หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ หากเช็ดเท้าตามที่ชีอะห์บอกแล้วทำไมในอายะฮ์วุฎููฮ์ จึงอ่าน อัรญุละกุมไม่อ่าน อัรญุลีกุม ?!!!

หากเช็ดเท้าตามที่ชีอะห์บอกแล้วทำไมในอายะฮ์วุฎููฮ์ จึงอ่าน อัรญุละกุม[أَرْجُلَکم]ไม่อ่าน อัรญุลีกุม[أَرْجُلِکم] ?!!!

124

ทำไมชาวชีอะห์จึงไม่ล้างเท้าเหมือนกับชาวซุนนี่ห์ในขณะอาบน้ำนมาซ แต่กลับเช็ดเท้าแทน ?!! และช่วยกรุณาอธิบายอายะที่ 6 ซูเราะห์อัล-มาอิดะฮ์ให้กระจ่างหน่อย 

divider

อีกหนึ่งประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างชาวชีอะห์กับชาวซุนนี่ห์ นั่นคือ เรื่องของการ เช็ดเท้า หรือ ล้างเท้า ซึ่งชาวชีอะห์เชื่อในเรื่องของการ “เช็ดเท้า” เพราะสิ่งนี้สอดคล้องกับหลักคำสอนของอัล-กุรอ่าน ซุนนะห์นบี และแบบอย่างของอะห์ลุลบัยต์

อัล-กุรอ่านในเรื่องของการอาบน้ำนมาซ

อัลลอฮ์ ซ.บ. ได้กล่าวถึงรูปแบบของการอาบน้ำนมาซไว้ในซูเราะห์อัล-มาอีดะฮ์ อายะฮ์ที่ 6 ว่า :

يَا أَيُّهَا الَّذِيْنَ آمَنُوْا إِذا أَقَمْتُمْ إِلَى الصَّلاَةِ
فَاغْسِلُوا وُجُوهَكُمْ وَ أَيْدِيَكُمْ إِلَى المَرَفِقِ وَ امْسَحُوْا بِرُؤُوسِكُمْ وَأَرْجُلَكُمْ إِلَى الْكَعْبَيْنِ
บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เมื่อพวกเจ้าต้องการนมาซ ก็จงล้างใบหน้าของพวกเจ้า และมือของพวกเจ้าถึงข้อศอก และจงเช็ด(บางส่วนของ)ศีรษะของพวกเจ้า และเท้าของพวกเจ้าจนถึงโหนกเท้าทั้งสอง
ข้อสังเกตุ.
  1. คำว่า “إِلَى” อันเป็นข้อความจากอัลกุรอ่านข้างต้นที่กล่าวว่า “ล้างมือถึงข้อศอก” เป็นการจำกัดความหรืออธิบายขอบเขตของ ” มือ “  ที่จำเป็นต้องล้าง ไม่ใช่การจำกัดความของข้อความ “จงล้าง” ความว่า ถึงข้อศอก إِلَى المَرَفِقِ หมายถึง อธิบายขอบเขตของมือ ที่ต้องล้าง ไม่ใด้อธิบายถึง วิธีการล้าง
  2.  อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งได้กำหนดให้ท่านศาสนทูตของพระองค์เป็นผู้ชี้แจงแถลงไข และเป็นผู้อธิบายในข้อปลีกย่อยต่างๆของบทบัญญัติของพระองค์ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า
 لِتُبَيِّنَ لِلنَّاسِ مَا نُزِّلَ إِلَيْهِمْ وَلَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ

[16:44]เราได้ประทานหลักธรรมเตือนใจ(อัลกุรอ่าน)เพื่อให้เจ้าได้อธิบายความแก่มวลมนุษย์ในสิ่งที่ถูกประทานลงมายังพวกเขา เผื่อว่าพวกเขาจะได้พินิจพิจารณา

ด้วยกับคำ لِتُبَيِّنَ ให้ความหมายว่า อัลกุรอ่านจำเป็นจะต้องถูกอธิบายด้วยกับท่านศาสนทูตของพระองค์เท่านั้นในยุคสมัยของท่าน และเมื่อท่านจากไป ท่านก็ได้กำชับไว้ว่า อะห์ลุลบัยต์ของท่านกับอัล-กุรอ่าน คือสองสิ่งที่จะอยู่คู่กันตราบถึงวันสิ้นโลก นั่นหมายความว่า อะห์ลุลบัยต์ของท่านคือผู้สืบทอดมรดกทางความรู้ในการอรรถาธิบายอัลกุรอ่านของพระองค์

