ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
ศ่อฮาบะฮ์นบีทุกคนเป็นผู้ทรงธรรมจริงหรือ…?

ศ่อฮาบะฮ์นบีทุกคนเป็นผู้ทรงธรรมจริงหรือ…?
ท่านบุคอรีย์ และมุสลิม ได้บันทึกไว้ในตำราศิฮิห์ของพวกเขาว่า “บางกลุ่มจากศ่อฮาบะห์นบี ศ. ตกศาสนาหลังการเสียชีวิตของท่าน ศ.
لَيَرِدَنَّ عَلَيَّ ناسٌ مِن أصْحابِي الحَوْضَ، حتَّى عَرَفْتُهُمُ، اخْتُلِجُوا دُونِي، فأقُولُ: أصْحابِي فيَقولُ: لا تَدْرِي ما أحْدَثُوا بَعْدَك إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِهِم الْقَهْقَرَی
الراوي : أنس بن مالك | المحدث : البخاري | المصدر : صحيح البخاري
“มีคนกลุ่มหนึ่งจากศอฮาบะห์ของฉัน ได้เข้ามาหาฉันที่สระน้ำ “อัลเฮาฏ์” แต่พวกเขาถูกกันออกไป ฉันจึงกล่าวว่า โอ้องค์อภิบาลของฉันเอ๋ย เขาคือ บรรดาศ่อฮาบะฮ์ของฉัน พระองค์กล่าวว่า เจ้าไม่รู้หรอกว่า พวกเขาได้อุตริสิ่งใดไว้หลังจากเจ้า แท้จริงพวกเขาได้สิ้นสภาพการเป็นมุสลิมไปแล้ว” (ศอเฮียะห์บุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 6098)
และฮะดีษดังกล่าวนี้ท่านบุคอรีย์ และท่านมุสลิมได้รายงานไว้อีกว่า :
يَرِدُ عَلَيَّ يَوْمَ الْقِيَامَةِ رَهْطٌ مِنْ أَصْحَابِي ، فَيُحَلَّئُونَ عَنِ الْحَوْضِ ، فَأَقُولُ : يَا رَبِّ ، أَصْحَابِي ، فَيَقُولُ : ” إِنَّكَ لَا عِلْمَ لَكَ بِمَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ ، إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِهِمُ
الْقَهْقَرَى
ในวันพิพากษาจะมีศ่อฮาบะฮฺของฉันกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาหาฉัน และได้ออกห่างจากสระน้ำ ฉันได้พูดว่า โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน พวกเขาเป็นศ่อฮาบะฮฺของฉัน ดังนั้นพระองค์ตรัสว่า เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาได้ทำอะไรหลังจากเจ้าได้จากไป พวกเขาได้ตกศาสนากลับไปสู่สภาพเดิมสมัยญาฮิลของพวกเขา
บุคคอรีย์ บันทึกไว้ในศ่อฮิห์ของท่าน จากอบูฮุรัยเราะห์ อีกว่า :

حَدَّثَنَا إِبْرَاهِيمُ بْنُ المُنْذِرِ الحِزَامِيُّ، حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ فُلَيْحٍ، حَدَّثَنَا أَبِي، قَالَ: حَدَّثَنِي هِلاَلُ بْنُ عَلِيٍّ، عَنْ عَطَاءِ بْنِ يَسَارٍ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ، عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: ” بَيْنَا أَنَا قَائِمٌ إِذَا زُمْرَةٌ، حَتَّى إِذَا عَرَفْتُهُمْ خَرَجَ رَجُلٌ مِنْ بَيْنِي وَبَيْنِهِمْ، فَقَالَ: هَلُمَّ، فَقُلْتُ: أَيْنَ؟ قَالَ: إِلَى النَّارِ وَاللَّهِ، قُلْتُ: وَمَا شَأْنُهُمْ؟ قَالَ: إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا بَعْدَكَ عَلَى أَدْبَارِهِمْ القَهْقَرَى. ثُمَّ إِذَا زُمْرَةٌ، حَتَّى إِذَا عَرَفْتُهُمْ خَرَجَ رَجُلٌ مِنْ بَيْنِي وَبَيْنِهِمْ، فَقَالَ: هَلُمَّ، قُلْتُ أَيْنَ؟ قَالَ: إِلَى النَّارِ وَاللَّهِ، قُلْتُ: مَا شَأْنُهُمْ؟ قَالَ: إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا بَعْدَكَ عَلَى أَدْبَارِهِمْ القَهْقَرَى، فَلاَ أُرَاهُ يَخْلُصُ مِنْهُمْ إِلَّا مِثْلُ هَمَلِ النَّعَمِ
صحيح بخاري، ج8 ص121 المؤلف: محمد بن إسماعيل أبو عبدالله البخاري الجعفي
ขณะที่ฉันยืนอยู่ข้างสระน้ำ, เวลานั้นได้มีชนกลุ่มหนึ่งเข้ามา ฉันรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี (มีเจ้าหน้าที่ของอัลลอฮฺคอยควบคุมดูแลพวกเขาใกล้ชิด) แต่มีระยะห่างระหว่างพวกเขากับฉัน ได้มีเสียงกล่าวกับพวกเขาว่า มากันเถิด (ไปพร้อมกัน) ฉันถามขึ้นว่า : จะไปไหนกันหรือ? มีคำตอบว่า : ขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า เราจะพาพวกเขาไปสู่ขุมนรก ฉันถามอีกว่า : ความผิดของพวกเขาคืออะไร ? ตอบว่า : พวกเขากระทำความผิดใหญ่หลวง หลังจากท่านจากไปแล้ว พวกเขาได้กลับไปสู่แนวคิดและความเชื่อเดิมของพวกเขา หลังจากนั้น ได้มีผู้นำอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ซึ่งฉันรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี ชายผู้เป็นเจ้าหน้าทีของอัลลอฮฺควบคุมดูแลพวกเขา ได้กันฉันและพวกเขาให้ห่างกัน โดยกล่าวกับพวกเขาว่า : พวกเราไปกันเถิด, ฉันถามว่า : จะไปไหนกันหรือ? ได้รับคำตอบว่า : ไปยังนรก ฉันถามว่า : ความผิดของพวกเขาคืออะไร? ตอบว่า : หลังจากท่านจากไปแล้ว พวกเขาได้กลับไปสู่ความเชื่อและแนวคิดเดิมๆ ของพวกเขา ฉันคิดว่าจะมีใครให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ เพราะอูฐที่หลงฝูงและไม่มีคนเลี้ยงอูฐคอยดูแล, อูฐเหล่านั้นก็จะหาย หลงทาง และถูกทำร้ายในที่สุด

