อีกหนึ่งประเด็นที่มักตั้งคำถามเพื่อการฟิตนะห์ชีอะห์ ก็คือ ทำไมชีอะห์ลดนมาซ 5 เวลาเหลือเพียง 3 เวลา นั่นหมายถึงนมาซซุฮ์ริและอัสริ และนมาซมัฆริบ และอิชาสามารถรวมกันโดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไป……
ฉะนั้นข้าพเจ้าจะขอเริ่มบทความด้วยกับการตั้งคำถามว่า
“การรวมนมาซซุฮ์ริและอัศริเข้าด้วยกันและทำในเวลาเดียว และเช่นกันการการรวมนมาซมัฆริบและอิชาเข้าด้วยกันและทำในเวลาเดียวโดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไปเป็นซุนนะห์(แบบฉบับ)ของใคร ?……”
ก่อนเราจะไปตอบในประเด็นคำถาม ข้าพเจ้าจะขอกล่าวทัศนะของชีอะห์อิมามียะฮ์เกี่ยวกับเวลาของการนมาซ 5 เวลาก่อน ดังนี้ ชีอะห์ กล่าวว่านมาซทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นนมาซซุฮ์ริ อัศริ มัฆริบ และอีชามีช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงและช่วงเวลาร่วมกัน
1. ช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนมาซซุฮ์ริ นับตั้งแต่เริ่มเข้าเวลาซุฮริชัรอีย์ ( เริ่มตะวันคล้อย) ไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้ทำนมาซ 4 ร่อกะอัตเสร็จ ช่วงเวลานี้ได้ถูกจำกัดไว้ เฉพาะนมาซซุฮ์ริเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถทำนมาซอื่นได้ในเวลานี้
2. ช่วงเวลเฉพาะสำหรับนมาซอัศริ คือ 4 ร่อกะอัตก่อนถึงช่วงเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าช่วงเวลา ซึ่งช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่สามารถทำได้เฉพาะนมาซอัศริเท่านั้น
ฉะนั้น ช่วงเวลาร่วมระหว่างนมาซซุฮ์ริกับนมาซอัศริ ก็คือ นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดเวลาเฉพาะสำหรับนมาซซุฮ์ริเป็นต้นไปจนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนมาซอัศริ ด้วยเหตุนี้คำกล่าวของชีอะห์คือ ในช่วงเวลาร่วมระหว่างนมาซซุฮ์ริกับอัศรินั้น สามารถทำนมาซติดต่อกันได้โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไป กล่าวคือเมื่อนมาซซุฮ์ริเสร็จแล้วก็สามารถนมาซอัศริต่อได้เลย….
3. ช่วงเวลาเฉพาะสำหรับนมาซมัฆริบ นับตั้งแต่เริ่มเข้าเวลามัฆริบชัรอีย์จนกระทั่งทำนมาซสามร่อกะอัตเสร็จ ช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกจำกัดไว้สำหรับนทำมาซมัฆริบเท่านั้น
4. ช่วงเวลเฉพาะสำหรับนมาซอิชาอ์ นับตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งจนถึงครึ่งคืนชัรฺอีย์ ซึ่งช่วงนั้นมีเวลาพอแค่ทำนมาซอิชาอ์เพียงอย่างเดียว ในเวลาเพียงเล็กน้อยนั้นสามารถทำได้เฉพาะนมาซอิชาอ์ไม่อนุญาตให้ทำนมาซอื่น
ฉะนั้น ช่วงเวลาร่วมระหว่างนมาซมัฆริบกับนมาซอิชาอ์ นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดเวลาเฉพาะสำหรับนมาซมัฆริบไปจนถึงช่วงเริ่มต้นเวลาเฉพาะสำหรับนมาซอิชา
ชีอะฮฺเชื่อว่า ในช่วงเวลาร่วมระหว่างนมาซมัฆริบกับนมาซอิชาอ์นั้น สามารถทำนมาซติดต่อกันได้โดยไม่ต้องทิ้งช่วงเวลาให้ห่างออกไป กล่าวคือเมื่อนมาซมัฆริบเสร็จแล้วก็สามารถนมาซอีชาต่อได้เลย….
