ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ
การสาปแช่ง اللعن และ ผรุสวาจา سَبَّ ในมุมของอิสลาม
![]()
การสาปแช่ง اللعن และ ผรุสวาจา سَبَّ ในมุมของอิสลาม
มีการนำเสนอจากนักวิชาการบางกลุ่ม ว่า การสาปแช่ง (اللعن) ไม่เป็นที่อนุญาติในอิสลาม และหากอนุญาติก็เป็นสิ่งน่ารังเกียจที่อัลลอฮ์ และนบีมุฮัมมัดไม่ส่งเสริมให้กระทำ ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอนำเสนอบทความวิชาการว่าด้วยเรื่องของ “การสาปแช่ง” ในมุมของอิสลามและอัลกุรอ่าน
ความแตกต่างระหว่าง ละนัต(اللعن) กับ การด่าทอ(سَبَّ)
ในพระมหาคำภีร์อัลกุรอ่านพระองค์อัลลอฮ์ ซ.บ. ได้ใช้คำสองคำ คือ อัลละนุอ์(اللعن) และ สับบุฮ์(سَبَّ) หากมองผ่านเลนส์ของคนทั่วไป คำสองคำนี้อาจให้ความหมายเหมือนกัน คือ “การสาปแช่ง การด่าทอ” แต่หากมองผ่านเลนส์อัลกุรอ่านแล้วจะเข้าใจได้ว่า “มันมีความหมายที่ต่างกันออกไป”
1. ความหมายของ อัลละน์นุ หรือ ละนัต (اللعن) คือ การวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้ มัลอูน(ผู้ที่ถูกละนัต)ห่างไกลจากความเมตตาของอัลลอฮ์ และให้เขาจมดิ่งอยู่ในความพิโรธของพระองค์
ซึ่งเราจะเห็นว่า คำ ๆนี้ถูกใช้ในอัลกุรอ่านถึง 41 ครั้งใน 37 อายะ เช่นซูเราะห์ฮูด อายะที่ 18
« ألا لَعْنَةُ اللهِ عَلَي الظّالِمينَ »
พึงรู้ไว้เถิดว่า อัลลอฮ์จะทรงสาปแช่ง(ละนัต)ต่อกลุ่มชนผู้กดขี่ทั้งหลาย
« وَالْخامِسَةُ أنَّ لَعْنَةَ اللهِ عَلَيهِ إنْ کانَ مِنَ الْکاذِبينَ »
และครั้งที่ห้า ให้เขากล่าวว่า แท้จริงการสาปแช่งของอัลลอฮ์จงมีแด่เขา หากเขาเป็นผู้มุสา
ฉะนั้นแน่นอนว่า “การละนัต” ย่อมเป็นสิ่งที่อนุมัติในอิสลามอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นแล้วพระองค์คงไม่ทำการละนัตกลุ่มคนต่างๆให้เป็นเยี่ยงอย่างแน่นอน
และมากไปกว่านั้น แน่นอนว่า บางครั้งการละนัตถือเป็นสิ่งจำเป็นด้วยในบางกรณี เช่น พระองค์อัลลอฮ์รับสั่งให้ท่านนบีมุฮัมมัดทำการมุบาฮะละฮ์(สาปแช่งกันและกันหากใครเป็นผู้โกหก) และแน่นอนว่า หากสิ่งนี้(การละนัตให้ผู้โกหกพบกับความพินาศ) นี้คือคำสั่งของอัลลอฮ์ที่มีมายังท่านนบี ศ. ในเหตุการณ์ มุบาฮาละฮ์
2. ความหมายของ “สับบุฮ์”(سَبَّ) ผรุสวาจา คือการใช้คำหยาบ การด่าทอ ด่าว่า ด้วยอาการกระแทกกระทั้นให้ต่ำทรามเพื่อที่จะให้สังคมรังเกียจ แน่นอนว่า สิ่งนี้(“สับบุฮ์” سَبَّ) ย่อมไม่เป็นที่อนุญาติในอิสลามอย่างแน่นอน ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า
