หน้าแรก ปัญหาคิลาฟ ซุนนี-ชีอะห์ ทำไมพวกชีอะห์จึงไม่ขอสิ่งที่ต้องการจากอัลลอฮ์ โดยไม่ต้องมีสื่อกลาง และการตะวัซซุล ? ! และชีอะห์มีหลักฐานอะไร ที่กล่าวว่า ความหมายของคำว่า วะซีละฮ์(สื่อเพื่อมุ่งยังพระองค์)ในโองการอันทรงเกียรติ หมายถึง วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ....

ทำไมพวกชีอะห์จึงไม่ขอสิ่งที่ต้องการจากอัลลอฮ์ โดยไม่ต้องมีสื่อกลาง และการตะวัซซุล ? ! และชีอะห์มีหลักฐานอะไร ที่กล่าวว่า ความหมายของคำว่า วะซีละฮ์(สื่อเพื่อมุ่งยังพระองค์)ในโองการอันทรงเกียรติ หมายถึง วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. ?

191

[ซุนนี่ห์ถาม]

ทำไมพวกชีอะห์จึงไม่ขอสิ่งที่ต้องการจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงสุดโดยไม่ต้องมีสื่อกลาง และการตะวัซซุล ? !  และชีอะห์มีหลักฐานอะไร ที่กล่าวว่า ความหมายของคำว่า วะซีละฮ์(สื่อเพื่อมุ่งยังพระองค์)ในโองการอันทรงเกียรติ หมายถึง วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. ?

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱبْتَغُوٓاْ إِلَيْهِ ٱلْوَسِيلَةَ

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงแสวงหาสื่อเพื่อไปสู่พระองค์” (ซูเราะห์อัล-มาอิดะฮ์ อายะที่ 35)

 

[ชีอะห์ตอบ]

แท้จริง เรามุ่งตรงยังพระองค์ ผู้ทรงอานุภาพ อย่างเป็นอิสระ ในการขอสิ่งที่ต้องการ ขอการขจัดโพยภัยและความทุกข์ยากอยู่แล้ว แต่ทว่า เราอาศัยท่านนบีและวงศ์วานผู้ประเสริฐของท่าน ศ. เป็นสื่อเพื่อขอให้อนุเคราะห์แก่เรา ณ อัลลอฮ์ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ เพื่อให้สิ่งที่เราต้องการบรรลุผล และเราอาศัยพวกท่านเป็นสื่อยังอัลลอฮ์เพื่อขจัดโพยภัยและความทุกข์ร้อนให้พ้นจากเรา และเรามีหลักยึดสำหรับความเชื่อนี้ คือ อัล-กุรอาน อันทรงวิทยปัญญา ที่พระองค์ทรงตรัสว่า

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱبْتَغُوٓاْ إِلَيْهِ ٱلْوَسِيلَةَ

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงแสวงหาสื่อเพื่อไปสู่พระองค์” (ซูเราะห์อัล-มาอิดะฮ์ อายะที่ 35)

อัลลอฮ์ ผู้ทรงอานุภาพกำหนดให้โลกนี้เป็นดินแดนที่มีเครื่องมือ สื่อกลาง และมีสิ่งต้นเหตุ

أَبَى اَللَّهُ أَنْ يُجْرِيَ اَلْأَشْيَاءَ إِلاَّ بِأَسْبَابٍ فَجَعَلَ لِكُلِّ شَيْءٍ سَبَباً

อัลลอฮ์ทรงปฏิเสธการที่จะให้ภารกิจต่าง ๆดำเนินไป โดยไม่มีสิ่งต้นเหตุ ดังนั้นเราจึงเชื่อถือว่าท่านนบีและวงศ์วานของท่าน คือสื่อที่นำไปสู่ความปลอดภัย ในปัญหาที่ร้ายแรง เราจึงขออาศัยท่านเหล่านั้นเป็นสื่อในการพึ่งพาไปหาอัลลอฮ์ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์

วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. เป็น สื่อ (วะซีละฮ์)
พวกเราชีอะฮ์เชื่อว่าอัลลอฮ์ ผู้ทรงอานุภาพ คือ ผู้ทรงบันดาลความสัมฤทธิ์ผลแก่ความต้องการด้านต่างๆและเชื่อว่า วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. ไม่สามารถปลดเปลื้องปัญหาใด ๆ ไม่สามารถบันดาลความสำเร็จใด ๆให้แก่ใครได้เลย นอกจากโดยการอนุมัติจากอัลลอฮ์ และจากเจตนารมณ์ของพระองค์ แต่พวกเขาคือ “ปวงบ่าวผู้ทรงเกียรติ ที่ไม่ล่วงล้ำพระองค์ด้วยคำพูด และพวกเขากระทำตามพระบัญชาของพระองค์” พวกเขาคือสื่อในการเข้าสู่อำนาจ และอำนาจที่แท้จริงนั้น คือ อัลลอฮ์ ผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

หากชาวซุนนะห์ถามว่า มีหลักฐานอะไร ที่กล่าวว่า ความหมายของคำว่า วะซีละฮ์(สื่อ)ในโองการอันทรงเกียรติ หมายถึง วงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. ?

แน่นอน เราก็จะขอตอบว่า  บรรดานักปราชญ์อาวุโสของพวกท่านได้รายงานไว้อย่างนั้น ส่วนหนึ่ง คือ ท่านอัซซะละบีย์ ในหนังสือตัฟซีรของท่าน ในโองการนี้ และอื่น ๆ อีก ที่พวกเขาได้รับรายงานมาจากท่านนบี ศ. ว่า “ความหมายของคำว่า “วะซีละฮ์” ในโองการอันทรงเกียรตินี้ หมายถึง เชื้อสายของท่านศาสนทูตและเป็นอะฮ์ลุบัยต์ของท่าน(ขอความจำเริญจากอัลลอฮ์มีแด่ท่านทั้งมวล)

อิบนุอะบีฮะดีด อัลมุอ์ตะซิลีย์ (หนึ่งในบรรดานักปราชญ์อาวุโส ผู้มีเชื่อเสียงโด่งดังของชาวซุนนี่ห์)อ้างอิงไว้ในหนังสือ “ชะเราะฮ์นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์” หัวข้อเรื่อง “เรื่องเล่าเกี่ยวกับฟะดัก”บทที่ 1 คำปราศรัยของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อ.  นางกล่าวว่า

وَاحْمِدُوا اللّه َ الَّذى لِعَظَمَتِهِ وَنُورِهِ يَبْتَغى مَنْ فِى السَّماواتِ وَالْأرَضِ اِلَيْهِ الْوَسيلَةَ وَنَحْنُ وَسيلَتُهُ فى خَلْقِهِ

“จงสรรเสริญอัลลอฮ์ผู้ซึ่งมีไว้สำหรับเกียรติยศและรัศมีของพระองค์ ที่บรรดาผู้อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดินแสวงหาเป็นสื่อ(วะซีละฮ์)เพื่อมุ่งยังพระองค์ และเรา คือสื่อของพระองค์ในบรรดาสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง

และจากประมวลฮะดีษที่ถูกรายงานบันทึก ตามที่ข้าพเจ้านำมาแสดงเป็นหลักฐานในการยึดมั่น และถือว่าบรรดาวงศ์วานของมุฮัมมัด ศ. เป็นสื่อสัมพันธ์(ระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า)นั้น มีฮะดีษหนึ่งคือ  ฮะดีษษะกอลัยน์(ว่าด้วยสิ่งหนักสองประการ) และนี่คือ ฮะดีษศอฮีฮ์ มีสายรายงานถูกต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย และจัดว่ามีมาตรฐานในขั้นมุตะวาติร(ตรงกันเป็นเอกฉันท์) ดังนี้ ท่านนบี ศ. กล่าวว่า

“แท้จริง ฉันได้ละทิ้งสิ่งหนัก สองประการไว้ในหมู่พวกท่าน นั่นคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และเชื้อสายของฉันแห่งสมาชิกครอบครัว(อะฮ์ลุลบัยต์) ตราบเท่าที่พวกท่านยึดถือสิ่งทั้งสอง พวกท่านจะไม่หลงผิดอย่างเด็ดขาด ภายหลังจากฉัน และทั้งสองประการจะไม่แยกจากกัน จนกระทั่งย้อนกลับไปยังฉัน ณ อัลเฮาฎ์”