ฉะนั้น การอรรถาธิบายอัลกุรอ่านจึงจำเป็นต้องผนวกริวายะฮ์จากท่านศาสดา ศ. เข้าไปด้วย จึงจะให้ความหมายที่สมบูรณ์ได้
ตัฟซีร และคำอรรถาธิบายอายะฮ์ วุฎู
ในช่องดาวเทียมหนึ่งของผู้ที่ต่อต้านชีอะห์ได้นำเสนอ อายะฮ์วุฎูฮ์ อย่างผู้ขาดความรู้ไว้ว่า ในอายะฮ์วุฎูฮ์ คำ [อัรญุละ-أَرْجُلَ] ถูกให้นัศบ์(อ่านฟัตอะห์)ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถย้อน(อะฎอฟ)กลับไปที่ ศีรษะ[بِرُءُوسِ]ได้ เพราะศีรษะถูกอ่านเป็น มัจรูด(อ่านเป็นกัสเราะห์) ฉะนั้นจึงต้องย้อนกลับไปยัง ใบหน้า [وُجُوهَ]เพียงอย่างเดียวเพราะเป็น มันศูบ หรืออ่านฟัตอะห์เหมือนกัน !!!! ความหมายอายะฮ์ดังกล่าวจึงต้องให้ความหมายว่า “และจงล้างใบหน้าและเท้าทั้งสอง และจงเช็ดศีรษะ” !!!
คำตอบ
  • ในหลักไวยกรณ์อาหรับในเรื่องของการ อะฎอฟ(عطف)มีกฏเหล็กอยู่ว่า «الْأَقْرَبِ فَالْأَقْرَبِ» ความว่า กฏของการ อะฎอฟ จะต้อง อะฎอฟ(ย้อนกลับ)ไปยังสิ่งที่ใกล้ที่สุด และไม่อนุญาติให้ อะฎอฟ ไปยังประโยคที่ไกลกว่าหากยังสามารถ อะฎอฟ ยังประโยคที่ใกล้กว่าได้(เว้นแต่เป็นกรณียกเว้นเท่านั้น โดยจะต้องมี กอรีนะฮ์ มาอธิบายได้) และแน่นอนในอายะฮ์ข้างต้นคำที่ใกล้ [อัรญุละ-أَرْجُلَ]มากที่สุดก็คือ ศีรษะ[بِرُءُوسِ] ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องอะฎอฟกลับไปยังประโยคที่ไกลกว่า นั้นคือ ใบหน้า [وُجُوهَ]
  • คำ วัมซะฮู [وَ امْسَحُوْا] คือคำกิริยา และ บิรุฮูซิกุม [بِرُؤُوسِكُمْ] ยาร และ มัจรูด[جار و مجرور]อย่างเปิดเผย[لفظا مجرور]แต่อยู่ในสถานะ มัฟฮูล หมายถึงเป็นมัฟฮูล(กรรม)ของวัมซะฮู [وَ امْسَحُوْا]และอยู่ในสถานะถูกให้ มันศูบ[محلا منصوب] ฉะนั้นคำ อัรญุละฮ์[أَرْجُلَ] จะ “อะฎอฟ” ไปที่ “การเช็ด” จึงไม่เป็นปัญหาแต่ประการใดทั้งสิ้น เพราะ อะฎอฟ กลับไปยัง มะฮัลลุล นัศบ์[محلا منصوب]
  • นอกเหนือจากคำอธิบายที่กล่าวมาข้างต้นแล้วในเรื่องของการ อะฎอฟ(عطف)บางส่วนของ “กุรอฮ์สับบะอะห์” ให้อ่านประโยค อัรญุลิกุม [وارجلِکم] เป็น “กัสเราะห์” โดยให้ อะฎอฟ กลับไปยังคำ บิรุฮูซิกุม [بِرُؤُوسِكُمْ]เลย ฉะนั้นตามกฏของไวยกรณ์อาหรับ จะอ่านว่า อัรญุละกุม(อ่านเป็นฟัตอะฮ์ หรือ จะอ่านว่า อัรญุลิกุม(อ่านเป็นกัสเราะ) ก็ไม่เป็นปัญหาแต่ประการใดทั้งสิ้น และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอ้างเรื่องนี้เพื่อที่จะ ล้างเท้า ดังเช่นที่ปราชญ์ผู้ลือนามของชาวซุนนะห์ได้ยืนยันเรื่องนี้ไว้มากมาย เช่น
  1. ฟักรุซรอซีย์ ท่านได้อธิบายเรื่องที่เราได้อธิบายไปแล้วไว้ใต้อายะฮ์วุฎู ไว้ดังนี้

الْمَسْأَلَةُ الثَّامِنَةُ وَالثَّلَاثُونَ: اخْتَلَفَ النَّاسُ فِي مَسْحِ الرِّجْلَيْنِ وَفِي غَسْلِهِمَا،فَنَقَلَ الْقَفَّالُ فِي تَفْسِيرِهِ عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ وَأَنَسِ بْنِ مَالِكٍ وَعِكْرِمَةَ وَالشَّعْبِيِّ وَأَبِي جَعْفَرٍ مُحَمَّدِ بْنِ عَلِيٍّ الْبَاقِرِ: أَنَّ الْوَاجِبَ فِيهِمَا الْمَسْحُ، وَهُوَ مَذْهَبُ الْإِمَامِيَّةِ مِنَ الشِّيعَةِ

