตของอะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล ได้เติบโตขึ้นในแวดวงวิชาการ เขาท่องจำอัล-กุรอานได้ทั้งเล่มตั้งแต่เยาว์วัย และศึกษานิติศาสตร์อิสลาม หะดีษ และไวยากรณ์อาหรับในนครบกแดด  จากนั้นเข้าร่วมกลุ่มศึกษาของอบู ยูสุฟ สหายคนสำคัญของอบู หะนีฟะฮฺ(หนึ่งในสี่ผู้นำนักนิติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง)

ครูบาอาจารย์ของอะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ อัล-ชาฟิอียฺ เขาได้ศึกษากับอิหม่ามซาฟีอีเป็นครั้งแรกที่นครมักกะฮฺ เมื่ออิบนฺ ฮัมบัล ไปบำเพ็ญฮัจญ์ที่นั้นซึ่งในขณะนั้นอิหม่ามซาฟีอีกำลังสอนอยู่ในมัสยิดฮะรอม และอิบนฺหัมบัลยังได้ไปศึกษากับอิบรอฮีม อิบนฺ ซะอด์ ยะฮยา อัล-ก็อฏฏอน

อะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล เป็นปราชญ์ผู้นำด้านนิติศาสตร์อิสลามคนสำคัญอีกคนหนึ่ง สำหรับแนวนิติศาสตร์ของเขามีผู้ปฏิบัติตามน้อยกว่าสามสำนักใหญ่ แต่ก็มีผู้ปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องมาตลอดประวัติศาสตร์ เรียกสำนักนิติศาสตร์ของเขาว่า มัซฮับ ฮัมบะลียฺ

 

อิทธิพลของสำนักนิติศาสตร์ทั้งสี่

อิมามทั้งสี่มัซฮับได้ก่อให้เกิดการพัฒนานิติศาสตร์อิสลามอย่างกว้างขวาง งานของเขาก่อให้เกิดสำนักนิติศาสตร์ที่กระจายตัวไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ ดังต่อไปนี้

  • มัซฮับ ฮะนะฟียฺ มีผู้ดำเนินตามกันในกลุ่มประเทศแถบเอเชียกลาง, ส่วนใหญ่ของชมพูทวีป, ตุรกีและยุโรปตะวันออก เป็นต้นเป็นแนวนิติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลกมุสลิมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
  • มัซฮับ มาลิกียฺ ในยุคก่อนได้รับความนิยมในสเปน เป็นอย่างมาก ปัจจุบันได้รับความนิยมกันมากในประเทศแถบอัฟริกาเหนือและแอฟริกาตะวันตกเป็น ส่วนใหญ่
  • มัซฮับ ชาฟิอียฺ ได้รับความนิยมมากในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศเยเมน บางส่วนของประเทศอียิปต์ ภาคใต้ของอินเดีย และแอฟริกาตะวันออก เป็นต้น
  • มัซฮับ ฮัมบะลียฺกระจัดกระจายโดยทั่วไปในคาบสมุทรอาหรับและประเทศอาหรับข้างเคียง

นอกจากสำนักนิติศาสตร์ทั้งสี่แล้ว ในยุคแรกเริ่มยังมีสำนักอื่น ๆ อีกหลายสำนัก เพียงแต่ไม่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ไม่มีผู้สืบทอดจนทำให้เหลือเพียงทฤษฎีในตำรับตำรา เช่น แนวซอฮีรียะฮ์  จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมาได้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองจนก่อให้เกิดสำนักฟิกฮ์ใหม่ขึ้นมาในคาบสมุทอาหรับนั้นก็คือ สำนักฟิกฮซะลาฟีย์ หรือวะฮาบีย์ผู้คนรู้จักกันในปัจจุบัน (ซึ่งรายละเอียดจะขอกล่าวในลำดับต่อไป)

สาเหตุการผูกขาดด้านนิติศาสตร์ของซุนนะฮฺไว้ในสี่สำนักคิด

เนื่องด้วยความขัดแย้งด้านนิติศาสตร์อย่างมากมาย ระหว่างสำนักคิดต่างๆ ฝ่ายซุนนะฮฺ จึงได้เกิดการยอมรับโดยทั่วไปเพื่อจำกัดสำนักคิดเหล่านี้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน แต่ตรงนี้เช่นกันต้องไม่ลืมว่า ฝ่ายปกครองเองก็มีบทบาทไม่น้อยต่อการกำหนดรายละเอียดของสำนักคิดทั้งสี่ แน่นอน ประชาชนนั้นไม่มีอำนาจพอที่จะกำหนด หรือจำกัดจำนวนที่แน่นอนให้แก่สำนักคิดต่างๆ ได้, ทว่ารัฐบาลต่างหากที่กำหนดรายละเอียดและตัวอย่างต่างๆ อันเฉพาะเหล่านั้น และบางครั้งก็ยกย่องให้บางสำนักคิดดีกว่าอีกสำนักคิดหนึ่ง และบางครั้งถ้าหากบุคคลที่ปฏิบัติตามสำนักคิดหนึ่ง ได้ก้าวไปถึงยังตำแหน่งของการออกคำวินิจฉัย (ฟัตวา) หรือการพิพากษา รัฐก็จะถือว่าสำนักคิดนั้นเป็นสำนักคิดโปรดสำหรับเขา ซึ่งจะสนับสนุนและขยายสำนักคิดให้กว้างขวางออกไป พร้อมกับสนับสนุนให้เป็นสำนักคิดสาธารณะ ตัวอย่างเช่น

สำนักคิดฮะนะฟี  เนื่องจากอำนาจ สิ่งอำนวยประโยชน์ และมีผู้ปฏิบัติตามมาก จึงได้ขยายสำนักคิดออกไปอย่างกว้างขวางในหมู่ซุนนะฮฺด้วยกันเอง อบูยูซุฟ ผู้พิพากษาในสมัยปกครองของอับบาซซี ซึ่งได้รับเกียรติอย่างมากจากฝ่ายปกครอง สำนักคิดนี้จึงได้รับการยกย่องและถือเป็นสำนักคิดที่ดีกว่าสำนักคิดอื่น และโดยปกติแล้วบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สำนักคิดฮะนะฟียฺ เขาก็จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษาโดยปริยาย

บรรดาอิมามสำนักคิดซุนนะฮฺ ประกอบด้วย

  • อบูฮะนีฟะฮฺ,นุอฺมาน บิน ษาบิต (เสียชีวิต ฮ.ศ. 150)
  • มาลิกบิน อะนัส (เสียชีวิต ฮ.ศ. 179)
  • ชาฟิอียฺ, มุฮัมมัดบิน อิดรีส (เสียชีวิต ฮ.ศ. 204)
  • อะฮฺมัดบนิ ฮันบัล (เสียชีวิต ฮ.ศ. 240)