«وَلاَ تَسُبُّوا الَّذِينَ يَدْعُونَ مِنْ دُونِ اللهِ فَيَسُبُّوا اللهَ عَدْواً بِغَيْرِ عِلْم…»
และพวกเจ้าจงอย่าผรุสวาจา ต่อบุคคลที่พวกเขาวิงวอนขอสิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์(เพราะ)พวกเขาก็จะ(ตอบโต้ด้วยการ)ด่าว่าอัลลอฮ์เป็นการละเมิดโดยปราศจากความรู้
ในสงครามซิฟฟีนเมื่อทหารของท่านอิมามอะลี อ. ได้ทำการด่าทอ ใช้คำผรุสวาทต่อทหารมุอาวียะฮ์ ท่านอิมามกล่าวตักเตือนว่า
«إِنّي أَکرَهُ لَکُمْ أَنْ تَکُونُوا سَبّابِينَ…»
ฉันไม่ชอบเอาเสียเลยที่พวกท่านจะด่าทอผู้อื่น
บทสรุป. จากสิ่งที่อธิบายมาย่อมสรุปใจความได้ดังนี้ คือ การละนัต(ในนิยามของอัลกุรอ่าน)ย่อมเป็นสิ่งที่อนุญาติ และในบางครั้งยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นเสียด้วยซ้ำ ส่วนการด่าทอ ด่าว่า(“สับบุฮ์” سَبَّ) ถือว่าไม่อนุมัติในอิสลาม
หลักฐานที่การละนัตเป็นสิ่งที่อนุญาติในอิสลาม
การละนัต คือการแสดงความเกลียดชังต่อการกระทำที่เลวร้ายของคนๆหนึ่ง และขอดุอาฮ์สาปแช่งให้เขาผู้นั้นห่างไกลจากความเมตตาของอัลลอฮ์ เป็นสิ่งที่อนุญาติในอิสลาม ก็เพราะว่า
1. พระองค์อัลลอฮ์ ซ.บ. ได้ทำการละนัต สาปแช่งกลุ่มต่างๆไว้ในอัลกุรอ่าน มากมาย ซึ่งสิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า การละนัต เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ในอิสลาม เช่น
– อัลลอฮ์ได้ละนัต อิบลิส
«وَ إنَّ عَلَيْکَ لَعْنَتي إِلي يَوْمِ الدِّينِ»
– อัลลอฮ์ได้ ละนัต กลุ่มผู้ปฏิเสธ
« إنَّ اللهَ لَعَنَ الْکافِرينَ وَأَعَدَّ لَهُمْ سَعيراً »
– อัลลอฮ์ได้ ละนัต กลุ่มบนีอิสรออีลที่พวกเขาได้ฝ่าฝืนคำสั่งศาสดา
« لُعِنَ الَّذينَ کَفَرُوا مِنْ بَني إِسْرائِيلَ عَلي لِسانِ داوُدَ وَعيسَي بْنِ مَرْيَمَ »
– อัลลอฮ์ ได้สาปแช่ง ละนัต กลุ่มคนผู้กดขี่ ผู้อธรรมทั้งหลาย
« ألا لَعْنَةُ اللهِ عَلَي الظّالِمينَ »
– อัลลอฮ์ได้สาปแช่ง และละนัตกลุ่มคนผู้พูดปด
« وَالْخامِسَةُ أنَّ لَعْنَةَ اللهِ عَلَيهِ إنْ کانَ مِنَ الْکاذِبينَ »
– อัลลอฮ์สาปแช่ง และละนัตกลุ่มคนที่กลั่นแกล้งศาสดา
« وَالَّذينَ يُؤْذوُنَ اللهَ وَ رسُولَهُ لَعَنَهُمَ اللهُ فِي الدُّنْيا وَ الآخِرَةِ »
– อัลลอฮ์ละนัต สาปแช่ง กลุ่มคนที่ใส่ร้ายป้ายสีหญิงที่บริสุทธิ์
