หน้าแรก ดุอา เมื่อฉันกำลังจะตาย ฉันไม่ห่วงเลย และไม่กังวลสักนิดต่อร่างกายที่ไร้วิญญาณของตัวเอง !

เมื่อฉันกำลังจะตาย ฉันไม่ห่วงเลย และไม่กังวลสักนิดต่อร่างกายที่ไร้วิญญาณของตัวเอง !

143

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

เมื่อฉันกำลังจะตาย ฉันไม่ห่วงเลย และไม่กังวลสักนิดต่อร่างกายที่ไร้วิญญาณของตัวเอง !

divider

เมื่อฉันกำลังจะตาย ฉันไม่ห่วงเลย และไม่กังวลสักนิดต่อร่างกายที่ไร้วิญญาณของตัวเอง !
ได้โปรด ดั้งใจอ่านสักนิด
เมื่อฉันกำลังจะตาย ฉันไม่ห่วงเลย และไม่กังวลสักนิดต่อร่างกายที่ไร้วิญญาณของตัวเอง !
เพราะฉันรู้ดีว่า เพื่อนมุสลิมของฉัน จะจัดการเรื่องศพของฉันเป็นอย่างดี อินชาอัลลอฮ์ พวกเขา :
1. จะถอดเสื้อผ้าฉันออกจากกาย
2. พวกเขาจะอาบน้ำฆุซุลชำระร่างกายให้
3. พวกเขาจะห่อผ้ากะฝั่น
4. พวกเขาจะนำฉันออกจากบ้าน และนำฉันไปยังบ้านหลังใหม่[กุโบร์] อะลัมบัรซัก
5. ผู้คนมากหน้าหลายตาจะมาร่วมพิธีแห่ศพ ,ผู้คนมากมายจะหยุดงานของพวกเขา เพื่อมาร่วมฝังร่างของฉัน ทั้งที่พวกเขาหลายคน ไม่เคยคิดที่จะเตือนฉันเลย
6. ทรัพย์สมบัติของฉันจะถูกพรากไป
– กุญแจ ต่างๆของฉัน
– หนังสือของฉัน
– กระเป๋าของฉัน
– เสื้อผ้าของฉัน
และอื่น…………….
ซึ่งหากฉันโชคดี ครอบครัวของฉัน ก็จะบริจาคทรัพย์สินเหล่านี้ ให้เป็นกุศลทาน[ศ่อดะเกาะตุลญารียะฮ์]เพื่อฉัน แต่หากโชคไม่เข้าข้าง ผู้ยังอยู่ก็จะแบ่งปันกันไป
โปรดมั่นใจเถิดว่า โลกทั้งโลกจะไม่หลั่งน้ำตาต่อการตายของฉันหรอก !
โลกจะไม่หยุดหมุน เพราะการตายของฉันหรอก !
กลไกของโลก ก็จะยังคงดำเนินต่อไปตามกรรลองของมันอยู่ดี
งานที่ฉันเคยทำ ก็จะถูกมอบให้คนอื่นทำ
ทรัพย์สินทั้งหมดของฉันก็จะถูกโอนถ่ายให้กับผู้รับมรดกของฉัน
แต่ ! แต่ การสอบสวนต่อทรัพย์สินเหล่านั้น ฉันคือผู้ที่จะถูกไต่สวน ในวันแห่งการพิพากษา
สิ่งแรกที่จะถูกยึดคืนไปจากฉัน เมื่อฉันตายลง ก็คือ “ชื่อของฉันเอง” !!!
เมื่อฉันตาย พวกเขาจะถามว่า “มัยยิต[ร่าง]ถูกวางไว้ไหน” ?
พวกเขาจะไม่เรียกขาน ชื่อของฉันอีกแล้ว !
เมื่อพวกเขาต้องการจะนมาซให้กับฉัน พวกเขาก็จะพูดว่า “นำมัยยิตออกมาวางซิ” พวกเขาจะไม่เรียกชื่อของฉันอีกเเล้ว…..
เมื่อพวกเขาต้องการที่จะฝังร่างของฉัน พวกเขาก็จะบอกว่า ยก ญินาซะฮ์ มาสิ !! อีกครั้งที่พวกเขาลืมชื่อของฉันไปแล้ว !!
นี้แหละ ! คือความจริงที่ว่า ชื่อเสียง ลาภยศ เงินทอง ตระกูล ที่มนุษย์มักเทิดทูน คือสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้
ฉันเพิ่งตื่น และเพิ่งตรัสรู้ว่า “โลกนี้เล็กเหลือเกิน เล็กจริงๆ”
‎ امام على عليه السلام : اَلنّاسُ نيامٌ فَاِذا ماتُوا انْتَبَهوا؛
มนุษย์กำลังหลับไหล ครั้นเมื่อความตายมาถึง พวกเขาก็จะตื่น !! |วจนะอิมามอะลี อ.
โอ้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่…โปรดรับรู้เถิดว่า มีแค่ 3 กลุ่มที่เสียใจต่อการจากไปของฉัน :
1. คนที่รู้จักกับฉันในระดับหนึ่ง พวกเขาจะพูดว่า รู้สึกใจหายที่เห็นฉันด่วนจากไป และจะกล่าวว่า อินนา ลิลลา วะอินนา อิลัยฮี รอยีอูน..
2. มิตรสหายที่รักใคร่ชอบพอกัน พวกเขาจะเสียใจ เศร้าใจต่อการตายของฉันในช่วงระยะหนึ่ง หนึ่งวัน สองวัน หลังจากนั้นพวกเขาก็จะกลับไปพูดคุย หัวเราเอฮา เหมือนเดิม และฉันก็จะค่อยๆ ถูกลืมไปจากชีวิตของพวกเขา