อบูหาซิม ได้รายงานจากท่าน สะฮฺล์ บิน สะอัดว่า ท่านศาสดา ศ. กล่าวว่า
عَن سَهلِ بنِ سَعدٍ قَالَ: قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيهِ وَسَلَّمَ: ( إِنِّي فَرَطُكُم عَلَى الحَوضِ مَن مَرَّ عَلَيَّ شَرِبَ, وَمَن شَرِبَ لَم يَظمَأ أَبَدًا, لَيَرِدَنَّ عَلَيَّ أَقوَامٌ أَعرِفُهُم وَيَعرِفُونِي, ثُمَّ يُحَالُ بَينِي وَبَينَهُم,
ฉันจะส่งพวกท่านไปยังสระน้ำ บุคคลใดที่ได้เข้าไปและได้ดื่มน้ำนั้น ผู้ที่ได้ดื่มน้ำเขาจะไม่กระหายน้ำต่อไปตลอดกาล และมีชนกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาหาฉันซึ่งฉันรู้จักพวกเขา และพวกเขาก็รู้จักฉันอย่างดี หลังจากนั้นฉันกับเขาได้แยกจากกัน
อบูหาซิมพูดว่า ขณะที่ฉันกำลังอ่านฮะดีซบทดังกล่าวอยู่ นุอ์มาน บิน อบี อะยาช ได้ยินและพูดว่า ท่านได้ยินสะฮฺล์ พูดเช่นนี้หรือ ?
ฉันตอบว่า ใช่ เขาพูดว่า ฉันขอยืนยันว่า ฉันก็ได้ยินท่านอบูสะอีด คุดรีย์ พูดเช่นนี้เหมือนกันและเขายังพูดต่ออีกว่า ท่านศาสดา ศ. กล่าวว่า
فَأَقُولُ: إِنَّهُمْ مِنِّي فَيُقَالُ: إِنَّكَ لَا تَدْرِي مَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ فَأَقُولُ: سُحْقًا، سُحْقًا، لِمَنْ غَيَّرَ بَعْدِي
พวกเขามาจากฉัน ดังนั้นท่านได้กล่าวว่า เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาได้ทำอะไร หลังจากฉันได้จากไป ฉะนั้นฉันขอพูดว่าจงพินาศเถิด จงพินาศเถิด ผู้ที่ได้เปลี่ยนแปลงหลังจากฉัน
ข้อสังเกตุ. จากประโยคที่ว่า ฉันรู้จักพวกเขา และพวกเขาก็รู้จักฉันอย่างดี
(أَعرِفُهُم وَيَعرِفُونِي) กับประโยคที่กล่าวว่า ผู้ที่ได้เปลี่ยนแปลงหลังจากฉัน
(لِمَنْ غَيَّرَ بَعْدِي) ทำให้รู้ว่ากลุ่มชนที่ท่านศาสดา ศ. กำลังกล่าวถึงนั้นหมายถึง บรรดาศ่อฮาบะฮ์ของท่าน ซึ่งพวกเขาได้อยู่ร่วมกับท่านศาสดาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
อิบนิกะซีร ได้บันทึกไว้ในสารบบสายรายงานจากท่านอาอีชะฮ์ ว่า
فَكَانَتْ عَائِشَةُ، فِيمَا بَلَغَنِي، تَقُولُ: لَمَّا تُوُفِّيَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ارْتَدَّتِ الْعَرَبُ
البداية و النهاية لإبن كثير، ج8، ص172 المؤلف: أبو الفداء إسماعيل بن عمر بن كثير القرشي البصري ثم الدمشقي المتوفى: 774هـ
ชาวอาหรับได้ ตกศาสนา หลังการเสียชีวิตของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เพราะหัวใจที่กลับกลอกในหมู่ประชาชน