ในปัญหาที่ 38 ประชาชาติมุสลิมมีความขัดเเย้งกันในเรื่องของการ เช็ดเท้าทั้งสอง หรือ การล้างมันทั้งสอง กัฟฟาล ได้รายงานจาก อิบนิ อับบาส จากอิบนุ มาลิก จากอักร่อมะฮ์ และรายงานจากอัชชะฮ์บีย์ และจาก อบีญะฟัร มุฮัมมัด บิน อะลี อัล-บาเก็ร อ. ว่า : เป็นวายิบ(ข้อบังคับ)ให้ต้องเช็ดเท้าทั้งสอง นี้คือทัศนะของมัซฮับอิมามียะฮ์จากชีอะห์

หลังจากนั้นเขาได้กล่าวต่อถึงหลักฐานถึงการอนุญาติให้อ่านได้ทั้งสองแบบ นั้นคือ อ่านนัศบ์(ฟัตอะฮ์)และอ่าน ยาร(กัสเราะห์)ว่า

حُجَّةُ مَنْ قَالَ بِوُجُوبِ الْمَسْحِ مَبْنِيٌّ عَلَى الْقِرَاءَتَيْنِ الْمَشْهُورَتَيْنِ فِي قَوْلِهِ وَأَرْجُلَكُمْ فَقَرَأَ ابْنُ كَثِيرٍ وَحَمْزَةُ وَأَبُو عَمْرٍو وَعَاصِمٌ فِي رِوَايَةِ أَبِي بَكْرٍ عَنْهُ بِالْجَرِّ، وَقَرَأَ نَافِعٌ وَابْنُ عَامِرٍ وَعَاصِمٌ فِي رِوَايَةِ حَفْصٍ عَنْهُ بِالنَّصْبِ

หลักฐานสำหรับบุคคลที่กล่าวว่า “จำเป็นต้องเช็ดเท้าทั้งสอง” ตั้งอยู่บน “มับนา” ที่สามารถอ่านได้ 2 แบบอันเป็นการยอมรับกันอย่างแพร่หลาย…..จนจบข้อเขียน

 

ฟักรุซรอซีย์ ได้กล่าวต่อว่า ไม่ว่าเราจะอ่านเป็น “กัสเราะห์” หรือ อ่านเป็น “ฟัตอะห์” ก็จำเป็นต้อง เช็ดเท้าทั้งสอง อยู่ดี

وَأَمَّا الْقِرَاءَةُ بِالنَّصْبِ فَقَالُوا أَيْضًا: إِنَّهَا توجب المسح، وذلك لأن قوله وَامْسَحُوا بِرُؤُسِكُمْ فرؤوسكم في النَّصْبِ وَلَكِنَّهَا مَجْرُورَةٌ بِالْبَاءِ، فَإِذَا عَطَفْتَ الْأَرْجُلَ على الرؤوس جَازَ فِي الْأَرْجُلِ النَّصْبُ عَطْفًا عَلَى مَحَلِّ الرؤوس، وَالْجَرُّ عَطْفًا عَلَى الظَّاهِرِ، وَهَذَا مَذْهَبٌ مَشْهُورٌ لِلنُّحَاةِ.

إِذَا ثَبَتَ هَذَا فَنَقُولُ: ظَهَرَ أَنَّهُ يَجُوزُ أَنْ يَكُونَ عَامِلُ النَّصْبِ فِي قَوْلِهِ وَأَرْجُلَكُمْ هُوَ قَوْلَهُ وَامْسَحُوا وَيَجُوزُ أَنْ يَكُونَ هُوَ قَوْلَهُ فَاغْسِلُوا لَكِنِ الْعَامِلَانِ إِذَا اجْتَمَعَا عَلَى مَعْمُولٍ وَاحِدٍ كَانَ إِعْمَالُ الْأَقْرَبِ أَوْلَى، فَوَجَبَ أَنْ يَكُونَ عَامِلُ النَّصْبِ فِي قَوْلِهِ وَأَرْجُلَكُمْ هُوَ قَوْلَهُ وَامْسَحُوا فَثَبَتَ أَنَّ قِرَاءَةَ وَأَرْجُلَكُمْ بِنَصْبِ اللَّامِ تُوجِبُ الْمَسْحَ أَيْضًا، فَهَذَا وَجْهُ الِاسْتِدْلَالِ بِهَذِهِ الْآيَةِ عَلَى وُجُوبِ الْمَسْحِ
تفسیر فخر الرازی، الشهیر باتفسیر الکبیر، ج۱۱،ص۱۶۵.المکتبه دار الفکر

