หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ศ่อฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งที่มีหัวใจกลับกลอก(มุนาฟิกฮ์)เคยวางแผนลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ.

ศ่อฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งที่มีหัวใจกลับกลอก(มุนาฟิกฮ์)เคยวางแผนลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ.

186

ในหมู่ศ่อฮาบะฮ์นบี มีทั้งศ่อฮาบะฮ์ที่ซื่อสัตย์ และศ่อฮาบะฮ์ที่กลับกลอก(มุนาฟิก) มีบันทึกไว้ว่า “เคยมีศ่อฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งเคยวางแผนลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ.” 

divider

ในหมู่ศ่อฮาบะฮ์นบี มีทั้งศ่อฮาบะฮ์ที่ซื่อสัตย์ และศ่อฮาบะฮ์ที่กลับกลอก(มุนาฟิก) มีบันทึกไว้ว่า “คอยมีศ่อฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งเคยวางแผนลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ.”

อัลลอฮ์ ซ.บ. ตรัสไว้ในอายะ 73-74 ซูเราะอัต-เตาบะฮ์ :

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ جَاهِدِ الْكُفَّارَ وَالْمُنَافِقِينَ وَاغْلُظْ عَلَيْهِمْ وَمَأْوَاهُمْ جَهَنَّمُ وَبِئْسَ الْمَصِيرُ يَحْلِفُونَ بِاللَّهِ مَا قَالُوا وَلَقَدْ قَالُوا كَلِمَةَ الْكُفْرِ وَكَفَرُوا بَعْدَ إِسْلَامِهِمْ وَهَمُّوا بِمَا لَمْ يَنَالُوا وَمَا نَقَمُوا إِلَّا أَنْ أَغْنَاهُمُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ مِن فَضْلِهِ فَإِن يَتُوبُوا يَكُ خَيْرًا لَّهُمْ وَإِن يَتَوَلَّوْا يُعَذِّبْهُمُ اللَّهُ عَذَابًا أَلِيمًا فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ وَمَا لَهُمْ فِي الْأَرْضِ مِن وَلِيٍّ وَلَا نَصِيرٍ

[9:73-74]ศาสดาเอ๋ย ! จงเพียรพยามสู้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและบรรดาผู้กลับกลอก(มุนาฟิกีน)และจงแข็งกร้าวต่อพวกเขา สถานที่พำนักของพวกเขาคือญะฮันนัมและเป็นสถานที่คืนกลับอันเลวร้ายยิ่ง 
พวกเขากล่าวสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า พวกเขาไม่ได้พูด(คำพูดที่น่ารังเกียจในขณะที่ท่านศาสดาไม่อยู่ ทั้งๆที่)พวกเขากล่าวถ้อยคำแห่งการปฎิเสธอย่างแน่ชัดและพวกเขาปฎิเสธศรัทธาหลังจากการยอมรับอิสลามของพวกเขา และพวกเขามุ่งมั่นต่อสิ่งที่พวกเขาไม่เคยไปถึง(การสังหารท่านนบี)พวกเขาไม่ได้ชิงชังเรื่องใดนอกจากเรื่องที่อัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ทำให้พวกเขามั่งมีขึ้นจากความเกื้อกูลของพระองค์ และหากพวกเขาสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว ก็เป็นสิ่งดีแก่พวกเขา และหากพวกเขาผินหลังให้อัลลอฮ์ก็จะลงโทษพวกเขา อันเป็นการลงโทษที่เจ็บปวดยิ่งในโลกนี้และโลกหน้า และพวกเขาจะไม่มีผู้ปกครองดู และผู้ช่วยเหลือคนใดในแผ่นดินนี้
มีจำนวนมากในหมู่นักตัฟซีรอัล-กุรอ่านของชาวซุนนะห์ ได้ให้ความหมาย وَهَمُّوا بِمَا لَمْ يَنَالُوا คือเหตุการณ์ลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ. โดยศ่อฮาบะฮ์ที่มีหัวใจกลับกลอก !!!! ระหว่างการเดินทางกลับของท่านนบี ศ. จากการศึกที่ตะบูก ในช่องแคบหุบเขาตะบูก เช่น
  • ท่านบัยฮากีย์ ระบุไว้ในหนังสือ อัต-เดลาอีลุล นะบุวะฮ์ และท่านซียูตี่ย์ บันทึกไว้ในหนังสืออัต-ดุรุลมันซูร ไว้ว่า