« إِنَّ الَّذينَ يَرْمُونَ الْمُحْصَناتِ الْغافِلاتِ الْمُؤْمِناتِ لُعِنُوا فِي الدُّنْيا وَ الآخِرَةِ»
– อัลลอฮ์ละนัต และจะสาปแช่งกลุ่มคนที่ได้สังหารชีวิตผู้ศรัทธา ผู้บริสุทธิ์
« وَمَنْ يَقْتُلْ مُؤمِناً مُتَعَمِّداً فَجززاءُهُ جَهَنَّمُ خالِداً فيها وَ غَضَبَ اللهُ عَلَيْهِ وَ لَعَنَهُ وَ أَعَدَّ لَهُ عَذابَاً عَظيماً »
– อัลลอฮ์จะสาปแช่งและละนัตกลุ่มคนที่เป็นผู้หน้าไหว้หลังหลอก
« وَعَدَ اللهُ الْمُنافِقينَ وَ الْمُنافِقاتِ وَ الْکُفّارَ نارَ جَهَنَّمَ خالِدينَ فِيها هِيَ حَسْبُهُمْ وَلَعَنَهُمُ اللهُ وَلَهُمْ عَذابٌ مُقيمٌ »
– อัลลอฮ์จะสาปแช่งกลุ่มคนที่ทำชั่ว และตัดขาดความสัมพันธภาพทางเครือญาติ
« فَهَلْ عَسَيْتُمْ إِنْ تَوَلَّيْتُمْ أَنْ تُفْسِدُوا فِي الاَْرْضِ وَ تُقَطِّعُوا أَرْحَامَکُمْ أُوْلَئِکَ الَّذِينَ لَعَنَهُمْ اللهُ فَأَصَمَّهُمْ وَ أَعْمَي أَبْصَارَهُمْ »
แน่อนนว่าการละนัต การสาปแช่งกลุ่มคนที่อัลลอฮ์สาปแช่งย่อมเป็นสิ่งที่อนุญาติอย่างแน่นอน
2. การละนัต และการสาแช่งต่อบุคคลบางกลุ่มคือซุนนะห์ของท่านนบี ศ.
หนึ่งในเหตุผลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การละนัต เป็นสิ่งอนุญาติ ก็คือ การกระทำของท่านนบี ศ. ในประวัติศาสตร์มีระบุไว้อย่างมากมายว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. เคยทำการละนัต และสาปแช่งต่อกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม เช่น กลุ่มคนที่กินดอกเบี้ย
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. กล่าวว่า ขออัลลอฮ์ทรงสาปแช่งต่อกลุ่มคนที่กินดอกเบี้ย และผู้จดบันทึก
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. กล่าวว่า ขอการละนัตจากอัลลอฮ์พึงประสบแก่ผู้ที่ได้ปฏิบัติกลุ่มชนของลูฎ
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. กล่าวว่า ขอการละนัต การสาปแช่งจากอัลลอฮ์พึงประสบแก่ผู้ที่สาปเเช่งบิดามารดาของตัวเอง
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. กล่าวว่า ขอการละนัตจากอัลลอฮ์พึงประสบแด่ผู้ที่ดื่มสุรา และแบกหามมัน และผลิตมัน(สุรา)
ฉะนั้นหากการละนัตหรือการสาปแช่งเป็นสิ่งไม่อนุมัติจากอัลลอฮ์ และเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ท่านศาสดาของอัลลอฮ์ก็คงไม่ทำในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามหรอก จริงไหม ?
