ในตำราศ่อฮิห์บุคอรีย์ ระบุชัดเจนว่า ท่านอิมามอะลี อ. ไม่อนุญาติให้อบูบักร และท่านอุมัร เข้าร่วมพิธีศพท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ ตามคำสั่งเสียของท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ เอง แล้วท่านอิมามอะลี อ. ก็ได้ฝังนางในตอนกลางคืน โดยที่ไม่ได้บอกอบูบักร และอุมัร แล้วแบบนี้ คนทั้งสองจะมานมาซให้ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ได้อย่างไร

ท่านอบูบักรได้นมาซมัยยิตให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ อ. จริงหรือ ? หรือเป็นแค่เรื่องปรุงแต่งขึ้นมา ?
เมื่อเราได้เข้าไปศึกษา ค้นคว้าริวายะฮ์เหล่านี้ ก็ได้บทสรุปว่า ฮะดิษที่กล่าวว่า “อบูบักรเป็นผู้นำนมาซมัยยิตให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ อ. มีอยู่ประมาณ 5 ตัวบท และทั้งหมดของริวายะฮ์เหล่านี้ก็ได้ถูกพิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่า เป็นฮะดิษปลอม เป็นฮะดิษที่ปรุงแต่งขึ้นเองโดยคนบางกลุ่ม!!
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า ก็คือ กลับมีฮะดิษที่ศ่อฮิห์ และอยู่ในหนังสืออันดับต้นๆของพวกเขาอย่างบุคอรีย์ และมุสลิม ที่ได้ระบุชัดเจนว่าผู้ที่นมาซมัยยิตให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์คือท่านอิมามอะลี อ. โดยไม่มีท่านอบูบักร และอุมัร เข้าร่วม !!!!
ฉะนั้นจึงสรุปได้ใจความว่า ริวายะฮ์ต่างๆที่กล่าวถึงพิธีศพของท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ถูกเเบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ
- ริวายะฮ์ที่มีการระบุว่า ท่านอบูบักรเป็นผู้นำนมาซมัยยิตให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ อ.(ทั้งหมดเป็นริวายะฮ์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือในสารบบสายรายงานทั้งสิ้น)
- ริวายะฮ์ที่ระบุว่าท่านหญิงฟาฎิมะฮ์เป็นผู้สั่งเสียให้สามีของนางเป็นผู้อาบน้ำฆุซุล ,กะฝั่น และนมาซให้กับนางและให้กระทำในตอนกลางคืน เพื่อไม่ให้อบูบักร และอุมัร เข้าร่วมพิธีศพนาง!!!
ริวายะอ์ที่ระบุว่า ท่านอบูบักร เป็นผู้นำนมาซ
ริวายะฮ์จาก มาลิก บิน อะนัส
حَدَّثَنَا مُحَمد بْنُ هَارُونَ بْنِ حسان البرقي بمصر، حَدَّثَنا مُحَمد بْنَ الْوَلِيدِ بْنِ أَبَان، حَدَّثَنا مُحَمد بْنُ عَبد اللَّهِ الْقُدَامِيُّ كَذَا قَالَ وَإِنَّمَا هُوَ عَبد اللَّهِ بْنُ مُحَمد الْقُدَامِيُّ قَالَ مَالِكُ بْنُ أَنَسٍ، أَخْبَرنا عَنْ جَعْفَرِ بْنِ مُحَمد، عَنْ أَبِيهِ، عَن جَدِّهِ قَالَ تُوُفِّيَتْ فَاطِمَةَ بِنْتِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لَيْلا فَجَاءَ أَبُو بَكْرٍ وَعُمَرُ وَعُثْمَانُ وَطَلْحَةُ وَالزُّبَيْرُ وَسَعِيدٌ وَجَمَاعَةٌ كَثِيرٌ سَمَّاهُمْ مَالِكٌ فَقَالَ أَبُو بَكْرٍ لِعَلِيٍّ تَقَدَّمْ فَصَلِّ عَلَيْهَا ؟ قَال: لاَ والله لا تقدمت وأنت خَلِيفَةُ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ صَلَّى اللَّهُ عَلَيه وسَلَّم قَال: فَتَقَدَّمَ أَبُو بَكْرٍ فَصَلَّى عَلَيْهَا فَكَبَّرَ عَلَيْهَا أَرْبعًا وَدَفَنَهَا لَيْلا