عَنْ أَبِي الْأَسْوَدِ، عَنْ عُرْوَةَ، قَالَ: وَرَجَعَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَافِلًا مِنْ تَبُوكَ إِلَى الْمَدِينَةِ، حَتَّى إِذَا كَانَ بِبَعْضِ الطَّرِيقِ مَكَرَ بِرَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عليه وسلم نَاسٌ مِنْ أَصْحَابِهِ فَتَآمَرُوا [عَلَيْهِ] أَنْ يَطْرَحُوهُ فِي عَقَبَةٍ فِي الطَّرِيقِ، فَلَمَّا بَلَغُوا الْعَقَبَةَ أَرَادُوا أَنْ يَسْلُكُوهَا مَعَهُ، فَلَمَّا غَشِيَهُمْ رَسُولُ الله صلى الله عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أُخْبِرَ خَبَرَهُمْ ، فَقَالَ: مَنْ شَاءَ مِنْكُمْ أَنْ يَأْخُذَ بَطْنَ الْوَادِي فَإِنَّهُ أَوْسَعُ لَكُمْ، وَأَخَذَ النبي صلى الله عليه وَسَلَّمَ الْعَقَبَةَ، وَأَخَذَ النَّاسُ بَطْنَ الْوَادِي إِلَّا النَّفَرَ الَّذِينَ مَكَرُوا بِرَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عليه وسلم لَمَّا سَمِعُوا بِذَلِكَ اسْتَعَدُّوا وَتَلَثَّمُوا، وَقَدْ هَمُّوا بِأَمْرٍ عَظِيمٍ، وَأَمَرَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى الله عليه وسلم حُذَيْفَةَ بْنَ الْيَمَانِ، وَعَمَّارَ بْنَ يَاسِرٍ، فَمَشِيَا مَعَهُ مَشْيًا، وَأَمَرَ عَمَّارًا أَنْ يَأْخُذَ بِزِمَامِ النَّاقَةِ، وَأَمَرَ حذيفة أن يسوقها فبينا هُمْ يَسِيرُونَ إِذْ سَمِعُوا بِالْقَوْمِ مِنْ وَرَائِهِمْ قَدْ غَشُوهُمْ فَغَضِبَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، وَأَمَرَ حُذَيْفَةُ غَضَبَ رَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وسلم، فَرَجَعَ وَمَعَهُ مِحْجَنٌ، فَاسْتَقْبَلَ وُجُوهَ رَوَاحِلِهُمْ، فَضَرَبَهَا ضَرْبًا بِالْمِحْجَنِ، وَأَبْصَرَ الْقَوْمَ وَهُمْ مُتَلَثِّمُونَ، لَا يَشْعُرُ إِنَّمَا ذَلِكَ فِعْلُ الْمُسَافِرِ، فَرَعَّبَهُمُ اللهُ عَزَّ وَجَلَّ حِينَ أَبْصَرُوا حُذَيْفَةَ، وَظَنُّوا أَنَّ مَكْرَهُمْ قَدْ ظَهَرَ عَلَيْهِ، فَأَسْرَعُوا حَتَّى خَالَطُوا النَّاسَ، وَأَقْبَلَ حُذَيْفَةُ حَتَّى أَدْرَكَ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، فَلَمَّا أَدْرَكَهُ، قَالَ: اضْرِبِ الرَّاحِلَةَ يَا حُذَيْفَةُ، وَامْشِ أَنْتَ يَا عَمَّارُ، فَأَسْرَعُوا حَتَّى اسْتَوَى بِأَعْلَاهَا فَخَرَجُوا مِنَ الْعَقَبَةِ يَنْتَظِرُونَ النَّاسَ، فَقَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عليه وسلم لِحُذَيْفَةَ: هَلْ عَرَفْتَ يَا حُذَيْفَةُ مَنْ هَؤُلَاءِ الرَّهْطُ أَوِ الرَّكْبُ، أَوْ أَحَدًا مِنْهُمْ؟ قَالَ حُذَيْفَةُ: عَرَفْتُ رَاحِلَةَ فُلَانٍ وَفُلَانٍ، وَقَالَ: كَانَتْ ظُلْمَةُ اللَّيْلِ، وَغَشِيتُهُمْ وَهُمْ مُتَلَثِّمُونَ، فَقَالَ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: هَلْ عَلِمْتُمْ مَا كَانَ شَأْنُ الرَّكْبِ وَمَا أَرَادُوا؟ قَالُوا: لَا وَاللهِ يَا رَسُولَ اللهِ، قَالَ: فَإِنَّهُمْ مَكَرُوا لِيَسِيرُوا مَعِي حَتَّى إِذَا أَظْلَمَتْ فِي الْعَقَبَةِ طَرَحُونِي مِنْهَا، قَالُوا: أَفَلَا تَأْمُرُ بِهِمْ يَا رَسُولَ اللهِ إِذَا جَاءَكَ النَّاسُ فَتَضْرِبَ أَعْنَاقَهُمْ؟ قَالَ: أَكْرَهُ أَنْ يَتَحَدَّثَ النَّاسُ وَيَقُولُوا إِنَّ مُحَمَّدًا قَدْ وَضَعَ يَدَهُ فِي أَصْحَابِهِ، فَسَمَّاهُمْ لَهُمَا، وَقَالَ: اكْتُمَاهُمْ
(البيهقي، أبي بكر أحمد بن الحسين بن علي  متوفاي458هـ، دلائل النبوة،  دلائل النبوة  ج 5، ص256،  باب رجوع النبي من تبوك وأمره بهدم مسجد الضرار ومكر المنافقين به في الطريق وعصمة الله تعالى إياه وإطلاعه عليه وما ظهر في ذلك من آثار النبوة، طبق برنامه الجامع الكبير؛/السيوطي، جلال الدين عبد الرحمن بن أبي بكر (متوفاي911هـ)، الدر المنثور،  ج 4، ص 243، ناشر: دار الفكر – بيروت – 1993

