ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
ละหมาดตะร่อเวี้ยะห์ ซุนนะห์ หรือ บิดอะฮ์ ?
![]()
ละหมาดตะร่อเวี้ยะห์ ซุนนะห์ หรือ บิดอะฮ์ ?
ละหมาดตะร่อเวี้ยะห์(تراويح) หรือการละหมาดซุนนะห์ในยามค่ำคืนของเดือนรอมฎอน อันจำเริญในรูปญะมาอัต(หมู่คณะ-มีอิมามและมะฮ์มูม)คือ “บิดอะฮ์” ที่ท่านอุมัร บิน ค็อตต็อบได้นำเข้ามาในศาสนาอิสลาม ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนไม่ว่าในยุคสมัยของท่านนบี ศ. หรือยุคของท่านอบูบักร
มุฮัมมัด บิน อิสมาอีล อัลบุคอรีอ์ ได้บันทึกไว้ในศ่อฮิห์ของเขาว่า :
حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ يُوسُفَ، أَخْبَرَنَا مَالِكٌ، عَنِ ابْنِ شِهَابٍ، عَنْ حُمَيْدِ بْنِ عَبْدِ الرَّحْمَنِ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ: أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، قَالَ: «مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا، غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ»، قَالَ ابْنُ شِهَابٍ: فَتُوُفِّيَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَالأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ، ثُمَّ كَانَ الأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ فِي خِلاَفَةِ أَبِي بَكْرٍ، وَصَدْرًا مِنْ [ص:۴۵] خِلاَفَةِ عُمَرَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا
صحيح البخاري ص۴۸۲- كِتَابُ صَلاَةِ التَّرَاوِيحِ، المؤلف: محمد بن إسماعيل البخاري أبو عبد الله، الناشر: دار ابن كثير – دمشق بيروت
“ผู้ใดยืน (ละหมาดยามค่ำคืน) ในเดือนรอมฎอน ด้วยความศรัทธาและหวังในผลบุญ บาปของเขาที่ผ่านมาจะถูกอภัยโทษให้”
อิบนิ เชฮาบ ได้กล่าวว่า เมื่อท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ. จากโลกนี้ไป การนมาซก็ยังคงดำรงอยู่เช่นนั้น (การนมาซซุนนะห์ในยามค่ำคืน-ต่อราเวี้ยะห์ที่เป็นการต่างคนต่างทำ) และในยุคสมัยการปกครองของอบูบักร และช่วงแรก ๆ ของการขึ้นปกครองของ อุมัร ก็ยังคงยึดถือแบบฉบับเดิมอยู่ (นั่นคือจะไม่ทำกันในรูปญะมาอะฮ์)

อิบนิ ฮะญัร อัสก่อลานี ได้อรรถาธิบายประโยค “การนมาซก็ยังคงดำรงอยู่เช่นนั้น-«وَالأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ»” ไว้ว่า
وَالْأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ أَيْ عَلَى تَرْكِ الْجَمَاعَةِ فِي التَّرَاوِيحِ
ประโยค «وَالأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ» ในสำนวนฮะดีษนี้ หมายถึง การละทิ้งนมาซตะร่อเวี้ยะห์ในรูปญะมาอะฮ์
العسقلاني الشافعي، أحمد بن علي بن حجر ابوالفضل (متوفاي852 هـ)، فتح الباري شرح صحيح البخاري، ج 4 ص 252، تحقيق: محب الدين الخطيب، ناشر: دار المعرفة – بيروت

ท่านดร. มุศทอฟา อัลบะฆอฮ์ นักอรรถาธิบายฮะดิษชาวซุนนี่ห์ได้อธิบายเสริมฮะดิษบทนี้ไว้ว่า
وَالْأَمْرُ عَلَى ذَلِكَ استمر الحال على ترك الجماعة في قيام رمضان
الكتاب:صحيح البخاري،جلد۳-ص۴۵،المؤلف: محمد بن إسماعيل أبو عبدالله البخاري الجعفي،المحقق: محمد زهير بن ناصر الناصر،الناشر: دار طوق النجاة (مصورة عن السلطانية بإضافة ترقيم ترقيم محمد فؤاد عبد الباقي)،الطبعة: الأولى، ۱۴۲۲هـ،عدد الأجزاء: ۹
การนมาซยามค่ำคืน ก็ยังคงดำรงอยู่เช่นนั้นเรื่อยมา โดยให้มีการ ละทิ้ง การทำในรูปญะมาอะฮ์(หมู่คณะ)ในนมาซตะร่อเวี้ยะห์

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)








![จุดยืนของท่านอิมามอะลี อ. ต่อคอลิฟะฮ์ก่อนหน้าท่าน[อบูบักร-อุมัร]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/maxresdefault-1-100x75.jpg)