قَالَ الشَّيْخُ: وَهَذِهِ الأَحَادِيثُ الَّتِي أمليتها عن مالك بن أنس في الموطأ، ولاَ أعلم رواها عن مالك غير عَبد الله بن مُحَمد بن ربيعة هذا
มาลิกรายงานจากญะฟัร บิน มุฮัมมัด(อิมามศอดิก)จากบิดาของเขา(อิมามบาเก็ร)จากปู่ของเขา(อิมามซัจญาด) กล่าวว่า ฟาฎิมะฮ์ บุตรีแห่งร่อซูลุลลอฮ์ ศ. เสียชีวิตในตอนกลางคืน อบูบักร ,อุมัร ,อุษมาน ,ฎอลฮะ ,ซุเบร ซะอีด และคนอีกจำนวนมากที่มาลิกได้นับชื่อพวกเขา ได้มายืนเบื้องหน้ามัยยิต ท่านอบูบักรจึงกล่าวกับท่านอะลี อ. ว่า จงก้าวไปข้างหน้าเพื่อนมาซให้กับนางเถิด อะลี อ. กล่าวตอบว่า ไม่ !! ท่านคือคอลิฟะฮ์ของร่อซูล เมื่อท่านอยู่ตรงนี้ฉันจึงไม่สามารถก้าวไปยืนข้างหน้าท่านได้ ด้วยเหตุนี้ท่านอบูบกัรจึงก้าวไปข้างหน้าเพื่อเป็นนำนมาซญินาซะฮ์ให้ท่านหญิงฟาติมะฮ์ โดยการกล่าว 4 ตักบีร
เจ้าของหนังสือได้ระบุตอนใต้ของริวายะฮ์ว่า ริวายะฮ์ต่างๆที่ฉันนำมาจากมาลิก บิน อะนัส ฉันรู้ดีว่า นอกจาก อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด บิน ร่อบีอะห์ แล้วไม่มีใครรายงานฮะดิษนี้เลย
- บทวิเคราะห์ฮะดิษข้างต้น
คำตอบแรก. ฮะดิษบทดังกล่าวเป็นฮะดิษที่อุปโลกน์กันขึ้นมา
ฮะดิษข้างต้นถือว่าถูกจัดอยู่ในฮะดิษประเภท ฏออีฟ เชื่อถือไม่ได้ เพราะ ในสารบบสายรายงานฮะดิษมี อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด อัล-กุดามีย์ ซึ่งปราชญ์สายซุนนะห์ในด้านอิลมุลริญาลได้ปฎิเสธความน่าเชื่อถือของเขา และกล่าวว่า เขาเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือในการรายงานฮะดิษ เช่น
- ท่านซะฮ์บี ได้กล่าวว่า เขาเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย
عبدالله بن محمد بن ربیعة بن القدامی المصیصی احد الضعفاءاتی عن مالک بمصائب (منها) عن جعفر بن محمد عن ابیه عن جده قال توفیت فاطمة لیلا فجاء ابوبکر وعمر وجماعة کثیرة فقال ابوبکر لعلی تقدم فصل قال والله لا تقدمت وانت خلیفة رسول الله صلی الله علیه وسلم فتقدم ابوبکر و کبر اربعا
الذهبي الشافعي، شمس الدين ابوعبد الله محمد بن أحمد بن عثمان (متوفاى748 هـ)، ميزان الاعتدال في نقد الرجال، ج 4، ص180، تحقيق: الشيخ علي محمد معوض والشيخ عادل أحمد عبدالموجود، ناشر: دار الكتب العلمية – بيروت، الطبعة: الأولى، 1995م
อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด ร่อบีอะห์ อัลกุดามีย์ คือหนึ่งในนักรายงานฮะดิษที่ อ่อน ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเขาได้รายงานฮะดิษของมาลิก ที่รายงานมาจาก ญะฟัร บิน มุฮัมมัด (อิมามศอดิก)จากบิดาของเขา(อิมามบาเก็ร) จากปู่ของเขา(อิมามซัจญาด) ว่า ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์เสียชีวิตในตอนกลางคืน
2. อิบนุฮะญัร อัลอัสกอลานี ยืนยันว่า ฮะดิษบทนี้ฎออีฟเพรามี อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด อัลกุดามีย์ ปรากฎชื่อในรอวี
وقد رَوَى بعض المتروكين عن مالك عن جعفر بن محمد عن أبيه نحوه ووهاه الدارقطني وابن عدي