 

2. อิบนุ ญัซม์ อัล-อันดะลูซีย์  ยืนยันว่าต้องเช็ดเท้า

อุบนุ ญัซม์ กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “กฏของการอะฎอฟ ก็คือ จะต้องไม่อะฎอฟข้ามประโยค นั่นคือ ระหว่าง มะฎูฟ กับ มะฎูฟุล อะลัย จะต้องไม่มีประโยคอื่นที่กล่าวถึงเรื่องราวอื่นมาแทรงกลาง” โดยท่านกล่าวไว้ว่า

مَسْأَلَةٌ وأما قَوْلُنَا في الرِّجْلَيْنِ فإن الْقُرْآنَ نَزَلَ بِالْمَسْحِ

ในทัศนะของเราในส่วนของเท้าทั้งสอง แน่นอนว่าอัลกุรอ่านบัญชาให้ทำการเช็ด

 قال الله تعالى : { وامسحوا برءوسكم وأرجلكم } وسواء قرئ بخفض اللام أو بفتحها هي على كل حال عطف على الرءوس : إما على اللفظ وإما على الموضع ، لا يجوز غير ذلك . لأنه لا يجوز أن يحال بين المعطوف والمعطوف عليه بقضية مبتدأة

อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งตรัสว่า { وامسحوا برءوسكم وأرجلكم } ไม่ว่าในคำ{وأرجلكم}จะอ่านเป็น ฟัตฮะห์ หรือจะอ่านเป็นกัสเราะห์ ก็ อะฎอฟ กลับไปยังคำ الرءوس กล่าวคือไม่ว่าจะใช้กฏ อะฎอฟ บน ลัฟซ์ หรือ บน มะฮัล ก็อะฎอฟไปยัง อัรรุฮุซ ทั้งสิ้น และ

لاَ يَجُوزُ غَيْرُ ذلك  لأنه

และไม่อนุญาติให้กระทำนอกเหนือจากนี้(ไม่อนุญาติให้อะฎอฟกลับไปยังคำอื่น)ด้วยเหตุเพราะว่า

 لاَ يَجُوزُ أَنْ يُحَالَ بين الْمَعْطُوفِ وَالْمَعْطُوفِ عليه بِقَضِيَّةٍ مُبْتَدَأَةٍ

(ในหลักไวยกรณ์อาหรับ)ไม่อนุญาติระหว่าง มะฎูฟ กับ มะฎูฟฟุลอะลัย ที่จะเพิ่มหรือแซกเรื่องราวใหม่เข้าไป
กล่าวคือ หากบอกว่า เวาว์อะฎูฟ หน้า คำว่า เท้าทั้งสอง อะฎูฟ หรือย้อนกลับไปที่ล้าง คือใบหน้า นั่นย่อมแสดงว่า ระหว่าง อะฎูฟ กับ มะฎูฟุลอะลัย มีประโยคใหม่หรือกฏใหม่เพิ่มเข้ามา นั้นคือ การเช็ด ซึ่งการทำเช่นนี้ตามหลักไวยกรณ์อาหรับนั้นถือว่า ไม่เป็นการอนุญาติ ฉะนั้้นจึงอะฎอฟ กลับไปที่ ศีรษะอย่างเดียว และสิ่งนี้ย่อมแสดงว่า เท้าต้องเช็ดเท้านั้น

ต่อมา เขาได้กล่าวต่ออีกว่า

وقد قال بِالْمَسْحِ على الرِّجْلَيْنِ جَمَاعَةٌ من السَّلَفِمنهم عَلِيُّ بن أبي طَالِبٍ وابن عَبَّاسٍ وَالْحَسَنُ وَعِكْرِمَةُ وَالشَّعْبِيُّ وَجَمَاعَةٌ وغيرهم (غيرهم) وهو قَوْلُ الطَّبَرِيِّ
المحلى بالآثار ج1 ص301 المؤلف: أبو محمد علي بن أحمد بن سعيد بن حزم الأندلسي القرطبي الظاهري (المتوفى: 456هـ)، الناشر: دار الفكر – بيروت، الطبعة: بدون طبعة وبدون تاريخ، عدد الأجزاء: 12

และแน่นอนว่า การเช็ดเท้าทั้งสองข้าง (ขณะทำวุฎูอฺ) เป็นการกระทำของชนรุ่นแรก เช่น ท่านอะลี บิน อะบีฏอลิบ ,อิบนุอับบาซ ,ฮะซัน ,อิกเราะมะฮฺ ,ชุอฺบียฺ และอีกกลุ่มหนึ่งที่นอกเหนือจากคนเหล่านี้ นี้คือทัศนะของ อัตฎอบะรีย์