รายงานจากอุรวะฮ์ ว่า ในวันที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. และกองทัพมุสลิมกลับจากการศึกที่ตะบูก ได้มีศอฮาบะฮ์(ที่เป็นมุนาฟิก)กลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเพื่อจะลอบสังหารนบี ที่ช่องเเคบปากเหวระหว่างทาง โดยการซ่อนตัวอยู่กับท่านนบี ศ. 
และ(ด้วยกับการแจ้งข่าวจากอัลลอฮ์)ท่านนบี ศ. จึงได้รับรู้ถึงแผนการชั่วร้ายนี้ ท่านจึงเป่าประกาศออกไปว่า ทุกคน(กองทหารของท่าน)สามารถที่จะเลือกเส้นทาง(โดยเลี่ยงเส้นหุบเขาก็ได้)และใครที่ต้องการจะเดินทางข้างล่างโดยไม่ขึ้นเขาก็สามารถเดินทางไปใด้เลย เพราะความกว้างขวางของถนนทำให้กองทัพเดินทางไปพร้อมกันอย่างสะดวก
ส่วนท่านนบี ศ.นั้นเลือกเดินทางด้านทางผ่านข้างบนของหุบเหวของหุบเขาอะกอบะฮ์เหมือนเดิม กลุ่มศอฮาบะฮ์มุนาฟิกที่วางแผนฆ่านบีจึงเตรียมพร้อมปกปิดอำพรางใบหน้าของตัวเองแล้วไปรอดักหน้าท่านนบี ศ. ท่านนบีจึงสัง ฮุซัยฟะฮ์ บันยะมานและอัมมาร บินยาซิรให้คอยระวังท่าน โดยให้อัมมารจูงอูฐของท่านและฮุซัยฟะฮ์คอยผลักอูฐอยู่ด้านหลัง ทันใดนั้นก็ใดยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตามมาข้างหลังและเข้าโอบล้อมท้านนบีเพื่อปฏิบัติการลงมือสังหารท่านนบี !!!
ท่านนบีโกรธอย่างมากจึงสั่งให้ฮุซัยฟะฮ์ขับไล่ศอฮาบะฮ์มุนาฟิกพวกนั้นให้ออกห่างไปใกล ๆ ฮุซัยฟะฮ์จึงเอาไม้เท้าฟาดที่หน้าสัตว์พาหนะของพวกมุนาฟิกเหล่านั้นจนพวกมันตื่นสะบัดคนตกลงมาบาดเจ็บ จึงทำให้ฮุซัยฟะฮ์ประจักชัดว่า “บุคคลกลุ่มนี้คือใคร” พวกมันเลยรีบผละไปจนทำให้แผนการพวกมันล้มเหลว พวกนั้นจึงรีบหนีเข้าไปแอบในกลุ่มศ่อฮาบะฮ์ที่เป็นผู้ศรัทธา
เมื่อพวกศอฮาบะฮ์มุนาฟิกหนีไปหมดแล้ว ท่านนบี ศ. จึงสั่งฮุซัยฟะฮ์ให้รีบออกเดินทางให้พ้นเขตหุบเหวอะกอบะฮ์ และมารอจนกระทั่งกลุ่มผู้ศรัทธาที่ตามหลังมาถึงท่าน
ท่านนบี ศ. ได้สอบถาม ฮุซัยฟะฮ์ว่ารู้จักพวกมุนาฟิกเหล่านั้นมั้ย ?
ฮุซัยฟะฮ์ตอบว่า เพราะด้วยความมืดที่ปกคลุมและการอำพรางตัวของพวกเขาทำให้ฉันเห็นหน้าไม่ชัด แต่สำหรับพาหนะ(ม้า)ฉันจำได้ดีว่า เป็นของผู้ใด ครับ !!
ท่านนบีถามอีกว่า เจ้ารู้มัยพวกมันมีเป้าหมายต้องการจะทำอะไร ?
ฮุซัยฟะฮ์ ไม่ทราบว่าพวกมันต้องการอะไร
ท่านนบีตอบฮุซัยฟะฮ์ว่า พวก(ศ่อฮาบะฮ์มุนาฟิก)เหล่านั้นต้องการจะอาศัยความมืดผลักฉันให้ตกลงไปในเหว(เพื่อสังหาร)!!!
ฮุซัยฟะฮ์ กล่าวว่า โอ้รอซูลุลลอฮ์ ท่านจงออกคำสั่งให้ประชาชนประหารชีวิตพวกมันเถิด ท่านนบี ศ. กล่าวตอบกับฮุซัยฟะฮ์ว่า ฉันไม่ชอบที่จะให้ใครมาพูดลับหลังว่ามุฮัมมัดกล่าวร้ายศอฮาบะฮ์ตัวเอง แล้วออกคำสั่งประหารชีวิต
และ(ท้ายที่สุดท่านนบีก็ใด้เปิดเผยรายชื่อศ่อฮาบะฮ์มุนาฟิกให้กับ ฮุซัยฟะฮ์ บินยะมาน ทราบ แต่ก็ได้กำชับกับฮุซัยฟะฮ์ว่า อย่าแพร่งพรายรายชื่อศ่อฮาบะฮ์เหล่านี้ให้ใครได้รับรู้เด็ดขาด
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ท่านฮุซัยฟะฮ์ บิน ยะมัน ถูกให้ฉายานามว่า “ผู้คุมความลับของท่านนบี ศ.”[]เป็นเป็นคนที่รู้จักศ่อฮาบะฮ์มุนาฟิกได้ดีที่สุด[علم المنافقین] ท่านอิมามอะลี อ. กล่าวถึง ฮุซัยฟะฮ์ว่า :
“کان اعلم الناس بالمنافقین ”
ฮุซัยฟะฮ์คือคนที่รู้จักมุนาฟิกได้ดีที่สุดในหมู่ประชาชาตินี้