العسقلاني الشافعي، أحمد بن علي بن حجر ابوالفضل (متوفاى852هـ)، الإصابة في تمييز الصحابة، ج 8، ص58، تحقيق: علي محمد البجاوي، ناشر: دار الجيل – بيروت، الطبعة: الأولى، 1412هـ – 1992م
3. อิบนุอะดี ไม่ยอมรับฮะดิษที่รายงานโดย อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด อัลกุดามีย์เพราะเป็นรอวีที่เชื่อถือไม่ได้ (ฎออีฟ)
وعامة حديثه غير محفوظة وهو ضعيف على ما تبين لي من رواياته واضطرابه فيها ولم أر للمتقدمين فيه كلاما فأذكره. الجرجاني، عبدالله بن عدي بن عبدالله بن محمد أبو أحمد (متوفاي365 هـ)، الكامل في ضعفاء الرجال، ج 4، ص258
4. อิบนิ ฎอเฮร อัลมักดิซี ระบะว่า อับดุลลอฮ์ บินมุฮำมัด อัลก๊อดดามี ที่รายงานว่าฮะดิษว่าท่านหญิงฟาฎิมะฮ์เสียชีวิตในตอนกลางคืนโดยมี อบูบักร ,อุมัร ,ฎอลฮะ และ…มาร่วมนมาซ เป็นบุคคลที่เชื่อถือไม่ได้ อยู่ในนักรายงานที่ฎออีฟ
حديث : توفيت فاطمة بنت رسول الله ليلاً ، وجاء أبو بكر ، وعمر ، وعثمان ، وطلحة … رواه عبد الله بن محمد القدامي : عن مالك بن أنس ، عن جفعر بن محمد عن أبيه ، عن جده قال : توفيت . ولم يروه عن مالك غير القدامي وهو ضعيف
المقدسي، مطهر بن طاهر (متوفاى507 هـ)، ذخيرة الحفاظ، ج2، ص1172، تحقيق: د.عبد الرحمن الفريوائي، ناشر: دار السلف – الرياض، الطبعة: الأولى، 1416 هـ -1996م
الحاكم النيسابوري، محمد بن عبد الله بن حمدويه أبو عبد الله (متوفاي 405 هـ) ، المدخل إلى الصحيح ، ج 1، ص152، تحقيق : د. ربيع هادي عمير المدخلي، دار النشر : مؤسسة الرسالة – بيروت، الطبعة : الأولى ، 1404
6. อบูยะฮ์ลา กัซวีนีย์ ยืนยันว่า อับดุลลอฮ์ บิน มุฮัมมัด อัลกุดามีย์ ที่รายงืานฮะดิษจาก มาลิก บิน อะนัส นั้น เขาเป็นคนที่ฎออีฟ เชื่อถือไม่ได้
عبد الله بن محمد بن ربيعة القدامي المصيصي يروي عن مالك وهو ضعيف يأتي بالمناكير وما لا يتابع عليه
.jpg)
คำตอบที่สอง. ฮะดิษบทดังกล่าวขัดแย้งกับฮะดิษศ่อฮิห์ในบุคอรีย์และมุสลิม
- ฮะดิษข้างต้นที่กล่าวว่าท่านอิมามอะลี กล่าวกับอบูบักรว่า “ท่านคือคอลิฟะฮ์ของร่อซูล เมื่อท่านอยู่ตรงนี้ฉันจึงไม่สามารถก้าวไปยืนข้างหน้าท่านได้” !!!
แน่นอนว่าในตำราศ่อฮิห์บุคอรีย์ระบุชัดเจนว่า “ท่านอิมามอะลี อ. ไม่ยอมบัยอัตต่ออบูบักรจนวันที่ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์เสียชีวิต ولم يَكُنْ يُبَايِعُ تِلْكَ الْأَشْهُرَ (หกเดือนเต็มตราบที่ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ยังคงมีชีวิตอยู่ ท่านอิมามอะลีไม่ได้มอบบัยอัตให้กับอบูบักร) แล้วแบบนี้ท่านอิมามอะลี อ. จะกล่าวได้อย่างไรว่า “อบูบักรคือคอลิฟะฮ์ของนบี” เพราะหากท่านอิมามอะลี อ. เชื่อเช่นนั้น ท่านก็คงบัยอัตต่ออบูบักร ไปแล้ว
- ในตำราศ่อฮิห์บุคอรีย์ ระบุชัดเจนว่า ท่านอิมามอะลี อ. ไม่อนุญาติให้อบูบักร และท่านอุมัร เข้าร่วมพิธีศพท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ ตามคำสั่งเสียของท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ เอง แล้วท่านอิมามอะลี อ. ก็ได้ฝังนางในตอนกลางคืน โดยที่ไม่ได้บอกอบูบักร และอุมัร แล้วแบบนี้ คนทั้งสองจะมานมาซให้ท่านหญิงฟาฎิมะฮ์ได้อย่างไร ?