นี้คือที่มาของคำกล่าวที่ว่า “ชีอะห์นมาซแค่ 3 เวลาเท่านั้นซึ่งต่างจากซุนนี่ห์ที่มีนมาซ 5 เวลา” แต่หากพี่น้องมุสลิมตั้งใจทำความเข้าใจอย่างจริงๆจังๆก็จะพบว่า “ชีอะห์ก็นมาซ 5 เวลานั้นแหละ แต่ได้ควบนมาซซุฮ์ริ และอัซริเข้าด้วยกัน และควบมัฆริบ อิชาเข้าด้วยกันจึงมองว่าเหลือแค่ 3 เวลาเท่านั้น
ต่อไปมาดูว่าการควบนมาซเข้าด้วยกันจนเหลือแค่ 3 เวลาเป็นซุนนะห์หรือแบบฉบับของใคร….?
1. เป็นซุนนะห์ของท่านนบีมุฮัมมัด ศ.
ศ่อเอี้ยะมุสลิมได้บันทึกการควบนมาซซุฮ์ริ อัศริฮ์ และมัฆริบ และอิชาเข้าด้วยกันไว้ดังนี้ รายงานจากอิบนิ อับบาส ว่า
عَنْ ابْنِ عَبَّاسٍ أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ صَلَّى بِالْمَدِينَةِ سَبْعًا وَثَمَانِيًا الظُّهْرَ وَالْعَصْرَ وَالْمَغْرِبَ وَالْعِشَاءَ
ท่านศาสดา ศ. ทำนมาซเจ็ดร่อกะอัต (มัฆริบกับอิชา) และแปดร่อกะอัต (ซุฮ์ริกับอัศริ) ที่มะดีนะฮ์ (หมายถึงไม่ได้อยู่ในสภาวะเดินทางแต่อย่างใด)
عَنْ ابْنِ عَبَّاسٍ قَالَ صَلَّى رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ الظُّهْرَ وَالْعَصْرَ جَمِيعًا وَالْمَغْرِبَ وَالْعِشَاءَ جَمِيعًا فِي غَيْرِ خَوْفٍ وَلَا سَفَرٍ
ท่านศาสดามุฮัมมัด ศ. ได้ทำนมาซซุฮ์ริกับอัศริ และมัฆริบกับอิชารวมกันที่มะดีนะฮฺ ทั้งที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวศัตรูหรือมีฝนตก(หมายถึงยามปกติทั่วๆไป)
คำถาม.ทำใมท่านนบีมุฮัมมัด ศ. จึงให้ประชาชาติของท่านนมาซรวมได้ คำตอบ คือ
قَالَ أَبُو الزُّبَيْرِ فَسَأَلْتُ سَعِيدًا لِمَ فَعَلَ ذَلِكَ فَقَالَ سَأَلْتُ ابْنَ عَبَّاسٍ كَمَا سَأَلْتَنِي فَقَالَ أَرَادَ أَنْ لَا يُحْرِجَ أَحَدًا مِنْ أُمَّتِهِ
ในเวลานั้น อบู อัลซุบัยร์ กล่าวว่า ฉันได้ถาม ซะฮ์อีด ว่า เพราะอะไรท่านนบี ศ. จึงอนุญาติให้ทำเช่นนั้น เขาจึงกล่าวว่า ฉันได้ถามท่านอิบนุอับบาสว่า ทำไมท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จึงปฏิบัติเช่นนั้น ? ตอบว่า “ท่านไม่ต้องการทำให้ประชาชาติของท่านต้องลำบาก” (บันทึกโดยมุสลิม เล่ม 1 หน้า 489 หมวดว่าด้วยเรื่องการนมาซเดินทาง)
บุคอรีบันทึกไว้ว่า
قال ابن عمر و أبو أيوب و ابن عباس رضى الله عنهم : صلى النبى صل الله عليه [وآله] و سلم ا لمغرب و العشاء