 

เหตุการณ์ลอบสังหารท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ในการศึกที่ตะบูก โดยศ่อฮาบะฮ์ของท่านเอง เป็นเรื่องที่ถูกนำมากล่าวกันในทุกยุคสมัย และได้ตั้งคำถามกันมากมายว่า “ศ่อฮาบะฮ์กลุ่มนั้น คือ ใคร..?  แต่ด้วยคำมั่นที่ฮุซัยฟะฮ์ได้ให้ไว้กับท่านนบี ศ. ท่านก็มิเคยแพร่งพรายรายชื่อเหล่านั้นให้ใครได้รับรู้ แต่ท่านได้ขอร้องท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ไว้ว่า ท่านจะไม่ขอนมาซ และร่วมพิธีศพของศ่อฮาบะฮ์กลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้นเหล่าบรรดามุสลิม จึงเฝ้ารอดูว่า ฮุซัยฟะฮ์ บิน ยะมัน ไม่ร่วมนมาซและพิธีศพของศ่อฮาบะฮ์ท่านใดบ้าง ก็จะถูกตีความว่า คนๆนั้นคือ มุนาฟิกฮ์  และการกระทำนี้ของฮุซัยฟะฮ์ คอลิฟะฮ์ อุมัร ก็ได้นำมายึดปฎิบัติเช่นกัน นั่นคือ หากคนๆใดที่ฮุซัยฟะฮ์ไม่ได้ไปร่วมนมาซมัยยิต และพิธีศพของเขา อุมัร ก็จะไม่ไปร่วมนมาซศ่อฮาบะฮ์คนนั้นด้วย

ดังที่ท่าน อิบนิ อะซีร ปราชญ์ด้านประวัติศาสตร์ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ ว่า

 وكان عمر إذا مات ميت يسأل عن حذيفة، فإن حضر الصلاة عليه صلى عليه عمر، وإن لم يحضر حذيفة الصلاة عليه لم يحضر عمر

 

และสิ่งนี้ก็สร้างความกังวลใจให้กับท่านอุมัร บิน ค็อตต็อบ เป็นอย่างมาก จนเขาต้องถามกับฮุซัยฟะฮ์ว่ “ฉันเป็นหนึ่งในมุนาฟิกที่ท่านมีรายชื่ออยู่ไหม” ?!!!!!

وحُذيْفة أحدُ أصحاب النّبيّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ الأربعة عشر النُّجباء، كان النّبيّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أسرّ إليه أسماء المنافقين، وحفِظ عَنْهُ الْفِتَنَ التي تكون بين يدي السّاعة، وناشده عُمَر باللَّه: أَنَا من المنافقين؟  اللَّهُمَّ لَا، ولا أزكّي أحدًا بعدك
تاريخ الإسلام ووفيات المشاهير والأعلام ج3 ص494 المؤلف: شمس الدين أبو عبد الله محمد بن أحمد بن عثمان بن قَايْماز الذهبي (المتوفى: 748هـ)، 52