มาดูคำบันทึกของบุคอรีย์ และมุสลิมที่บันทึกไว้ว่า ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อ.โกรธท่านอบูบักรมากและไม่ยอมพูดกับท่าน จนกระทั่งท่านหญิงเสียชีวิต และอิมามอะลี ก็ไม่อนุญาติให้บุคคลทั้งสองร่วมในพิธีฆุซุล ,ห่อศพ ,นมาซ ,และฝังนาง
فَوَجَدَتْ فَاطِمَةُ عَلَى أَبِى بَكْرٍ فِى ذَلِكَ فَهَجَرَتْهُ ، فَلَمْ تُكَلِّمْهُ حَتَّى تُوُفِّيَتْ ، وَعَاشَتْ بَعْدَ النَّبِىِّ – صلى الله عليه وسلم – سِتَّةَ أَشْهُرٍ ، فَلَمَّا تُوُفِّيَتْ ، دَفَنَهَا زَوْجُهَا عَلِىٌّ لَيْلاً ، وَلَمْ يُؤْذِنْ بِهَا أَبَا بَكْرٍ وَصَلَّى عَلَيْهَا
البخاري الجعفي، ابوعبدالله محمد بن إسماعيل (متوفاى256هـ)، صحيح البخاري، ج 4، ص1549، تحقيق: د. مصطفي ديب البغا، ناشر: دار ابن كثير، اليمامة – بيروت، الطبعة: الثالثة، 1407 – 1987.
เป็นที่แน่ชัดว่าท่านหญิงฟาติมะฮ์ โกรธเคืองท่านอบูบักรจนนางได้จากเขาไป แล้วนางไม่เคยพูดกับเขาอีกเลยจนนางเสียชีวิต นางเสียชีวิตหลังท่านนบี ศ. จากไปเพียงหกเดือนเท่านั้น เมื่อนางเสียชีวิต อะลีผู้เป็นสามีได้ฝังนางในตอนกลางคืน และไม่แจ้งข่าวของนางให้อบูบักรรับรู้ และอะลี ได้ทำการนมาซให้กับนาง (ศ่อเอี้ยะบุคอรี ฮะดีษที่ 4240 และ 4241)
บัดรุดดีน ในชะเราะห์บุคอรีย์ ได้ให้ความหมายประโยคที่ปรากฎอยู่ในศ่อฮิห์บุคอรีย์
«وصلي عليها»
และนมาซให้กับนาง
ไว้อย่างนี้ว่า
صلى علي، رضي الله تعالى عنه، على فاطمة
อะลี คือผู้นมาซให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์
العيني الغيتابي الحنفي، بدر الدين ابومحمد محمود بن أحمد (متوفاي 855هـ)، عمدة القاري شرح صحيح البخاري، ج 17، ص 259
ในศ่อฮิห์มุสลิม ก็บันทึกไว้เช่นเดียวกับที่บุคอรีย์บันทึกไว้ นั้นคืออบูบักรไม่ได้นมาซให้กับท่านหญิงฟาฎิมะฮ์
فلما تُوُفِّيَتْ دَفَنَهَا زَوْجُهَا عَلِيُّ بن أبي طَالِبٍ لَيْلًا ولم يُؤْذِنْ بها أَبَا بَكْرٍ وَصَلَّى عليها عَلِيٌّ
النيسابوري القشيري، ابوالحسين مسلم بن الحجاج (متوفاى261هـ)، صحيح مسلم، ج 3، ص1380

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)




![4 อะมั้ลสั้น ๆให้ทำก่อนนอน ที่มีมรรคผลมหาศาล[خلاصة الاذکار]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/DymMxheX4AAKM6F-100x75.jpg)
![ดุอาฮ์เมื่อต้องไปเจอบุคคลสำคัญหรือต้องทำในเรื่องที่สำคัญยิ่ง[ดุอาฮ์จากคัมภีร์อัลกุรอ่าน]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/204-100x75.jpg)