3. เครือญาติ และคนในครอบครัว ความเงียบ ความเศร้าจากการตายของฉัน จะปกคลุมบ้าน และคนในครอบครัวพักใหญ่ เสียงร้อง เสียงสะอื้นของคนที่รักและผูกพันธ์กับฉันจะดังขึ้นเป็นระยะ ๆ หนึ่งอาทิตย์ หนึ่งเดือน แต่ไม่นานฉันก็จะถูกเก็บไว้ในอัลบั้มความทรงจำของพวกเขา ปีหนึ่งอาจจะเปิดดูสักครั้ง ด้วยการมาเยี่ยมที่สุสาน
และท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของฉันก็จะถูกลืม การเคยมีตัวตนของฉันอยู่ ก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลาจนไม่มีใครเอ๋ยชื่อฉันอีกเลย[มาถึงจุดนี้ รู้สึกเศร้าจัง]
แต่ชีวิตของฉันยังไม่จบ…
แต่ทุกคนรู้ไหมว่า ชีวิตจริงๆ ของฉันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อ ความงดงามทางกาย ,ความมั่งคั่ง ,ลูกๆ ,บ้าน , ภรรยา ถูกพรากไป เหลือไว้ แค่ อะมั้ล ความดี ที่ติดตัวเท่านั้น เพื่อการดำรงอยู่ที่ถาวร
นี้คือชีวิตจริง ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
คำถามจึงอยู่ ณ จุดนี้ที่ว่า :
จนถึงตอนนี้ สำหรับการใช้ชีวิตในกุโบร์ และสำหรับโลกอาคิเราะห์[โลกหน้า]เราได้เตรียมความพร้อม ตระเตรียมเสบียงไว้เพียงพอแล้วหรือยัง..?!!
นี้คือความสัตย์จริง ที่ต้องการ การใคร่ครวญอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงต้องเป็นผู้ละโมบอยู่เสมอ ต่อ :
– การต้องหมั่นเพียรทำความดี
– ฝึกฝนในสิ่งที่เป็นมุสตะฮับ[สิ่งที่ส่งเสริมให้ทำ]
– บริจาคทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
– มีมารยาทที่ดีงามต่อคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมโลก
– นมาซในยามค่ำคืน
– อ่านคัมภีร์อัลกุรอ่าน
– ทำดีต่อบุพการีทั้งสอง
– เชื่อมสัมพันธ์ทางเครือญาติ และอื่น….
ทั้งหมดเหล่านี้ เพื่อฉันจะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮ์ และได้รับทางรอด
หากท่านสามารถเตือนสติผู้คนด้วยข้อความนี้ได้ ด้วยกับการแชร์ออกไป ฉันเชื่อว่า ในวันพิพากษา พวกท่านจะเห็นมรรคผลแห่งความดีมากมายจะปรากฎขึ้นในสมุดอะมั้ลของพวกท่านอย่างแน่นอน
‎{ وَذَكِّرْ فَإِنَّ الذِّكْرَى تَنْفَعُ الْمُؤْمِنِينَ }
และจงตักเตือนกันและกันเถิด เพราะแท้จริงการตักเตือนนั้นจะให้ประโยชน์แก่บรรดาผู้ศรัทธา
พระองค์อัลลอฮ์ทรงตรัสถึงเบื้องหลังความตายของผู้คนที่ขออนุญาติมีชีวิตบนโลกนี้อีกครั้ง เพื่อที่จะได้ทำศ่อดะเกาะห์[บริจาคทาน]
‎فَيَقُولَ رَبِّ لَوْلَآ أَخَّرْتَنِىٓ إِلَىٰٓ أَجَلٍۢ قَرِيبٍۢ فَأَصَّدَّقَ}
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนที่ตายไปเเล้วจึงอ้อนวอนขอพระองค์ ให้เขาได้กลับมา เพื่อทำ ศ่อดาเกาะห์ ? ไม่กล่าวว่า เพื่อทำนมาซ เพื่อทำฮัจญ์ อุมเราะห์ หรือเพื่อถือศีลอด ? ทั้งๆที่สิ่งที่กล่าวมามีมรรคผลมากมาย ?
อุลามาฮ์ ได้ตอบว่า : เพราะคนตายจะตรัสรู้ว่า การทำศ่อดะเกาะห์ จะเกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ต่อโลกหลังความตายเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงเลือก “ศ่อดะเกาะห์”
ฉะนั้นจงศ่อดะเกาะห์ เยอะๆ เท่าที่จะทำได้ อย่ารอให้ความตาย ทำให้เราเพิ่งจะเข้าใจ
และการทำศ่อดะเกาะห์ที่ดีที่สุดของคุณ ณ ตอนนี้ คือการแชร์บทความที่ใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาที นี้ออกไปให้เยอะๆ เพื่อเจตนาสำหรับการตักเตือน เพื่อนๆ ของเรา
เพราะหนึ่งในการทำศ่อดะเกาะห์ ก็คือ การเผยแพร่ คำสอนที่ดีงาม
CR : เชคอันซอร์ เหล็มปาน