อับดุลลอฮ์ บิน อุมัรฺ, อัยยูบ อันศอรีย์ และอับดุลลอฮฺ บิน อับบาส กล่าวว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด ศ. ได้ทำนมาซมัฆริบ อิชารวมกัน
2. การนมาซรวมกันเป็นซุนนะห์ของศ่อฮาบะฮ์
มุสลิม บิน หัจญาด ได้บันทึกไว้ในศ่อฮีย์ของตนว่า
มีชายคนหนึ่งกล่าวกับท่านอิบนุอับบาสว่า ลุกขึ้นนมาซ อิบนุอับบาส นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร, ชายคนนั้นได้พูดอีกว่า จงลุกขึ้นนมาซ อิบนุอับบาสก็เงียบ และเขาได้พูดอีกว่า จงนมาซ ท่านอิบนุอับบาสไม่ได้ตอบอะไร จนกระทั่งเขาพูดอีกเป็นครั้งที่สี่ว่า จงลุกขึ้นนมาซ ท่านอิบนุอับบาสได้พูดว่า
โอ้เจ้าลูกไม่มีแม่เอ๋ย เจ้าต้องการสอนนมาซแก่ฉันหรือ ? ในขณะที่เราได้ทำนมาซรวมกันสองนมาซในสมัยท่านศาสดา ศ.
وَحَدَّثَنَا ابْنُ أَبِي عُمَرَ، حَدَّثَنَا وَكِيعٌ، حَدَّثَنَا عِمْرَانُ بْنُ حُدَيْرٍ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ شَقِيقٍ الْعُقَيْلِيِّ، قَالَ قَالَ رَجُلٌ لاِبْنِ عَبَّاسٍ الصَّلاَةَ فَسَكَتَ . ثُمَّ قَالَ الصَّلاَةَ . فَسَكَتَ ثُمَّ قَالَ الصَّلاَةَ فَسَكَتَ . ثُمَّ قَالَ لاَ أُمَّ لَكَ أَتُعَلِّمُنَا بِالصَّلاَةِ وَكُنَّا نَجْمَعُ بَيْنَ الصَّلاَتَيْنِ عَلَى عَهْدِ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم
นี้คือบางส่วนจากหลักฐานมากมายที่ถูกบันทึกไว้ถึงการอนุญาติให้ประชาชาติมุสลิมสามารถนมาซรวมกันได้ เพื่อลดการสร้างความลำบากให้แก่ผู้ประกอบศาสนากิจทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เวลาค่อนข้างจะบีบรัดหน่อยๆ
ฉะนั้นข้อสงสัยของข้าพเจ้าก็คือ เมื่อท่านนบีอนุญาติให้นมาซรวมได้ และท่านนบีก็ปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง ศ่อฮาบะฮ์นบีก็นำมาปฏิบัติกัน แล้วทำใมพวกท่านไม่ยึดซุนนะห์นี้ของนบี ไหนว่ารักนบี ไหนว่าจะทำตามซุนนะห์นบี ศ. อย่างเคร่งครัดละครับ ?
ที่หนักยิ่งไปกว่านี้ก็คือ ทำใมบางคนบางกลุ่มจึงออกมาโจมตีชีอะห์ในเรื่องนี้ ทั้งๆที่มันคือซุนนะห์นบี ?
เราไม่เข้าใจจริงๆครับ……….ช่วยตอบที

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)








![ดุอาฮ์ของท่านอิมามมะฮ์ดี อ. [اللّٰهُمَّ ارْزُقْنا تَوْفِيقَ الطّاعَةِ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/05/lvl220191106092352-100x75.jpg)