3. การละนัต และการสาปแช่ง มีอยู่ในแบบฉบับของศ่อฮาบะฮ์นบี
ชะฮ์บี ได้กล่าวว่า อับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร ได้กล่าวขึ้นในขณะที่เขาได้โน้มตัวลงพิงกับกะบะฮ์ว่า ขอสาบานต่อองค์อภิบาลแห่งกะบะฮ์ นี้ว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. ได้ละนัต บุคคลหนึ่ง และละนัตลูกๆที่จะกำเนิดจากบุคคลนี้
«لَقَدْ لَعَنَ رَسُولُ اللّه فُلاناً وَما وُلِدَ مِنْ صُلْبِهِ»
ท่านฮากิม นัยชาบูรีอ์ ได้กล่าวถึง บุคคล ที่ อับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร กล่าวไว้ในคำสาบานว่า นบีได้ละนัตเขา และลูกๆของเขาว่า คือ ฮะกัม และ ลูกๆของเขา
«لَعَنَ رَسُولُ اللّه الحَکَمَ وَوَلَدَهُ»
และในหนังสือมุสตักร็อกได้ระบุไว้อีกว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ศ. เคยละนัต และสาปแช่งมัรวาน และบิดาของเขา และลูกหลานของเขา
«رسول الله لعن أبا مروان ومروان في صلبه»
อับดุลลอฮ์ อิบนิ อุมัร ได้กล่าวไว้อีกว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด ได้ทำการละนัต อบูซุฟยาน ในสงครามอุฮูด ว่า
«اللّهُمَّ الْعَنْ أباسُفْیانَ…»
และเช่นเดียวกัน อิบนิ บุร่ออ์ ได้รายงานจากบิดาของเขาว่า ครั้งหนึ่งอบูซุฟยาน ได้เดิมมาหาท่านนบี ศ. พร้อมกับมุอาวียะฮ์ผู้เป็นลูกชายที่เดินตามหลังมา ท่านศาสดาจึงกล่าวว่า
«اللهم العن التابع و المتبوع، اللهم علیک بالأقیعس، قال ابن البراء لأبیه: من الأقیعس؟ قال: معاویه»
โอ้ข้าแต่อัลลอฮ์ โปรดละนัตคนที่เดินตามหลัง และผู้ที่เดินนำหน้ามาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์ฉันขอมอบ(การตัดสิน การละนัต)ของ อะกัยอัส ไว้กับพระองค์ ฉัน(บุร่อ)ได้ถามบิดาว่า อะกัยอัส คือใคร ท่านตอบว่า มุอาวียะฮ์
มุฮัมมัด บุตร อบูบักรได้เขียนจดหมายถึงมุอาวียะฮ์ โดยเรียกขานมุอาวียะฮ์ว่า
«أنت اللعین بن اللعین، لم تزل أنت و ابوک تبغیان لرسول الله(صلى الله علیه وآله) الغوائل، و تجهدان فى اطفاء نور الله
เจ้าคือผู้ถูกสาปแช่ง บุตรของผู้ถูกสาปแช่ง ผู้ที่ร่วมกับเจ้า และบิดาของเจ้าคือผู้ที่สร้างความเสียหายให้กับท่านร่อซูลฯ และคือผู้ที่พยายามดับรัศมีของอัลลอฮ์
อบูมูซาอัชอารีอ์ ได้ละนัต สาปแช่ง อัมรุอาส ว่า
«لعنك الله فان مثلك كمثل الكلب
อัลลอฮ์ทรงละนัตเจ้า เพราะแท้จริงคนอย่างเจ้า เปรียบได้ดั่งสุนัขตัวหนึ่ง

![หลักศรัทธา[รูก่นอีหม่าน]มีกี่ประการ…? ในตำราศ่อฮิห์](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/hqdefault-1-238x178.jpg)
![พฤหัสบดี วันมหาวิปโยคในศ่อฮิห์บุคอรีย์ และมุสลิม[เจ็ดตัวบทจากบุคอรีย์ สามตัวบทจากมุสลิม]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/07/صحیحین-238x178.jpeg)

![กิจกรรมช่วงบ่ายวันอาชูรอ ชุมชนมัสยิดดารุซซะฮ์รอ อ. [ร่วมเดินเท้ารำลึกถึงกองคาราวานท่านหญิงซัยหนับ]](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2022/08/298769655_599667181566282_3179114266681750340_n-1-100x75.jpg)





![ความดี[อะมั้ล]ที่ยืดอายุคน เพิ่มพูนทรัพย์ และรักษาความเจ็บป่วยได้](https://mubahala.net/wp-content/uploads/2021/12/بحث_عن_الصدقة-100x75.jpg)



